กระแสข่าวลือของ iPhone 18 Pro Series เริ่มหนาหูขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุดจากนักหลุดข่าวชื่อดังใน Weibo อย่าง Digital Chat Station ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความจุแบตเตอรี่ของรุ่นท็อปสุดอย่าง iPhone 18 Pro Max ซึ่งระบุว่าในเวอร์ชันที่วางจำหน่ายในประเทศจีนจะมีแบตเตอรี่ขนาดอย่างน้อย 5,000mAh หรืออาจจะมากกว่านั้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเครื่องเวอร์ชันที่วางจำหน่ายทั่วโลก คาดว่าจะได้รับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงกว่า โดยน่าจะอยู่ในช่วง 5,100–5,200mAh นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่าผู้ใช้งานจะสัมผัสได้ถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพียงเพราะความจุที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นผลมาจากการเปลี่ยนไปใช้ชิปเซ็ต A20 Pro สถาปัตยกรรมระดับ 2nm รุ่นใหม่ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาก

เหตุผลเบื้องหลังความแตกต่างของความจุแบตเตอรี่ระหว่างรุ่นที่ขายในจีนและรุ่นทั่วโลกนั้น มาจากข้อจำกัดทางวิศวกรรมภายในเครื่อง โดยรุ่นที่ขายในจีนยังคงต้องมีช่องใส่ ซิมการ์ดแบบแผ่น ซึ่งกินพื้นที่ภายในมากกว่า ในขณะที่รุ่นสากลส่วนใหญ่เปลี่ยนไปใช้ eSIM ทั้งหมดแล้ว ทำให้มีพื้นที่เหลือสำหรับติดตั้งเซลล์แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในรุ่น iPhone 17 Pro Max ที่รุ่น eSIM มีความจุแบตเตอรี่มากกว่ารุ่นที่มีช่องซิมราว 250mAh
นอกจากเรื่องแบตเตอรี่แล้ว สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการคือกลยุทธ์การเปิดตัวของ Apple ในปีนี้ โดยมีรายงานว่า Apple อาจตัดสินใจเปิดตัวเฉพาะไลน์อัป iPhone 18 Pro เท่านั้นในช่วงเดือนกันยายน 2026 และอาจจะข้ามการเปิดตัวรุ่นมาตรฐานอย่าง iPhone 18 ไป ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางการตลาดที่แปลกใหม่และแตกต่างจากธรรมเนียมปฏิบัติเดิมที่ Apple เคยทำมาตลอดหลายสิบปี

หมีเด้งวิเคราะห์: เมื่อความจุแบตเตอรี่อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของ "ความอึด" การขยับความจุขึ้นมาแตะระดับ 5,000mAh ของ iPhone 18 Pro Max อาจดูไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับฝั่ง Android ที่ขยับไปไกลถึง 6,000–7,000mAh แล้ว แต่หัวใจสำคัญของ Apple ในปี 2026 คือการใช้ "ประสิทธิภาพต่อวัตต์" จากชิป 2nm เป็นตัวตัดสินเกม การเพิ่มความจุเพียงเล็กน้อยบวกกับชิปที่กินไฟน้อยลงมหาศาลจะทำให้ iPhone รุ่นนี้กลายเป็นมือถือที่ใช้งานได้ข้ามวันอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทิ้งรุ่นมาตรฐานแล้วเปิดตัวเฉพาะรุ่น Pro สะท้อนว่า Apple กำลังมุ่งหน้าสู่กลยุทธ์ "เน้นกำไรต่อหน่วย" และผลักดันแบรนด์ให้กลายเป็นสินค้า Luxury อย่างเต็มตัว โดยใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่และชิปเซ็ตขั้นสูงเป็นกำแพงกั้นระหว่างรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่ชัดเจนกว่าเดิม
source: gsmarena