Apple ประกาศรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุด ณ วันที่ 28 มีนาคม 2026) โดยทำรายได้รวมไปถึง 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ความสำเร็จที่โดดเด่นในครั้งนี้มีหัวใจสำคัญมาจากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามของตระกูล iPhone 17 ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดเท่าที่เคยมีมาของบริษัท ส่งผลให้ผลกำไรและตัวเลขการเติบโตทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
Tim Cook ซีอีโอของ Apple เปิดเผยว่านี่คือไตรมาสเดือนมีนาคมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยเฉพาะยอดขาย iPhone ที่สร้างสถิติใหม่ในรอบไตรมาสนี้ นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำถึงความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจบริการ (Services) ที่ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ด้าน Kevan Parekh ซีเอฟโอของบริษัท ระบุว่า Apple มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานพุ่งสูงกว่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมให้ความเห็นว่า iPhone 17 ไม่เพียงแต่ขายดี แต่ยังสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งมาได้มากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา
.jpg)
จากการแจกแจงรายละเอียดรายได้ พบว่ารายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ (Product Revenue) อยู่ที่ 8.02 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยที่ตัวเลขรายได้จาก iPhone เพียงอย่างเดียวสูงถึง 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนเกินครึ่งของรายได้รวมทั้งหมด ข้อมูลที่น่าสนใจคือยอดขาย iPhone มีการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในหลายตลาดสำคัญทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ยุโรปตะวันตก อินเดีย ญี่ปุ่น จีน รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสะท้อนถึงพลังของแบรนด์ที่ยังคงแข็งแกร่งในระดับสากล
ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ แม้จะไม่ได้หวือหวาเท่า iPhone แต่ยังคงรักษาระดับรายได้ที่มั่นคง โดยกลุ่มคอมพิวเตอร์ Mac ทำรายได้ไป 8.4 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์เสริม (Wearables, Home, and Accessories) ที่ 7.9 พันล้านดอลลาร์ และ iPad ที่ 6.9 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งธุรกิจบริการยังคงเป็นขุมทรัพย์สำคัญด้วยการสร้างรายได้ถึง 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของ Apple ที่ไม่ได้พึ่งพาแค่ฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
.jpg)
หมีเด้งวิเคราะห์: iPhone 17 Supercycle และความแกร่งของอาณาจักร Services บทวิเคราะห์มองว่าตัวเลขการเติบโต 17% ในไตรมาสนี้คือสัญญาณของ "Supercycle" ครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นกับ iPhone 17 ซึ่งอาจเกิดจากการอัปเกรดฟีเจอร์ที่โดนใจตลาดอย่างจังจนสามารถดึงส่วนแบ่งเค้กจากฝั่ง Android มาได้เพิ่มขึ้น สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือรายได้จาก Services ที่สูงถึง 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมีอัตรากำไร (Margin) สูงกว่าสินค้าฮาร์ดแวร์ การที่ยอดขายฮาร์ดแวร์เติบโตไปพร้อมกับบริการ เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Ecosystem ที่ Apple สร้างไว้ หากบริษัทสามารถรักษาโมเมนตัมในตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ต่อเนื่อง Apple จะกลายเป็นบริษัทที่มีฐานรายได้มั่นคงและยากที่ใครจะสั่นคลอนได้ในปี 2026 นี้
source: gsmarena