Apple ตกเป็นข่าวลือว่ากำลังซุ่มพัฒนาแล็ปท็อประดับท็อปเอนด์รุ่นใหม่ภายใต้ชื่อชั่วคราวว่า MacBook Ultra ซึ่ง Mark Gurman จาก Bloomberg ระบุว่าจะเป็นรุ่นที่ถูกวางตำแหน่งไว้เหนือกว่า MacBook Pro ในปัจจุบัน โดยมีกำหนดการเปิดตัวคร่าว ๆ ในช่วงต้นปี 2027 หากข้อมูลนี้เป็นจริง นี่จะเป็นการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่การเปิดตัวตระกูล Apple Silicon และอาจเป็นการกำหนดนิยามใหม่ของคำว่า "โน้ตบุ๊กสำหรับมืออาชีพ"
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีการแสดงผล โดย MacBook Ultra คาดว่าจะเป็นแล็ปท็อปรุ่นแรกของ Apple ที่เปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ OLED แทนที่แผง Mini LED เดิม ซึ่งจะมอบความคอนทราสต์ที่เหนือชั้น สีดำที่สนิท และความแม่นยำของสีที่สูงขึ้น นอกจากนี้ หน้าจอ OLED ยังมีความบางมากกว่าเดิม ซึ่งอาจช่วยให้ Apple สามารถลดความหนาของตัวเครื่องลงได้อีก ส่วนดีไซน์ด้านหน้าอาจมีการบอกลารอยบาก (Notch) ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2021 โดยเปลี่ยนมาใช้การเจาะรูสำหรับกล้องหน้าแทนเพื่อเพิ่มพื้นที่การมองเห็นให้เต็มตามากขึ้น

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าตกใจคือการรองรับระบบ Touchscreen ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ Apple เคยปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่เหมาะสมกับแล็ปท็อป การเปลี่ยนแปลงแนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่า Apple อาจกำลังพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ประสานการทำงานระหว่างความเป็นแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ให้เข้ากันได้อย่างลงตัวกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า MacBook Ultra จะรองรับการเชื่อมต่อ 5G และ LTE ผ่านโมเด็มที่ Apple พัฒนาขึ้นเองเป็นครั้งแรก ช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์และนักธุรกิจสามารถทำงานแบบออนไลน์ได้จากทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งพาสัญญาณ Wi-Fi
ในแง่ของสมรรถนะ คาดว่าจะขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง M6 Pro และ M6 Max ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 2 นาโนเมตร ซึ่งจะยกระดับทั้งความเร็วและการจัดการพลังงานให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น อย่างไรก็ตาม Apple ยังคงรักษาพอร์ตเชื่อมต่อที่จำเป็นสำหรับมืออาชีพไว้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น HDMI, ช่องเสียบ SD Card และ MagSafe สำหรับการชาร์จไฟที่ปลอดภัย โดยตัวเครื่องจะเน้นกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในรูปแบบอุปกรณ์พกพา
หมีเด้งวิเคราะห์: เมื่อคำว่า Pro ยังไม่พอ และการยอมรับทิศทางของตลาด การถือกำเนิดของชื่อ "Ultra" ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ MacBook สะท้อนให้เห็นว่า Apple เริ่มมองเห็นเพดานของซีรีส์ Pro ในแง่การเพิ่มมูลค่า บทวิเคราะห์มองว่าการใส่หน้าจอ OLED และระบบสัมผัสเข้ามา คือการพยายามทวงคืนความน่าสนใจจากผู้ใช้งานที่เริ่มปันใจไปให้แท็บเล็ตหรือโน้ตบุ๊ก Windows ระดับไฮเอนด์ที่ทำงานได้หลากหลายกว่า การเปลี่ยนมาใช้ชิป 2nm และการใส่โมเด็ม 5G ในตัว จะทำให้ MacBook Ultra ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์ แต่เป็น "สถานีทำงานเคลื่อนที่เบ็ดเสร็จ" (Total Mobile Workstation) ซึ่งหาก Apple สามารถทำให้ระบบสัมผัสทำงานร่วมกับ macOS ได้อย่างลื่นไหล นี่จะเป็นอาวุธลับที่ทำลายเส้นแบ่งระหว่าง iPad และ Mac อย่างถาวร
source: gizmochina