Twitter เด็ดขาด! เตรียมลบทวิตที่แสดงความเกลียดชังในเรื่องอายุ ความพิการและโรคภัยต่างๆ เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่ขึ้น

กู๊ดดรีม | 6 มี.ค. 2563 10:18:35

656

VIEWS กู๊ดดรีม

Twitter เด็ดขาด! เตรียมลบทวิตที่แสดงความเกลียดชังในเรื่องอายุ ความพิการ
และโรคภัยต่างๆ เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่ขึ้น

เมื่อปีที่แล้ว Twitter ได้อัปเดตนโยบายการปฏิบัติที่เป็นอันตรายเพื่อโดยการลบคำพูดแสดงความเกลียดชังเกี่ยวกับศาสนา และล่าสุดบริษัทกำลังปรับปรุงกฎเพื่อหยุดการแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับการ "ลดทอนความเป็นมนุษย์" ในเรื่องของอายุ ความพิการและโรค ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีกฎออกมา โดยทวิตนั้นจะถูกลบออกทันทีเมื่อมีผู้ใช้รายงาน

การตัดสินใจออกกฎในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปกป้องผู้ใช้ โดยในปี พ. ศ. 2561 ผู้คนกว่า 30 ประเทศส่งการตอบแบบสำรวจ 8,000 ครั้งให้กับบริษัท เกี่ยวกับข้อเสนอแน่ะต่าง ซึ่งข้อเสนอที่สอดคล้องกันมากที่สุดที่บริษัทได้รับก็คือการดำเนินการกับข้อความที่เป็นอันตรายให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และจำเป็นต้องบังคับใช้นโยบายอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น ซึ่งทาง Twitter ก็ได้อ้างว่ามีกระบวนการฝึกอบรมเชิงลึกมากขึ้นสำหรับพนักงานที่ตรวจสอบรายงานการละเมิด

นอกจากนี้บริษัทวางแผนที่จะทำงานร่วมกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการใช้คำพูดแสดงความเกลียดชังที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อต่าง ๆ อย่างเชื้อชาติและชาติกำเนิด ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างที่ซับซ้อนในบริบทของภูมิภาคและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ

ซึ่งการอัปเดตนโยบายเป็นการติดตามการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่บริษัททำเพื่อช่วยในด้านความปลอดภัย โดยจากรายงานเมื่อปลายปีที่แล้ว สามารถตรวจจับและลบทวีตที่ไม่เหมาะสมได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสดงถึงทิศทางที่ดีในการควบคุมเนื้อหาบนทวิตเตอร์ให้ปลอดภัย

จากกระบวนการนี้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบต่อสังคมในการควบคุมเนื้อหาเพื่อให้สังคมบนทวิตเตอร์ไม่สร้างความรุนแรง ปลุกปั่นหรือความรู้สึกเกลียดชังที่จะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Twitter เป็นแหล่งสังคมออนไลน์ที่ไม่มีพรมแดน มีผู้ใช้งานกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก และสามารถสร้างเนื้อหาที่จะถูกเผยแพร่ต่อในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว การควบคุมเนื้อหาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ Twitter ควรให้ความใส่ใจและมีมาตรการที่ชัดเจน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับกฎใหม่จะมีเนื้อหาอย่างไร พร้อมใช้งานกันเมื่อไหร่ต้องรอติดตามกันต่อไป

Source: Engadget