PPP Cameras สำนักแต่งนาฬิกาชื่อดังกลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ในชื่อ Casio N168 ซึ่งเป็นการนำนาฬิกาดิจิทัลรุ่นยอดนิยมอย่าง Casio A168WE มาดัดแปลงใหม่ในสไตล์คัสตอม โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยประสบความสำเร็จอย่างมากกับรุ่น "Casio M-Edition" ที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของกล้อง Leica มาใส่ไว้ในเรือนเรือนเวลา และในครั้งนี้พวกเขายังคงยึดแนวทางเดิมคือการมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยไม่ใช่การร่วมมืออย่างเป็นทางการจากทาง Casio แต่อย่างใด

สำหรับการออกแบบในรุ่น N168 นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอัตลักษณ์ของแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Nikon โดยตัวหน้าจอดิจิทัลมีการปรับโทนสีให้เป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีซิกเนเจอร์ของ Nikon ขณะที่ตัวสายนาฬิกาเลือกใช้วัสดุผ้าแคนวาสสีดำเดินตะเข็บด้วยด้ายสีเหลือง เลียนแบบลักษณะของสายคล้องกล้องที่ใช้ในระบบ DSLR และ Mirrorless ส่วนตัวเรือนยังคงรูปทรงคลาสสิกของรุ่น A168 เอาไว้ รวมถึงยังคงสัญลักษณ์ "Illuminator" ที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Casio เพื่อยืนยันว่าโครงสร้างหลักของตัวเครื่องไม่ได้ถูกดัดแปลงจนเสียสมดุล

ในด้านฟังก์ชันการใช้งาน N168 ยังคงใช้โมดูลดิจิทัลเดิมของ Casio แบบ 100% โดยไม่มีการอัปเกรดฟีเจอร์ภายในใดๆ เพิ่มเติม ผู้ใช้งานยังคงได้รับฟังก์ชันมาตรฐานครบถ้วน เช่น การจับเวลา การตั้งปลุก และไฟส่องสว่างหน้าจอ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลใน "อัตลักษณ์ทางสายตา" (Visual Identity) และกลุ่มคนที่รักการถ่ายภาพ มากกว่าที่จะเป็นการยกระดับในเชิงประสิทธิภาพทางเทคนิคของนาฬิกา
PPP Cameras ได้เปิดตัว N168 ออกมาทั้งหมด 3 เวอร์ชัน ได้แก่ Chrome, Black และ Titanium ซึ่งความแตกต่างจะอยู่ที่การทำสีและพื้นผิวสัมผัสของตัวเรือนเท่านั้น โดยรุ่น Chrome และ Titanium เปิดตัวด้วยราคาประมาณ 150 ปอนด์ (ราว 6,800 บาท) ส่วนรุ่นสีดำ (Black Edition) จะมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยที่ 170 ปอนด์ (ราว 7,700 บาท) ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เจาะกลุ่มนักสะสมที่ชื่นชอบงานดีไซน์ที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ถ่ายภาพโดยเฉพาะ

หมีเด้งวิเคราะห์: เมื่อนาฬิกาเรือนละหลักพัน กลายเป็นงานศิลปะหลักเจ็ดพัน การนำนาฬิการุ่นคลาสสิกอย่าง Casio A168 มาคัสตอมให้เข้ากับแบรนด์กล้องชื่อดัง คือกลยุทธ์ "Niche Marketing" ที่ชาญฉลาดมากของ PPP Cameras บทวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่แค่การขายนาฬิกา แต่เป็นการขาย "อารมณ์ร่วม" (Nostalgia) ของคนเล่นกล้องที่ต้องการสะท้อนตัวตนผ่านเครื่องประดับ แม้ว่าในทางเทคนิคจะไม่มีการอัปเกรดใดๆ เลย และราคาสูงกว่ารุ่นปกติหลายเท่าตัว แต่มูลค่าที่แท้จริงกลับอยู่ที่ความประณีตในการเลือกใช้วัสดุ เช่น สายแคนวาสเย็บด้ายเหลืองที่สื่อถึง Nikon ได้อย่างชัดเจน การขยับจาก Leica มาสู่ Nikon แสดงให้เห็นว่าตลาดกลุ่มคนรักกล้อง (Photo Enthusiasts) ยังมีช่องว่างให้ทำกำไรได้สูงมาก หากแบรนด์สามารถดึงเอา "DNA" ของอุปกรณ์ที่พวกเขารักมาใส่ไว้ในสิ่งที่ใส่ติดตัวได้ทุกวัน
source: gizmochina