Oppo ยังคงเดินหน้าเพิ่มสมาชิกในตระกูล A6 อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าชื่อรุ่นจะเริ่มมีความซับซ้อนจนน่าสับสน แต่ล่าสุดก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่พร้อมกันถึง 4 รุ่นในตลาดประเทศจีน นำทัพโดย Oppo A6 (รหัสโมเดล PLS120) รุ่นอัปเกรดใหม่ที่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด 1080p+ ซึ่งถือเป็นพาเนลคุณภาพสูงกว่ารุ่น Global เดิมที่เป็นเพียงจอ LCD นอกจากนี้ยังเปลี่ยนมาใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแทนการสแกนด้านข้างตัวเครื่องอีกด้วย
.jpg)
จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Oppo A6 รุ่นใหม่นี้คือแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ความจุ 7,000mAh ที่ได้รับการอัปเกรดระบบชาร์จไว 80W SuperVOOC (จากเดิม 45W) ช่วยให้การเติมพลังงานให้กับแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะที่ขุมพลังภายในยังคงใช้ชิปเซ็ต Dimensity 6300 โดยมีตัวเลือกหน่วยความจำสูงสุดถึง RAM 12GB และ ROM 512GB พร้อมทั้งยังคงมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับสูงสุดที่ IP68 และ IP69

สำหรับการถ่ายภาพ Oppo A6 รุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 50MP และกล้องเสริม 2MP แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการอัปเกรดกล้องหน้าเซลฟี่ขึ้นเป็น 16MP (จากเดิม 8MP) แม้ว่าการบันทึกวิดีโอจะยังคงจำกัดอยู่ที่ความละเอียด 1080p ที่ 60fps ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังก็ตาม ตัวเครื่องมีสีสันให้เลือกอย่างหลากหลาย เช่น สีเทา Velvet Gray และสีชมพู Pink Dream Blossoms

ถัดมาคือรุ่น Oppo A6s ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจว่ารุ่นนี้กลับมีการลดสเปกบางส่วนลงเมื่อเทียบกับรุ่น A6 โดยเปลี่ยนไปใช้หน้าจอ LCD ขนาด 6.75 นิ้ว ความละเอียด 720p+ และลดความละเอียดกล้องหน้าเหลือ 8MP ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 7,000mAh นั้นรองรับการชาร์จไวที่ 45W SuperVOOC ซึ่งช้ากว่ารุ่น A6 ตัวใหม่ แต่ยังคงใช้ชิป Dimensity 6300 และมีตัวเลือก RAM สูงสุด 12GB เช่นเดิม

นอกจากนี้ Oppo ยังได้เปิดตัวรุ่น Oppo A6i+ ซึ่งหากพิจารณาจากสเปกแล้ว แทบจะไม่มีความแตกต่างจากรุ่น Global เดิมและรุ่น A6s ใหม่เลย โดยใช้รหัสโมเดลเดียวกันคือ PLT120 ซึ่งเป็นการใช้ชื่อรุ่นที่แตกต่างกันเพื่อทำตลาดในแต่ละกลุ่มเป้าหมายหรือช่องทางจำหน่าย โดยมีสีที่เป็นเอกลักษณ์อย่างสีขาว Glacier White และสีน้ำตาล Chestnut Brown
สำหรับรุ่นน้องเล็กสุดในซีรีส์นี้คือ Oppo A6v (รหัสโมเดล PLT130) ซึ่งมีการปรับลดสเปกลงชัดเจนที่สุด โดยลดความละเอียดกล้องหน้าเหลือเพียง 5MP และลดความจุแบตเตอรี่ลงเหลือ 6,500mAh พร้อมระบบชาร์จ 45W รวมถึงมาตรฐานกันน้ำที่ลดลงเหลือระดับ IP64 ซึ่งรุ่นนี้มีสเปกที่ใกล้เคียงกับรุ่น A6t ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก

ในด้านราคาวางจำหน่ายที่ประเทศจีน Oppo A6 รุ่นจอ AMOLED เริ่มต้นที่ประมาณ 1,600 หยวน (ราว 8,000 บาท) ส่วนรุ่นรองอย่าง A6i+ เริ่มต้นที่ 1,500 หยวน (ราว 7,500 บาท) และรุ่นประหยัด A6v เริ่มต้นเพียง 1,200 หยวน (ราว 6,000 บาท) โดยคาดว่าราคาเหล่านี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่เน้นความทนทานและแบตเตอรี่อึดเป็นพิเศษ
หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์ "ซอยรุ่น" เพื่อครอบคลุมทุกความต้องการ หรือการสร้างความสับสน? การเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล A6 พร้อมกันหลายรุ่นโดยใช้สเปกที่ทับซ้อนกัน แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การตลาดของ Oppo ที่ต้องการ "ครองพื้นที่" ในชั้นวางสินค้าทุกระดับราคา โดยเฉพาะการชูจุดขายเรื่องแบตเตอรี่ 7,000mAh และมาตรฐาน IP69 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับมือถือระดับราคาไม่เกินหมื่นบาท บทวิเคราะห์มองว่า Oppo กำลังพยายามสร้างมาตรฐานใหม่ว่า "มือถือราคาประหยัดต้องอึดและทน" อย่างไรก็ตาม การใช้ชื่อรุ่นที่สลับซับซ้อน (A6, A6s, A6i+, A6v) อาจส่งผลเสียในแง่ของความสับสนของผู้บริโภค แต่ในเชิงธุรกิจ นี่คือหมากที่ช่วยให้ Oppo สามารถนำฮาร์ดแวร์พื้นฐานตัวเดียวกันไปทำการตลาดใหม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายช่องทางครับ
source: gsmarena