หลังจากที่ Xiaomi ได้เปิดตัวแท็บเล็ตเรือธง Xiaomi Pad 8 Pro ในประเทศจีนไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ทั่วโลก เมื่อพบข้อมูลตัวเครื่องเวอร์ชัน Global ปรากฏบนฐานข้อมูลของ Geekbench ภายใต้รหัสโมเดล 25091RP04G โดยตัวอักษร "G" ที่ต่อท้ายเป็นเครื่องหมายยืนยันชัดเจนว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการวางจำหน่ายในตลาดสากลนอกประเทศจีนในเร็ว ๆ นี้

ผลการทดสอบประสิทธิภาพผ่าน Geekbench 6.5 เผยให้เห็นคะแนนที่น่าประทับใจ โดยทำคะแนน Single-core ได้ 2,940 คะแนน และ Multi-core สูงถึง 8,759 คะแนน ซึ่งยืนยันว่าตัวเครื่องจะขับเคลื่อนด้วยขุมพลังระดับท็อปอย่าง Snapdragon 8 Elite เช่นเดียวกับเวอร์ชันที่จำหน่ายในจีน โดยเครื่องต้นแบบที่ถูกนำมาทดสอบมาพร้อมกับ RAM 8GB ซึ่งคาดว่าจะเป็นรุ่นเริ่มต้น และอาจมีตัวเลือกสูงสุดไปจนถึง 16GB เพื่อรองรับการใช้งานหนักและการตัดต่อระดับมืออาชีพ
แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันว่าสเปกเวอร์ชัน Global จะเหมือนกับรุ่นที่จำหน่ายในจีนทุกประการหรือไม่ แต่หากเป็นไปตามคาด Xiaomi Pad 8 Pro จะมาพร้อมหน้าจอ IPS LCD ขนาด 11.2 นิ้ว ที่มีอัตรารีเฟรชเรตลื่นไหลถึง 144Hz ความสว่างสูงสุด 800 nits พร้อมความจุภายในสูงสุด 512GB นอกจากนี้ยังมีกล้องหลังความละเอียด 50MP กล้องหน้า 32MP และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 9,200 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 67W โดยจะรันบนระบบปฏิบัติการ HyperOS 3 พื้นฐาน Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง

สำหรับการเปิดตัวในระดับสากลนั้น นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Xiaomi น่าจะใช้เวทีใหญ่ในงาน Mobile World Congress (MWC) ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 2 มีนาคม 2026 โดยคาดว่า Pad 8 Pro จะถูกเปิดตัวพร้อมกับสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง Xiaomi 17 Ultra เพื่อแสดงศักยภาพของอีโคซิสเต็มรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์สู่สายตาชาวโลก
หมีเด้งวิเคราะห์: การท้าชน iPad และแท็บเล็ตฝั่ง Android ระดับพรีเมียม การนำ Snapdragon 8 Elite มาใส่ใน Xiaomi Pad 8 Pro เวอร์ชัน Global เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า Xiaomi ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของแท็บเล็ตทั่วไปไปสู่ระดับ "Workstation พกพา" ในปี 2026 ที่ AI และการประมวลผลกราฟิกหนัก ๆ มีบทบาทสำคัญ การมีชิปเซ็ตที่แรงที่สุดในตลาดจะช่วยให้ Pad 8 Pro กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของทั้ง iPad Pro และ Samsung Galaxy Tab S Series หาก Xiaomi สามารถรักษาระดับราคาให้คุ้มค่าเหมือนเดิมได้ แท็บเล็ตรุ่นนี้จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้ผู้ใช้งานระดับมืออาชีพหันมามองแท็บเล็ตฝั่ง Android มากขึ้นอย่างแน่นอน
source: gsmarena