Google กระโดดร่วมวงตลาดอุปกรณ์สวมใส่ไร้หน้าจอด้วยการเปิดตัว Fitbit Air เพื่อท้าชนกับเจ้าตลาดอย่าง Whoop โดยตรง จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Fitbit Air เหนือกว่าคู่แข่งคือผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพพื้นฐานได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน อย่างไรก็ตาม Google ยังคงมีตัวเลือกเสริมอย่าง Google Health Premium (ชื่อเดิมคือ Fitbit Premium) ในราคา $9.99 ต่อเดือน (ประมาณ 350 บาท) ซึ่งจะแถมมาให้ฟรีสำหรับผู้ที่สมัครสมาชิก Google AI Pro และ AI Ultra อยู่แล้ว

ในด้านฟีเจอร์สุขภาพ Fitbit Air อัดแน่นไปด้วยเซนเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือนจังหวะหัวใจผิดปกติ (Afib) รองรับการวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2), อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก, ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) ไปจนถึงการวิเคราะห์ระยะการนอนหลับอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับกิจกรรมอัตโนมัติที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ตามพฤติกรรมเฉพาะบุคคลของผู้สวมใส่

Google การันตีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานสูงสุดถึง 1 สัปดาห์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมระบบชาร์จไวที่ช่วยให้ใช้งานต่อได้ทั้งวันด้วยการชาร์จเพียง 5 นาที โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกซิงค์เข้ากับแอปพลิเคชันใหม่ในชื่อ Google Health ซึ่งจะเข้ามาแทนที่แอป Fitbit และ Google Fit เดิมอย่างเบ็ดเสร็จในอนาคต เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งานไว้ในที่เดียวตามแนวทางใหม่ของ Google

จุดเด่นอีกด้านคือดีไซน์ที่เน้นแฟชั่นและการสวมใส่สบาย โดยมีสายให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สาย Performance Loop ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลเน้นการระบายอากาศ, สายซิลิโคน Active Band สำหรับสายสปอร์ต ไปจนถึงสาย Elevated Modern Band ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์เครื่องติดตามสุขภาพให้กลายเป็นเครื่องประดับสุดหรู โดย Fitbit Air เปิดตัวด้วยราคา $99.99 (ประมาณ 3,500 บาท) และยังมีรุ่นพิเศษ Special Edition ที่ร่วมมือกับสตาร์ NBA อย่าง Stephen Curry ในราคา $129.99 ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้

หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์ "Hardware as a Gateway" และการรวมระบบนิเวศ AI เรามองว่าการเปิดตัว Fitbit Air คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ Google ในการดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานที่เบื่อหน่ายระบบสมาชิกของ Whoop แต่ยังต้องการอุปกรณ์ที่เรียบง่ายและไม่รบกวนสายตา การรวมค่าบริการ Google Health Premium เข้ากับแพ็กเกจ Google AI แสดงให้เห็นว่า Google กำลังใช้ข้อมูลสุขภาพเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบนิเวศ AI ของตนเอง อนาคตเราอาจเห็นการวิเคราะห์สุขภาพที่แม่นยำขึ้นผ่าน Gemini ซึ่งจะช่วยให้ Google แข่งขันกับ Apple Health ได้อย่างสมศักดิ์ศรีในฐานะผู้กุมข้อมูลขนาดใหญ่นั่นเองครับ
source: gsmarena