Red Magic Gaming Tablet 3 Pro (หรือที่รู้จักในชื่อ Red Magic Astra ในตลาดโลก) กำลังจะได้ทายาทรุ่นใหม่มาสืบทอดความแรงในเร็วๆ นี้ โดยมีกระแสข่าวลือหนาหูว่ารุ่นถัดไปจะมีการยกระดับสเปกหลักแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite และหน้าจอ OLED 165Hz รุ่นใหม่นี้ถูกคาดหวังว่าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการแท็บเล็ตเกมมิ่งที่ให้สเปกสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ข้อมูลจากแหล่งข่าววงในชื่อดังอย่าง Digital Chat Station ระบุว่า Red Magic Gaming Tablet 5 Pro จะขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 8 Elite Gen 5 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพ CPU และ GPU ให้ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีขึ้นราว 10–15% และที่สำคัญคือการรักษาค่าเฉลี่ยเฟรมเรต (FPS) ให้มีความนิ่งและเสถียรมากกว่าเดิม แม้ในช่วงที่ตัวเกมมีการประมวลผลกราฟิกอย่างหนักหน่วงก็ตาม

ความน่าสนใจอีกจุดคือหน้าจอที่ลือว่าจะขยับอัตรารีเฟรชเรตขึ้นไปสูงถึง 200Hz บนพาเนลแบบ OLED แม้จะยังไม่มีการยืนยันขนาดหน้าจอที่แน่นอน แต่คาดการณ์ว่าตัวเครื่องน่าจะมีขนาดประมาณ 9 นิ้ว เพื่อจัดให้อยู่ในกลุ่มแท็บเล็ตเกมมิ่งขนาดพกพา ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการตลาดที่จะเข้าไปท้าชนกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง Lenovo Legion Tab Gen 5 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้
แม้ว่าหน้าจอ 200Hz อาจจะดูสูงเกินความจำเป็นสำหรับหลายคน แต่ในเชิงเทคนิคแล้วมันให้ประโยชน์ที่จับต้องได้จริงสำหรับการเล่นเกมระดับสูง เนื่องจากเกมมือถือสมัยใหม่เริ่มรองรับโหมด 120FPS กันมากขึ้น หน้าจอที่มีรีเฟรชเรตสูงจะช่วยลดอาการภาพเบลอ (Motion Blur) และลดความหน่วงในการตอบสนอง (Input Latency) ทำให้การเคลื่อนไหวในเกมดูสมูทและแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในเกมแนว Shooting และ Racing ที่ทุกเสี้ยววินาทีมีผลต่อแพ้ชนะ
เพื่อให้รองรับหน้าจอและชิปเซ็ตระดับเทพ แหล่งข่าวอ้างว่า Red Magic จะติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 9,000mAh มาให้ พร้อมระบบระบายความร้อนที่แข็งแกร่งเพื่อควบคุมอุณหภูมิของตัวเครื่องไม่ให้ร้อนจนเกินไปขณะเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมคาดว่าจะมีการเปิดเผยออกมามากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และน่าจะเป็นที่จับตามองของเกมเมอร์สาย Hardcore ทั่วโลก

หมีเด้งวิเคราะห์: สงคราม "Compact Tablet" และขีดจำกัดของสายตาผู้ใช้ การอัปเกรดรีเฟรชเรตขึ้นไปถึง 200Hz ของ Red Magic คือการเดินหมากเพื่อสร้าง "ความต่าง" ในแง่การตลาดที่ชัดเจนที่สุด บทวิเคราะห์มองว่าแม้สายตาของมนุษย์ทั่วไปจะเริ่มแยกความต่างระหว่าง 165Hz กับ 200Hz ได้ยากขึ้น แต่ประโยชน์ที่แท้จริงคือการ "เผื่อพื้นที่" (Headroom) ให้กับการประมวลผลที่นิ่งขึ้นและการตอบสนองที่ไวขึ้นในระดับมิลลิวินาที นอกจากนี้ การเลือกขนาดจอ 9 นิ้วยังสะท้อนว่าตลาดเริ่มยอมรับแล้วว่าแท็บเล็ตขนาดพกพาคือขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นเกม (Sweet Spot) เนื่องจากจับถือถนัดกว่ามือถือและคล่องตัวกว่าแท็บเล็ตจอใหญ่
source: gizmochina