แม้ว่าเดิมทีจะมีการคาดการณ์ว่า Tecno Camon 50 Series จะเปิดตัวในงาน MWC เดือนหน้า แต่ล่าสุดสมาร์ทโฟนทั้งรุ่น Tecno Camon 50 และ Camon 50 Pro ได้ชิงเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในหลายตลาดของแอฟริกา โดยทั้งสองรุ่นแชร์สเปกส่วนใหญ่ร่วมกัน แต่รุ่น Pro จะมีความเหนือกว่าในด้านดีไซน์หน้าจอโค้งและระบบกล้องระดับพรีเมียมที่เพิ่มเลนส์ซูมเข้ามาให้ใช้งาน

ในด้านการแสดงผล ทั้งคู่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ และรองรับอัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz ซึ่งให้ความลื่นไหลสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป พร้อมติดตั้งกล้องหน้า 32MP และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอเหมือนกัน จุดแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือรุ่น Camon 50 Pro จะใช้หน้าจอขอบโค้ง ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ส่วนรุ่นธรรมดาจะใช้หน้าจอแบบเรียบตามสไตล์ยอดนิยม
ขุมพลังภายในของทั้งสองรุ่นเลือกใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่ล่าสุด MediaTek Helio G200 Ultimate ทำงานควบคู่กับ RAM 8GB และมีหน่วยความจำภายในขนาด 256GB นอกจากนี้ยังโดดเด่นในเรื่องของความทนทาน โดยทั้งคู่ได้รับมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นในระดับสูงสุดอย่าง IP69K (ป้องกันน้ำฉีดแรงดันสูงและอุณหภูมิสูง) รวมถึง IP69 และ IP68 ทำให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ทนทานต่อทุกสภาวะการใช้งาน
.jpg)
.jpg)
ระบบกล้องหลังถือเป็นไฮไลต์สำคัญ โดยทั้งสองรุ่นใช้กล้องหลักความละเอียด 50MP พร้อมเซนเซอร์คุณภาพสูงอย่าง Sony LYT700C และมีระบบกันสั่น OIS มาให้ในตัว เสริมด้วยเลนส์ Ultra-wide 8MP แต่สำหรับรุ่น Camon 50 Pro จะพิเศษกว่าด้วยกล้องตัวที่สาม ซึ่งเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 50MP รองรับการซูมแบบ Optical 3x (ระยะเทียบเท่า 70mm) ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลหรือภาพระยะไกลมีความคมชัดสมจริง
ด้านซอฟต์แวร์และพลังงาน ทั้งคู่รันบนระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย HiOS 16 และเสริมด้วยเทคโนโลยี AI ของ Tecno เพื่อช่วยประมวลผลการทำงานต่าง ๆ ส่วนแบตเตอรี่ให้มาอย่างจุใจถึง 6,150mAh รองรับชาร์จไวแบบสายที่ 45W สำหรับราคาจำหน่ายในประเทศเคนยา Camon 50 เริ่มต้นที่ประมาณ 10,200 บาท ($290) และ Camon 50 Pro เริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 บาท ($341) โดยมีสีสันให้เลือกมากมาย เช่น สีดำ Moonlight Black, เขียว Malachite Green และสีม่วง Lavender Mist


หมีเด้งวิเคราะห์: การทำลายกำแพงสเปกด้วยแบตเตอรี่และมาตรฐานความทนทานระดับสูง การเปิดตัว Camon 50 Series ในปี 2026 แสดงให้เห็นว่า Tecno กำลังพยายามแย่งชิงพื้นที่ในตลาดระดับกลางด้วยการให้สิ่งที่ "มากกว่า" คู่แข่งในราคาย่อมเยา โดยเฉพาะการใส่มาตรฐาน IP69K และแบตเตอรี่ความจุ 6,150mAh มาให้ ซึ่งมักจะพบได้ในมือถือสายลุย (Rugged Phone) หรือเรือธงราคาแพงเท่านั้น การใช้ชิป Helio G200 Ultimate แม้จะเป็นชิป 4G แต่ก็ถูกทดแทนด้วยหน้าจอ 144Hz และเซนเซอร์กล้อง Sony ตระกูล LYTIA ที่ทันสมัย บทวิเคราะห์มองว่า Tecno ต้องการเจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่เน้นการใช้งานจริงจัง ทนทาน และแบตเตอรี่อึดนานข้ามวัน มากกว่าการแข่งเรื่องความแรงของชิปเซ็ตเพียงอย่างเดียว
source: gsmarena