Apple กำลังวางแผนตอกย้ำความสำเร็จด้านการนำเทรนด์สีสันบนสมาร์ทโฟนอีกครั้ง หลังจากสี "Starry Orange" ในรุ่นก่อนหน้ากลายเป็นกระแสไวรัลและถูกแบรนด์คู่แข่งนำไปเป็นแรงบันดาลใจอย่างแพร่หลาย ล่าสุดมีข้อมูลหลุดจาก Digital Chat Station ระบุว่า Apple กำลังทดสอบสีใหม่สำหรับ iPhone 18 Pro ซึ่งเป็นสีแดงเฉดเข้ม Deep Red ที่มีความลุ่มลึกและประณีตกว่าเดิม โดยสีนี้ถูกวางกลยุทธ์ให้เป็นตัวชูโรงหลักเพื่อสร้างภาพจำที่โดดเด่นให้กับรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในปีก่อนๆ
นอกเหนือจากเรื่องสีสัน iPhone 18 Pro ยังถูกคาดการณ์ว่าจะมีการปรับปรุงดีไซน์หน้าจอครั้งสำคัญ โดย Apple มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่การแสดงผลให้เต็มตามากขึ้นด้วยการลดขนาดรอยบากหรือพื้นที่เจาะรูบนหน้าจอลง ข้อมูลระบุว่าความกว้างของส่วนตัดบริเวณกล้องหน้าจะลดลงจาก 20.76 มม. เหลือเพียง 13.49 มม. หรือหายไปประมาณ 35% ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสัมผัสถึงความพรีเมียมและความสมมาตรของหน้าจอที่เข้าใกล้คำว่าไร้ขอบมากยิ่งขึ้น

ทางด้านขุมพลังภายใน iPhone 18 Pro Series จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ที่ได้ใช้งานชิปเซ็ต A20 Pro ซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 2nm ของ TSMC เทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลงนี้จะช่วยยกระดับทั้งในด้านความเร็วการประมวลผลและการจัดการพลังงานที่เหนือชั้นกว่าชิปทุกรุ่นที่เคยมีมา ส่งผลให้เครื่องทำงานได้แรงขึ้นในขณะที่ใช้แบตเตอรี่น้อยลง รองรับการใช้งานฟีเจอร์ AI ที่ซับซ้อนได้อย่างลื่นไหล
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น ในปี 2026 นี้ Apple ยังถูกคาดหวังว่าจะเปิดตัวสินค้ากลุ่มใหม่ควบคู่ไปกับ iPhone 18 Series นั่นคือ iPhone Ultra ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรกของค่าย การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ของ Apple เพื่อเข้าสู่สมรภูมิจอพับอย่างเต็มตัว โดยจะใช้เทคโนโลยีระดับสูงสุดที่มีในขณะนั้นมาเป็นจุดขายเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดที่ครองส่วนแบ่งอยู่ก่อนแล้ว
หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์ "สีสันนำทาง" และการก้าวเข้าสู่ยุค 2 นาโนเมตร การเลือกใช้สีแดงเฉดใหม่เป็นตัวชูโรงของ Apple สะท้อนถึงจิตวิทยาการตลาดที่ต้องการสร้าง "สัญลักษณ์ทางสังคม" ให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการแสดงออกว่าตนเองใช้รุ่นล่าสุดเพียงแค่การมองเห็นจากระยะไกล บทวิเคราะห์มองว่าแม้การลดขนาดรอยบาก 35% จะเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่ได้สังเกตเห็นชัดเจนในการใช้งานจริง แต่การมาของชิป A20 Pro บนสถาปัตยกรรม 2nm ต่างหากที่เป็นจุดเปลี่ยนเกม (Game Changer) ของวงการสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริง เพราะมันจะสร้างเพดานประสิทธิภาพใหม่ที่ Android รุ่นอื่นๆ ต้องใช้เวลาในการไล่ตาม รวมถึงการเปิดตัว iPhone Ultra จอพับที่จะมาเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ของสินค้ากลุ่มลักชูรีเทค
source: gizmochina