Core Devices บริษัทใหม่ที่ก่อตั้งโดย Eric Migicovsky ผู้ก่อตั้ง Pebble ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุด Pebble Round 2 อย่างเป็นทางการ หลังจากการเปิดตัว Pebble 2 Duo และ Time 2 ไปก่อนหน้านี้ การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากการที่ Google ได้เปิดซอร์สโค้ดของ Pebble OS ซึ่ง Core Devices นำมาใช้เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนอุปกรณ์

Pebble Round 2 โดดเด่นด้วยดีไซน์คลาสสิกแบบทรงกลม พร้อมตัวเรือนสแตนเลสสตีลที่บางเฉียบเพียง 8.1 มม. หน้าจอเป็นแบบ e-paper ทัชสกรีน ขนาด 1.3 นิ้ว ความละเอียด 260x260 พิกเซล ที่แสดงผลได้ 64 สี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง สองสัปดาห์ ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวนาฬิกามีให้เลือกสามสี ได้แก่ Matte Black, Brushed Silver, และ Polished Rose Gold พร้อมวางจำหน่ายล่วงหน้าในราคา $199 (ประมาณ 7,030 บาท) และมีกำหนดจัดส่งในเดือนพฤษภาคม

แม้ว่า Round 2 จะมีการติดตามกิจกรรมและสุขภาพพื้นฐาน (การนับก้าวและการนอนหลับ) แต่บริษัทระบุชัดเจนว่ามัน "ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นนาฬิกาฟิตเนสหรือกีฬา" แต่เน้นที่ฟังก์ชันการเชื่อมต่อและการใช้งานทั่วไป ด้วยคุณสมบัติกันน้ำ 30 เมตร, ไมโครโฟนคู่สำหรับการรับคำสั่งเสียง และการตอบกลับข้อความ (รองรับ iOS และ Android)
หมีเด้งวิเคราะห์ : การที่ Core Devices นำเอา Pebble กลับมาทำตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นดีไซน์ที่บางเฉียบ (8.1 มม.) และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึงสองสัปดาห์ ถือเป็น กลยุทธ์ "Minimalist Utility" และการดึงดูดฐานแฟนคลับเก่า (Niche Revival Strategy) ในขณะที่ตลาดสมาร์ทวอทช์ส่วนใหญ่เน้นไปที่คุณสมบัติทางการแพทย์ที่ซับซ้อนและหน้าจอสีที่ต้องชาร์จทุกวัน Pebble เลือกที่จะเน้นจุดแข็งเดิมคือ ความทนทานของแบตเตอรี่ (ด้วยจอ e-paper) และ ความเรียบง่ายสง่างาม ในราคาที่ $199 ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่านาฬิกาเรือธง การจำกัดฟีเจอร์ด้านฟิตเนสเป็นการส่งสารที่ชัดเจนว่า Pebble มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ที่ต้องการนาฬิกาอัจฉริยะที่ทำหน้าที่เป็น "อุปกรณ์แจ้งเตือนและเชื่อมต่อ" ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ และแทบไม่ต้องชาร์จ.
source: gsmarena