ตลาดสมาร์ทวอทช์ในประเทศจีนเผชิญกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2025 โดยรายงานจาก Runto ระบุว่ายอดขายออนไลน์ของสมาร์ทวอทช์สำหรับผู้ใหญ่พุ่งสูงถึง 21.34 ล้านเรือน เพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สิ่งที่น่าสนใจคือรายได้รวมในตลาดทะยานสูงขึ้นถึง 50.8% แตะระดับ 2.44 หมื่นล้านหยวน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ขยับตัวสูงขึ้นเป็น 1,147 หยวน แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวจีนยินดีจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อแลกกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
Huawei ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยส่วนแบ่งการตลาด 24.5% โดยมียอดขายเติบโตขึ้นถึง 46.8% เมื่อเทียบกับปี 2024 ความสำเร็จนี้มาจากการปรับโฉมไลน์อัปสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่ซีรีส์ FIT ที่เน้นดีไซน์เพรียวบาง, Watch 5 ที่ยกระดับระบบ AI บน HarmonyOS และการตรวจวัดสุขภาพ ไปจนถึงรุ่น GT 6 ที่เจาะกลุ่มผู้รักการออกกำลังกายและต้องการแบตเตอรี่ที่อึดทนนาน รวมถึงรุ่น Ultimate 2 ที่วางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์สำหรับการใช้งานกลางแจ้งโดยเฉพาะ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Huawei ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามคือระบบนิเวศ HarmonyOS ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเชื่อมโยงอุปกรณ์สวมใส่เข้ากับสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ในบ้าน และระบบการแพทย์ได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ Huawei ยังได้รุกเข้าสู่ตลาดผู้สูงอายุด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ที่ใช้งานง่ายและระบบติดตามสุขภาพระดับมาตรฐานการแพทย์ ทำให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทางด้าน Apple ครองอันดับสองด้วยส่วนแบ่งยอดขายออนไลน์ 16.5% แม้ปริมาณยอดขายจะน้อยกว่า Huawei แต่ Apple สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดขึ้นมาได้ถึง 5.7% จากปีก่อน โดยในปี 2025 Apple ได้ส่ง Apple Watch S11, SE 3 และ Ultra 3 ลงสู้ศึก ซึ่งรุ่น S11 มียอดขายโดดเด่นจากนโยบายเงินอุดหนุนผู้บริโภค ส่วนรุ่น Ultra 3 ก็ครองใจกลุ่มลูกค้าพรีเมียม ส่งผลให้ Apple ครองส่วนแบ่งยอดขายในกลุ่มราคาสูงกว่า 3,000 หยวน ได้มากกว่า 60% และกวาดส่วนแบ่งรายได้รวมของทั้งตลาดไปได้ถึง 40%
สำหรับ Xiaomi รั้งอันดับสามด้วยส่วนแบ่งยอดขาย 8.8% โดยยังคงเน้นกลยุทธ์ความคุ้มค่า และมุ่งเน้นไปที่เซกเมนต์ราคาประมาณ 1,000 หยวนเป็นหลัก Xiaomi ได้ขยายฐานสินค้าด้วยรุ่น Redmi Watch 6, Xiaomi Watch 5 และ Watch S4 เพื่อดึงดูดลูกค้าทั้งในระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ส่งผลให้มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

หมีเด้งวิเคราะห์: สงครามข้ามระบบนิเวศและการแบ่งขั้วตลาดที่ชัดเจน ภาพรวมตลาดปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งขั้วทางการตลาด (Market Bifurcation) ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นระหว่าง "ผู้สร้างระบบนิเวศ" กับ "ผู้เน้นความคุ้มค่า" ในปี 2026 เราจะเห็น Huawei ใช้ความได้เปรียบเรื่องการบูรณาการบริการสุขภาพในท้องถิ่น (Localized Health Services) และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในบ้านมาเป็นกำแพงสกัดคู่แข่ง ในขณะที่ Apple ยังคงใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์และความเป็นสินค้าแฟชั่นไฮเอนด์ในการดึงเม็ดเงินจากกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ความท้าทายที่น่าจับตาคือการแข่งขันด้าน AI และความแม่นยำของเซนเซอร์ทางการแพทย์ ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่สมาร์ทวอทช์ทุกแบรนด์ต้องมีเพื่อความอยู่รอดในตลาดจีนที่การแข่งขันดุเดือดที่สุดในโลก
source: gizmochina