Vivo ได้ขยายสมาชิกใหม่ในตระกูล V60 Series ด้วยการเปิดตัว Vivo V60 Lite เวอร์ชันอัปเกรด (รหัสรุ่น V2549) ในประเทศปานามา ซึ่งแม้ว่าชื่อรุ่นจะดูคุ้นเคยเนื่องจากมีการเปิดตัวรุ่นเดิมไปเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ในเวอร์ชันปี 2026 นี้มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 6s 4G Gen 2 จาก Qualcomm แทนที่ชิป Snapdragon 685 เดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

สำหรับสเปกในส่วนอื่น ๆ ยังคงถอดแบบมาจากความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 6.77 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พร้อมอัตรารีเฟรชเรต 120Hz ที่ให้ความลื่นไหลระดับสูง รวมถึงติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือแบบแสงไว้ใต้หน้าจอ ด้านการถ่ายภาพมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 32MP และชุดกล้องหลังเลนส์คู่ ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP และเลนส์อัลตราไวด์ 8MP ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุม

จุดขายที่โดดเด่นที่สุดของ V60 Lite รุ่นนี้คือระบบพลังงาน โดยให้แบตเตอรี่มาจุใจถึง 6,500 mAh ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานสมาร์ทโฟนทั่วไปในปัจจุบัน พร้อมรองรับระบบชาร์จไวแบบสายที่ 90W และฟีเจอร์การชาร์จย้อนกลับที่ 6W ตัวเครื่องทำงานบนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 15 (Android 15) และได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่ระดับ IP65 โดยมีให้เลือก 2 เฉดสีคือ สีดำและสีน้ำเงิน

หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์การยืดอายุผลิตภัณฑ์ด้วยขุมพลังใหม่และพลังงานที่ล้นเหลือ การที่ Vivo เลือกอัปเกรด V60 Lite ด้วยชิป Snapdragon 6s 4G Gen 2 สะท้อนถึงการรุกตลาดกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพคุ้มค่าในพื้นที่ที่โครงข่าย 4G ยังคงเป็นหลัก การตัดสินใจคงสเปกหน้าจอระดับท็อปและแบตเตอรี่ขนาดมหึมา 6,500 mAh ไว้ คือหมากที่เฉียบคมในการดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานสายบันเทิงและไรเดอร์ที่ต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ แม้จะเป็นการนำโมเดลเดิมมาปรับปรุงใหม่ แต่ด้วยการเป็นรุ่นแรกที่ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ของ Qualcomm ก็ช่วยสร้างความน่าสนใจและสร้างแต้มต่อในตลาดระดับกลางได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในแง่ของความทนทานและการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนานกว่าคู่แข่ง
source: gsmarena