OnePlus รุกตลาดอุปกรณ์เสียงในอินเดียด้วยการเปิดตัว OnePlus Nord Buds 4 Pro หูฟังไร้สายแบบ TWS รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมการอัปเกรดประสิทธิภาพขนานใหญ่ โดยชูจุดเด่นเรื่องระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (ANC) ที่ทรงพลังถึง 55เดซิเบล และการใช้ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มม. เคลือบไทเทเนียม ซึ่งทางแบรนด์ระบุว่าสามารถให้กำลังขับเสียงได้มากกว่ารุ่น Nord Buds 3 Pro ถึงสองเท่า มอบประสบการณ์เสียงที่หนักแน่นและคมชัดยิ่งขึ้นในราคาที่เข้าถึงง่าย

ในด้านคุณภาพเสียงและฟีเจอร์อัจฉริยะ Nord Buds 4 Pro รองรับ Codec เสียงระดับสูงอย่าง LHDC 5.0 Hi-Res audio เพื่อการฟังเพลงที่เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน พร้อมเทคโนโลยี 3D Spatial Audio ที่รวมถึงโหมดพิเศษอย่าง Game Sound Spatial Audio สำหรับเหล่าเกมเมอร์ นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนถึง 3 ตัวในแต่ละข้าง ทำงานร่วมกับระบบ AI Clear Call เพื่อช่วยตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา ทำให้เสียงพูดมีความชัดเจนแม้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง

สำหรับการเชื่อมต่อ หูฟังรุ่นนี้ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 6.0 ที่รองรับการจับคู่กับอุปกรณ์พร้อมกันสองเครื่อง (Dual-device pairing) และสนับสนุนระบบ Google Fast Pair รวมถึง Microsoft Swift Pair เพื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็วไร้รอยต่อ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมการทำงานผ่านระบบสัมผัส (Gesture controls) ซึ่งรวมถึงการรูดนิ้วเพื่อปรับระดับเสียงที่ตัวหูฟังได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ด้านพลังงานและความอึดของแบตเตอรี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญ โดยหูฟังแต่ละข้างบรรจุแบตเตอรี่ความจุ 62mAh และตัวเคสชาร์จมีความจุ 530mAh OnePlus เคลมว่าสามารถใช้งานฟังเพลงได้นานต่อเนื่องถึง 13 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (เมื่อปิดโหมด ANC) และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จจะสามารถยืดระยะเวลาการใช้งานรวมได้สูงสุดถึง 54 ชั่วโมง โดยตัวหูฟังมีให้เลือก 2 สี คือ Radiant Gray และ Raven Black เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 มีนาคมนี้ ในราคา 3,999 รูปีอินเดีย (ประมาณ 1,750 บาท)
.jpg)
หมีเด้งวิเคราะห์: การสร้างมาตรฐานใหม่ให้หูฟังระดับเริ่มต้นด้วยสเปกเกินคุ้ม การเปิดตัว Nord Buds 4 Pro สะท้อนให้เห็นว่า OnePlus พยายามดึงฟีเจอร์ระดับพรีเมียมจากรุ่นเรือธงลงมาสู่ซีรีส์ Nord อย่างรวดเร็ว บทวิเคราะห์มองว่าการใส่ระบบตัดเสียงรบกวน 55dB และ Bluetooth 6.0 ในระดับราคานี้คือการท้าชนคู่แข่งโดยตรง เพราะสเปกดังกล่าวปกติจะพบในหูฟังราคาแพงกว่าเท่าตัว การที่แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกิน 50 ชั่วโมงยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ต้องการชาร์จไฟบ่อย หากคุณภาพเสียงจริงทำได้ดีตามที่เคลมไว้ Nord Buds 4 Pro จะกลายเป็นหูฟังที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งของปี 2026
source: gsmarena