Apple Music เปิดตัวระบบเสียงตามตำแหน่งพร้อม Dolby Atmos และจะทำให้เพลงทั้งหมดในแค็ตตาล็อกมีในเสียงแบบ Lossless

กู๊ดดรีม | 18 พ.ค. 2564 14:00:02

8713

VIEWS กู๊ดดรีม

Apple Music เปิดตัวระบบเสียงตามตำแหน่งพร้อม Dolby Atmos และจะทำให้เพลงทั้งหมดในแค็ตตาล็อกมีในเสียงแบบ Lossless

Apple ประกาศเปิดตัวคุณภาพเสียงระดับชั้นนำสำหรับสมาชิก Apple Music โดยการเพิ่มระบบเสียงตามตำแหน่งหรือ Spatial Audio พร้อมการรองรับ Dolby Atmos ซึ่งระบบเสียงตามตำแหน่งนั้นจะเปิดโอกาสให้ศิลปินได้สร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านเสียงที่เต็มอิ่มสมจริงสำหรับแฟนเพลงด้วยเสียงแบบหลายมิติที่ชัดเจนทุกรายละเอียด นอกจากนี้สมาชิก Apple Music ยังสามารถฟังเพลงกว่า 75 ล้านเพลงในเสียงแบบ Lossless อย่างที่ศิลปินตั้งใจสร้างสรรค์ในห้องบันทึกเสียง โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Apple Music จะเล่นแทร็ค Dolby Atmos โดยอัตโนมัติตามค่าเริ่มต้นบน AirPods และหูฟัง Beats ทุกรุ่นที่มีชิป H1 หรือ W1 รวมถึงลำโพงในตัวของ iPhone, iPad และ Mac รุ่นล่าสุดด้วย นอกจากนี้ Apple จะเพิ่มแทร็ค Dolby Atmos ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จัดทำเป็นเพลย์ลิสต์ Dolby Atmos ชุดพิเศษเพื่อช่วยให้ผู้ฟังได้พบเจอเพลงที่ชื่นชอบ ส่วนอัลบั้มที่มีให้ฟังในแบบ Dolby Atmos ก็จะมีป้ายติดไว้ในหน้ารายละเอียดเพื่อให้สังเกตเห็นได้ง่าย

นอกจากนี้ Apple Music ยังจะทำให้เพลงกว่า 75 ล้านเพลงในแค็ตตาล็อกมีให้ฟังในแบบ Lossless อีกด้วย โดยที่ Apple ใช้ ALAC (Apple Lossless Audio Codec) เพื่อรักษาทุกรายละเอียดของไฟล์เสียงต้นฉบับไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้สามารถเต็มอิ่มกับเสียงเพลงอย่างที่ศิลปินสร้างสรรค์ไว้ในห้องบันทึกเสียงทุกประการ

สมาชิกที่ใช้ Apple Music เวอร์ชั่นล่าสุดสามารถเริ่มฟังเสียงแบบ Lossless ได้โดยเข้าไปที่ "การตั้งค่า > เพลง > คุณภาพเสียง" แล้วเปิดใช้งาน อีกทั้งยังสามารถเลือกความละเอียดที่เหมาะสมสำหรับการเชื่อมต่อแบบต่างๆ ได้ อย่างเช่นระบบเซลลูลาร์, Wi-Fi หรือสำหรับการดาวน์โหลด และเสียงแบบ Lossless ของ Apple จะเริ่มที่คุณภาพระดับ CD หรือ 16 บิต ที่ 44.1 kHz และขึ้นไปสูงสุดถึงระดับ 24 บิต ที่ 48 kHz และสามารถเปิดฟังได้ทันทีบนอุปกรณ์ Apple ยิ่งกว่านั้นสำหรับ Audiophile ตัวจริง Apple Music ยังมี Hi-Resolution Lossless สูงสุดถึงระดับ 24 บิต ที่ 192 kHz1

ก็นับว่าเป็นการยกระดับคุณภาพเสียงครั้งยิ่งใหญ่ใน Apple Music ระบบนี้จะเริ่มให้ใช้บริการในเดือนมิถุนายน 2021 โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

Source: apple