สมาร์ทโฟนที่คนทั้งโลกจับตามองอย่าง iPhone 18 Series เริ่มมีข้อมูลหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว โดยข้อมูลล่าสุดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า Apple อาจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเปิดตัวในปี 2026 นี้เป็น 2 ช่วงเวลา และที่น่าสนใจที่สุดคือการยกระดับมาตรฐานหน้าจอให้เป็นแบบ LTPO 120Hz (ProMotion) ในทุกรุ่นย่อย ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของหน้าจอ 60Hz ในไอโฟนรุ่นมาตรฐานเสียที
สำหรับรายละเอียดขนาดหน้าจอของแต่ละรุ่นที่มีการเปิดเผยออกมา มีดังนี้
- iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน: มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.27 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรต 120Hz และยังคงใช้งานดีไซน์ Dynamic Island แบบเดิม
- iPhone 18 Air 2: รุ่นเน้นความบางเบาสานต่อความสำเร็จจากปีก่อน จะใช้หน้าจอขนาด 6.55 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 120Hz และ Dynamic Island เช่นกัน
- iPhone 18 Pro: ใช้หน้าจอขนาด 6.27 นิ้ว แต่ไฮไลต์คือการขยับไปใช้ดีไซน์ใหม่ที่ซ่อนระบบ Face ID ไว้ใต้หน้าจอ (Under-Display) ทำให้เหลือเพียงรูเจาะขนาดเล็กสำหรับกล้องหน้าเท่านั้น
- iPhone 18 Pro Max: รุ่นท็อปสุดมาพร้อมจอขนาดใหญ่ 6.86 นิ้ว และใช้ดีไซน์หน้าจอแบบซ่อน Face ID ใต้จอเหมือนรุ่น Pro เพื่อเพิ่มพื้นที่การแสดงผลให้เต็มตาที่สุด

นอกเหนือจากเรื่องหน้าจอแล้ว ยังมีรายงานว่า Apple จะอัปเกรดกล้องหน้าให้กับ iPhone 18 ทุกรุ่น และในรุ่น Pro อาจเป็นครั้งแรกที่ได้ใช้งานเลนส์แบบ Variable Aperture (ปรับรูรับแสงได้) พร้อมขุมพลังชิป A20 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 2 นาโนเมตร รุ่นแรกของโลก
หมีเด้งวิเคราะห์ : การมาของ iPhone 18 ในปี 2026 นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญของ Apple ทั้งในด้าน "ผลิตภัณฑ์" และ "การตลาด" โดยการนำหน้าจอ 120Hz มาใส่ในรุ่นเริ่มต้นและรุ่น Air นั้น เป็นการตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์ที่เรื้อรังมานานว่าไอโฟนรุ่นปกติมีสเปกหน้าจอตามหลังคู่แข่งฝั่ง Android เกินไป
ในขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยี Under-Display Face ID มาใช้ในรุ่น Pro ก็เป็นการรักษา "ช่องว่างแห่งความพรีเมียม" (Premium Gap) เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับดีไซน์ที่ดูไร้รอยต่อมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ ต้นทุนการผลิต เพราะทั้งชิป 2nm และจอ LTPO ล้วนมีราคาสูง ซึ่งอาจทำให้เราเห็นการปรับราคาขึ้นทั้งกระดาน แต่หาก Apple เลือกใช้วิธีเปิดตัวแบบ "แบ่งช่วง" (Split Launch) โดยส่งรุ่น Pro มาก่อนในเดือนกันยายน และตามด้วยรุ่นปกติในปีหน้า ก็อาจเป็นวิธีที่ช่วยคุมซัพพลายเชนและรักษากระแสความต้องการให้ยาวนานตลอดทั้งปีได้ดีขึ้น
source: gsmarena