กระแสข่าวลือของสมาร์ทโฟนเรือธงด้านการถ่ายภาพอย่าง vivo X300 Ultra กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก หลังมีข้อมูลหลุดระบุว่ารุ่นนี้จะมาพร้อมกับการอัปเกรดระบบกล้องหลังครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การติดตั้งเซนเซอร์ความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล จำนวน 2 ตัว แบ่งเป็นกล้องหลักที่มาพร้อมระบบกันสั่น OIS และกล้องเทเลโฟโต้แบบ Periscope ที่ช่วยให้การซูมระยะไกลยังคงความละเอียดได้คมชัดระดับสูงสุด เสริมทัพด้วยกล้องอัลตราไวด์ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลที่ใช้เซนเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
นอกจากความละเอียดของพิกเซลที่สูงลิ่วแล้ว Digital Chat Station แหล่งข่าววงในที่เชื่อถือได้เปิดเผยผ่าน Weibo ว่า vivo X300 Ultra จะโดดเด่นเรื่องความแม่นยำของสีสันทั้งในการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ด้วยการติดตั้งเซนเซอร์ Multispectral ขนาดใหญ่รุ่นสั่งทำพิเศษความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีช่องรับสี (Color Channels) มากขึ้นกว่าปกติ เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาความเพี้ยนของสี ปรับปรุงโทนสีผิว (Skin Tone) ให้เป็นธรรมชาติ รวมถึงช่วยเรื่องสมดุลแสงขาว (White Balance) และการประมวลผล HDR ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อยและภาพถ่ายยามค่ำคืน vivo X300 Ultra ยังได้รับการปรับแต่งซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยคาดว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเปิดตัวสู่ตลาดโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 นี้ ในส่วนของราคาจำหน่าย คาดการณ์ว่ารุ่นท็อปสุดอาจเปิดตัวในไทยที่ราคาประมาณ 49,900 - 52,900 บาท (คำนวณจากราคาเปิดตัวรุ่นก่อนหน้าและสเปกที่เพิ่มขึ้น) ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่ท้าชนกับเรือธงของทั้ง Apple และ Samsung อย่างตรงไปตรงมา
หมีเด้งวิเคราะห์ : vivo กับเกมรุก "เซนเซอร์เฉพาะทาง" เพื่อความเป็นหนึ่งด้านภาพถ่าย การที่ vivo เลือกใส่เซนเซอร์ Multispectral เข้ามาควบคู่กับเซนเซอร์ 200MP คู่ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เน้นเพียงแค่ "ตัวเลขพิกเซล" เพื่อการตลาดเท่านั้น แต่กำลังมุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาความสมจริงของภาพที่สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่มักทำได้ไม่เท่ากล้องระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะเรื่องความแม่นยำของสีผิวและสภาพแสงที่ซับซ้อน หาก vivo สามารถทำให้ซอฟต์แวร์ดึงพลังของเซนเซอร์พิเศษนี้ออกมาได้จริง X300 Ultra จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือสายช่างภาพ และอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คู่แข่งต้องเลิกแข่งกันที่จำนวนพิกเซล แล้วหันมาแข่งกันที่ "ความถูกต้องของสี" แทน ซึ่งถือเป็นก้าวที่ฉลาดในการสร้างความแตกต่างในตลาดระดับพรีเมียมปี 2026
source: gsmarena