นอกจากจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Note 60 แล้ว Infinix ยังได้เผยโฉมแท็บเล็ตรุ่นใหม่ในชื่อ Infinix Xpad 30E อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด 1920x1200 พิกเซล ให้ความสว่างมาตรฐานที่ 440 nits ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในอาคารและห้องเรียน โดยตัวเครื่องมีให้เลือกถึง 3 สีที่ดูทันสมัย ได้แก่ สีม่วง Dreamy Purple, สีเขียว Forest Green และสีน้ำเงิน Deep Blue

จุดเด่นที่น่าสนใจคือการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นด้านการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการติดตั้งระบบ AI Tutor มาให้ในตัว ซึ่งรองรับฟีเจอร์อัจฉริยะอย่าง "Photo Solving" (ถ่ายภาพเพื่อแก้โจทย์ปัญหา), "Tap to Ask" รวมถึงการสร้างสรรค์เนื้อหาและการตรวจจับหน้าจอด้วย AI นอกจากนี้ยังรวบรวมแหล่งข้อมูลการเรียนรู้ระดับพรีเมียมกว่า 120,000 รายการที่คัดสรรมาให้สอดคล้องกับหลักสูตรการเรียนการสอน และยังรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G เพื่อให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา

ในด้านสถาปัตยกรรมภายใน Xpad 30E ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G80 ทำงานร่วมกับ RAM 4GB และหน่วยความจำภายใน 128GB (eMMC 5.1) ซึ่งสามารถขยายความจุเพิ่มได้ ตัวเครื่องติดตั้งกล้องหลังความละเอียด 5MP และกล้องหน้า 8MP สำหรับการเรียนออนไลน์ ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ 7,000 mAh รองรับการชาร์จไว 18W โดยเปิดราคาในอินโดนีเซียอยู่ที่ประมาณ 2,394,000 รูเปียห์ หรือราว 5,000 บาทต้นๆ เท่านั้น

หมีเด้งวิเคราะห์: การเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในยุค Digital Learning การเปิดตัว Infinix Xpad 30E สะท้อนให้เห็นว่า Infinix ไม่ได้ต้องการแข่งกับเจ้าตลาดในเรื่องความแรงของสเปก (เนื่องจากใช้ชิป Helio G80 ที่ค่อนข้างเก่าและ RAM เพียง 4GB) แต่เลือกที่จะแข่งในด้าน "ความคุ้มค่าเชิงซอฟต์แวร์" โดยการใส่ฟีเจอร์ AI เพื่อการศึกษามาเป็นจุดขายหลัก ในระดับราคาเพียง 5,000 บาท การที่แท็บเล็ตสามารถใส่ซิม 4G ได้และมีระบบช่วยสอน AI ถือเป็นข้อได้เปรียบที่จูงใจผู้ปกครองที่กำลังมองหาอุปกรณ์การเรียนให้บุตรหลานโดยไม่ต้องจ่ายแพงเท่าแบรนด์ใหญ่ ซึ่งกลยุทธ์การแถมทรัพยากรการเรียนรู้ (Curated Resources) มาให้ในเครื่อง คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับฮาร์ดแวร์ระดับเริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ



source: gsmarena