OnePlus ได้สร้างความฮือฮาในตลาดสมาร์ทโฟนด้วยการเปิดตัว OnePlus Turbo 6 และ Turbo 6V ซึ่งเป็นอุปกรณ์คู่ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดมหึมาถึง 9,000mAh แม้จะมีแบตเตอรี่ความจุสูง แต่ทั้งสองรุ่นยังคงมีขนาดที่บางเพียง 8.5 มม. และน้ำหนัก 215 กรัม เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน โดยรุ่น Turbo 6 เป็นรุ่นพรีเมียมที่ราคาเริ่มต้นที่ 2,300 หยวน (ประมาณ 11,600 บาท) ขณะที่รุ่น Turbo 6V เป็นรุ่นราคาประหยัดกว่า เริ่มต้นที่ 1,900 หยวน (ประมาณ 9,600 บาท)

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ประสิทธิภาพ รุ่น Turbo 6 ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ โดยขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตเรือธง Snapdragon 8s Gen 4 และเสริมด้วยชิปช่วยประมวลผลหลายตัว เช่น ชิป Fengchi Game Kernel ที่ช่วยดันเฟรมเรตเกมให้สูงถึง 165fps ตามอัตรารีเฟรชหน้าจอ พร้อมด้วยชิปเพิ่มประสิทธิภาพ Wi−Fi G1 และชิปควบคุมการสัมผัสความเร็วสูง ด้านสเปกภายใน Turbo 6 ใช้ RAM LPDDR5X สูงสุด 16GB และหน่วยความจำ UFS 4.1 สูงสุด 512GB
ในทางกลับกัน รุ่น Turbo 6V ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4 ที่ประหยัดพลังงานกว่า และใช้ RAM LPDDR4X สูงสุด 12GB พร้อมหน่วยความจำ UFS 3.1 อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่นก็มาพร้อมกับระบบระบายความร้อนด้วย Vapor Chamber ขนาดใหญ่และแผ่นกระจายความร้อนหลายชั้นเพื่อจัดการความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

หน้าจอของทั้งสองรุ่นมีความโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมาพร้อมกับจอ OLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1272p+ พร้อมสี 10-bit รุ่น Turbo 6 มีอัตรารีเฟรชที่สูงกว่าที่ 165Hz ส่วน Turbo 6V อยู่ที่ 144Hz ทั้งคู่ทำความสว่างสูงสุดได้ถึง 1,800 nits และรองรับเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าอย่าง DC dimming และ 3,840Hz high-frequency PWM
หัวใจหลักของซีรีส์นี้คือแบตเตอรี่ 9,000mAh ที่รองรับการชาร์จเร็ว 80W SuperVOOC และยังสามารถทำหน้าที่เป็นพาวเวอร์แบงก์ฉุกเฉินด้วยการชาร์จย้อนกลับ 27W ด้านการถ่ายภาพ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกล้องหลัก 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS และกล้องหน้า 16MP อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าเสียดายคือการใช้พอร์ต USB−C 2.0 และการไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

หมีเด้งวิเคราะห์ : การเปิดตัว OnePlus Turbo 6 และ 6V เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า OnePlus กำลังมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาความกังวลหลักของผู้ใช้สมาร์ทโฟน นั่นคือ "อายุการใช้งานแบตเตอรี่" การนำเสนอแบตเตอรี่ 9,000mAh ในตัวเครื่องที่ยังคงความบางและน้ำหนักที่สามารถยอมรับได้ ถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่โดดเด่น การแยกผลิตภัณฑ์เป็นสองรุ่น ช่วยให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลาย โดยราคาเริ่มต้นของรุ่น 8GB+256GB อยู่ที่ 1,900 หยวน (ประมาณ 9,600 บาท) และรุ่นพรีเมียม 12GB+256GB อยู่ที่ 2,300 หยวน (ประมาณ 11,600 บาท) แม้จะมีสเปกแบตเตอรี่ที่น่าประทับใจ แต่การที่กล้องไม่หวือหวาเท่ารุ่นเรือธงอื่น ๆ และการใช้ USB−C 2.0 อาจเป็นจุดที่ต้องพิจารณา อย่างไรก็ตาม หากมีการวางจำหน่ายทั่วโลกด้วยราคาที่ใกล้เคียงนี้ OnePlus Turbo Series จะกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกมหรือใช้งานหนักที่ "อยู่ได้นานตลอดวัน"
source: gsmarena