รายงานข่าวที่เคยสร้างความตื่นเต้นเมื่อปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับบริการ "Health+" ของ Apple ซึ่งเป็นบริการเสริมพลัง AI สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเชิงลึกและช่วยตรวจแก้ท่าทางขณะออกกำลังกายผ่านกล้อง iPhone ล่าสุดมีกระแสข่าวลือหนาหูว่ายักษ์ใหญ่แห่งคูเปอร์ติโนได้ตัดสินใจ ลดระดับโครงการ นี้ลงแล้ว หลังจากที่ทีมพัฒนาด้านสุขภาพและการออกกำลังกายถูกย้ายไปอยู่ภายใต้กลุ่มบริการที่ดูแลโดย Eddy Cue
เหตุผลเบื้องต้นที่ทำให้ Apple ยอมยกเลิกแผนการเปิดตัวบริการ Health+ แยกเป็นเอกเทศนั้นมาจากมุมมองของ Eddy Cue ที่เห็นว่า Apple ยังขาดศักยภาพในการแข่งขันที่เพียงพอในตลาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่แข็งแกร่งซึ่งยึดครองตลาดสุขภาพแบบสมัครสมาชิกไปก่อนหน้าแล้วอย่าง Oura หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและให้บริการฟีเจอร์ที่ครอบคลุมบนระบบ iOS อยู่ในปัจจุบัน

แหล่งข่าวภายในเปิดเผยว่า แม้ Eddy Cue จะมีความต้องการให้ Apple ขยับตัวให้เร็วขึ้นและเป็นผู้นำในด้านความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) แต่ความจริงที่ว่าตลาดนี้มีผู้เล่นจำนวนมากจนเข้าสู่จุดอิ่มตัว ทำให้การปั้นบริการใหม่ขึ้นมาเพื่อเก็บค่าสมาชิกเพิ่มเติมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่านักในเชิงธุรกิจ Apple จึงเลือกที่จะเปลี่ยนทิศทางจากการสร้างบริการใหม่ มาเป็นการอัปเกรดเครื่องมือที่มีอยู่แทน
ดังนั้น แทนที่จะมีการเปิดตัวบริการ Health+ อย่างยิ่งใหญ่ Apple จะใช้วิธีทยอยเพิ่มฟีเจอร์ที่พัฒนาเสร็จแล้วเข้าไปใน แอป Health พื้นฐานที่มีอยู่ในเครื่องผู้ใช้ทุกคน โดยคาดว่าความสามารถในการให้คำแนะนำสุขภาพตามข้อมูลส่วนบุคคลจะเริ่มเปิดให้ใช้งานภายในปี 2026 นี้ รวมถึงการเตรียมเปิดตัวแช็ตบอต AI สำหรับตอบคำถามด้านสุขภาพ (Health Chatbot) ในอนาคตอันใกล้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานในอีโคซิสเต็มเดิม
หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์ "ถอยเพื่อรุก" และความท้าทายของ Apple ในสมรภูมิ AI สุขภาพ การตัดสินใจพับแผน Health+ สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ก็ต้องยอมรับในความเชี่ยวชาญของเจ้าตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) การนำฟีเจอร์ AI มาใส่ในแอปฟรีอย่าง Health แทนที่จะเก็บเงินแยกเป็นบริการพรีเมียม ถือเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคมในการรักษาฐานผู้ใช้ Apple Watch และ iPhone ให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ในยุคที่ AI กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐาน การที่ Apple ไม่เลือกแข่งในด้าน "การเก็บค่าบริการ" แต่หันมาแข่งในด้าน "การสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด" จะช่วยให้แบรนด์ยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านฮาร์ดแวร์ไว้ได้ และอาจเป็นการปิดประตูคู่แข่งรายใหม่ที่จะเข้ามาแทรกแซงข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งาน Apple ได้ในระยะยาว
source: gsmarena