Apple ประกาศอัปเกรดหูฟังครอบหูระดับเรือธงรุ่นใหม่อย่าง AirPods Max 2 อย่างเป็นทางการ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนมาใช้ชิปประมวลผล Apple H2 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (ANC) ที่ Apple เคลมว่ามีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 1.5 เท่า ช่วยให้การตัดเสียงรบกวนรอบข้างทำได้เงียบสนิทและแม่นยำยิ่งขึ้นกว่าที่เคย

นอกจากระบบตัดเสียงรบกวนที่เหนือชั้น ชิป H2 ยังนำฟีเจอร์อัจฉริยะจาก AirPods Pro มาสู่รุ่นครอบหูด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบ Adaptive Audio ที่ปรับเปลี่ยนระดับเสียงตามสภาพแวดล้อมอัตโนมัติ, ฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์ (Live Translation) และระบบ Conversation Awareness ที่จะช่วยลดเสียงเพลงลงทันทีเมื่อตรวจพบว่าผู้ใช้งานกำลังเริ่มบทสนทนากับคนรอบข้าง มอบความสะดวกสบายโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก

ในแง่ของการเชื่อมต่อและคุณภาพเสียง AirPods Max 2 ได้อัปเกรดมาใช้ Bluetooth 5.3 พร้อมติดตั้งตัวขยายสัญญาณแบบ High-dynamic range รุ่นใหม่ ซึ่ง Apple ระบุว่าจะให้เสียงที่สะอาดและคมชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Camera Remote ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใช้ปุ่ม Digital Crown บนหูฟังทำหน้าที่เป็นปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพผ่าน iPhone ได้อย่างสะดวกสบายในระยะไกล
ด้านงานดีไซน์ยังคงรักษารูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์จากรุ่นปี 2020 ไว้เช่นเดิม โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปลี่ยนพอร์ตชาร์จมาใช้ USB-C ซึ่งรองรับการฟังเพลงในรูปแบบ Lossless Audio (24-bit, 48kHz) ผ่านสายเชื่อมต่อได้แล้ว ส่วนระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ยังคงทำได้ที่ 20 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมด ANC โดยมีสีสันใหม่ให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ Midnight, Starlight, Orange, Purple และ Blue ในราคาเปิดตัวที่ 549 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาไทย 18,990 บาท)

หมีเด้งวิเคราะห์: การอัปเกรดที่เน้น "สมองกล" มากกว่า "รูปลักษณ์" การเปิดตัว AirPods Max 2 สะท้อนให้เห็นว่า Apple พอใจกับงานออกแบบเดิมและมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยซอฟต์แวร์และชิปประมวลผล บทวิเคราะห์มองว่าการเพิ่มชิป H2 คือการอุดช่องว่างที่เคยเสียเปรียบให้คู่แข่ง โดยเฉพาะระบบ ANC และฟีเจอร์การสลับโหมดเสียงอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม การที่ยังคงแบตเตอรี่ไว้ที่ 20 ชั่วโมงท่ามกลางคู่แข่งที่ขยับไปถึง 30-50 ชั่วโมง อาจเป็นจุดที่น่าเสียดายสำหรับผู้ใช้งานสายเดินทางไกล แต่การรองรับ Lossless Audio ผ่าน USB-C ก็นับเป็นหมัดเด็ดที่จะช่วยดึงดูดกลุ่ม Audiophile ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงสุดควบคู่ไปกับความสวยงามในแบบ Apple
source: gsmarena