Review : Samsung Galaxy A9 สมาร์ทโฟน 4 กล้องหลังรุ่นแรกของโลกพร้อมดีไซน์ฝาหลังไล่เฉดสีสวยลงตัว !!

เฮียแม็พ | 10 ธ.ค 2561 15:28:54

8836

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Samsung Galaxy A9 สมาร์ทโฟน 4 กล้องหลังรุ่นแรกของโลก
พร้อมดีไซน์ฝาหลังไล่เฉดสีสวยลงตัว !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับรีวิวฉบับเต็มของ Samsung Galaxy A9 สมาร์ทโฟน 4 กล้องหลังรุ่นแรกของโลก ที่สร้างความฮือฮา อื้อหือ โอ้โหกันมาแล้ว และนอกจากเรื่องกล้องที่โดดเด่นแล้ว ในเรื่องของดีไซน์ก็สวยเด่นด้วยฝาหลังไล่เฉดสีครั้งแรกของ Samsung อีกต่างหาก เอ้าแค่นี้ก็ดูน่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะครับ เอาเป็นว่ามาอ่านรีวิวของ Galaxy A9 ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

แกะกล่องเช็คของกันก่อนเลยให้อะไรมาบ้าง !?

เริ่มต้นที่ตัวกล่องของกันก่อนเลย รอบนี้ Samsung มีการปรับดีไซน์ของแพ็กเกจใหม่เล็กน้อย ด้านหน้าโชว์รูปตัวเครื่องชัดเจนพร้อมชื่อรุ่น A9 เด่นๆ และแน่นอนว่าสีชัดขนาดนี้เครื่องที่เราได้มารีวิวนั้นเป็นสี Lemonade Blue ฟ้าไล่เฉดสีสวยๆเลยครับ

เปิดกล่องออกมาก็จะเจอกล่องคู่มือพร้อมเคสใสที่ทักทายเราอยู่ที่ด้านบน และดึงขึ้นมาเป็นตัวเครื่องและอุปกรณ์เสริมต่างๆที่ซ่อนอยู่ในชั้นด้านล่างครับ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเอาออกมาเช็คให้เลยละกันว่ามีอะไรบ้างเนาะ

สำหรับอุปกรณ์ในกล่องทั้งหมดที่ให้มาก็จะมีด้วยกัน 7 อย่างประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง Galaxy A9
  • เคสซิลิโคนใส
  • คู่มือการใช้งาน
  • หูฟังแจ็ค 3.5 มม.
  • สาย USB Type-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ (รองรับ Fast Charge)
  • เข็มจิ้มถาดซิม

ที่น่าสนใจก็คือรอบนี้ Samsung มีการติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้วตั้งแต่เปิดกล่อง ไม่ต้องไปไล่หาตามร้านอีกต่อไป แกะกล่องมาก็มีทั้งเคสใสและอุปกรณ์ให้ใช้งานครบเลยครับรอบนี้ ยอดเยี่ยม ! :D

ดีไซน์คุ้นตา จับถือสะดวก !

มาต่อกันที่ตัวเครื่องของ Galaxy A9 เลย รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็น Galaxy A9 เวอร์ชั่นใหม่ที่มีการอัปเกรดหลายๆอย่างขึ้นมาในปี 2018 นี้ หน้าตามีความสวยงามในแบบฉบับของมือถือ Samsung ในยุคใหม่ ใช้หน้าจอแบบ Infinity Display ในอัตราส่วนแบบ 18.5:9 จะยาวๆหน่อย ส่วนขนาดหน้าจอให้มาที่ 6.3 นิ้วการแสดงผลค่อนข้างใหญ่เต็มตาดีทีเดียวครับ

ตัวชนิดหน้าจอแน่นอนว่าเป็นของ Samsung แบบนี้ก็ให้หน้าจอ Super Amoled ที่ทางแบรนด์นี้เขาถนัดนัก ให้การแสดงผลสีสันที่จัดจ้านและสวยงามดีทีเดียว ความละเอียดของหน้าจอก็เป็น FHD+ (2220 x 1080 พิกเซล) อยู่บนหน้าจอไซส์นี้บอกเลยว่าสวยคมใช้ได้เลยล่ะครับ

น่าเสียดายที่ในปีนี้ Samsung ยังไม่เล่นเทรนด์สมาร์ทโฟนหน้าจอติ่งหรือลดขอบหน้าจอให้บางลงไปกว่าเดิม ทำให้ตัวขอบหน้าจอทั้งบน-ล่างแอบมีความหนากว่าหลายๆรุ่นที่เปิดตัวมาในช่วงนี้พอสมควร เหนือหน้าจอเลยกลายเป็นที่วางตำแหน่งของเซ็นเซอร์วัดแสง, ไฟ LED แจ้งเตือน, ลำโพงสนทนา และกล้องหน้าไปแบบเต็มๆพร้อมขอบดำ

ส่วนด้านล่างแอบหนานิดหน่อย คงเว้นพื้นที่ไว้เวลาจับถือต่างๆได้อย่างสะดวก ไม่ได้ชิดขอบไปเท่าไหร่ แต่แบบนี้ก็ดูสมดุลกับด้านบนดี ไม่งั้นข้างบนหนาข้างล่างบางๆคงแอบตลกน่าดูเนาะ :P

แต่ถึงแม้ตัวเครื่องจะมีขอบบน-ล่างที่ดูหนาไปสักนิดก็เถอะ แต่ถ้าเทียบขนาดหน้าจอกับตัวเครื่องจริงๆแล้วถือว่าไม่ได้ใหญ่จนมากเกินไปเลย จับถือได้สะดวกด้วยซ้ำ และใครที่ไม่ค่อยชอบหน้าจอแบบติ่งพอมาเล่นรุ่นนี้คงถูกใจไม่น้อยครับ ได้เห็นจออยู่ในกรอบเต็มๆไม่ต้องมีอะไรแหว่งๆที่ด้านบน ^^"

กรอบตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นโลหะที่มีการเคลือบให้ดูมัมวาวอยู่ ช่วยเพิ่มความพรีเมี่ยมให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดีทีเดียวล่ะ ตำแหน่งของปุ่มกดมีการสลับฝั่งเล็กน้อย โดยรอบนี้ย้ายปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงมาไว้ที่ฝั่งขวามือคู่กับปุ่ม Power เรียบร้อย

ส่วนด้านซ้ายมือก็เป็นปุ่ม Bixby ซึ่งส่วนตัวรู้สึกไม่ค่อยชินกับการสลับฝั่งแบบนี้เท่าไหร่ เพราะปกติ Samsung จะเลือกให้ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ที่ฝั่งซ้ายเสมอๆ บวกกับปุ่ม Bixby ที่ไม่จำเป็นเลย บ่อยครั้งที่เผลอจะเพิ่มเสียงและไปกดโดนตลอดๆ = =

ด้านล่างของตัวเครื่องก็จะมีช่องเชื่อมต่อ USB Type-C อยู่ตรงกลาง, ช่องหูฟัง 3.5 มม.ไม่ตัดออกไปนะจ๊ะใช้งานหูฟังปกติได้อยู่ และไมโครโฟนกับลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่ที่มุมขวานี้แหละครับ

ส่วนด้านบนมีช่องใส่ซิมและไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

ในส่วนของตัวถาดซิมรุ่นนี้ก็ใจดีให้มาแบบ 3 Slot ใส่กันได้จุใจทั้ง 2 ซิม (Dual 4G) และ Micro-SD ที่รองรับได้สูงสุดถึง 512GB อีกด้วยครับ

ฝาหลังไล่เฉดใหม่พร้อมกล้องหลัง 4 ตัว

ด้านหน้าและด้านข้างมองเผินๆอาจจะไม่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆของ Samsung มากนัก แต่เมื่อพลิกกลับมาที่ด้านหลังก็เห็นได้ชัดเลยว่ามีการเปลี่ยนดีไซน์ไปจริงๆ เริ่มจากสีสันของฝาหลังก่อนเลย Galaxy A9 นั้นถือเป็นรุ่นแรกของ Samsung ที่มีการทำฝาหลังแบบไล่เฉดสีเข้ามาแบบนี้ เข้ากับเทรนด์ของปีนี้ได้เป็นอย่างดี โดยสี Lemonade Blue นี้จะไล่เฉดสีเขียวอ่อนลงมาจนถึงน้ำเงินที่ด้านล่างตัวเครื่อง ดูมีมิติใช้ได้เลยทีเดียวครับ

ตัวฝาหลังของรุ่นนี้ก็จะเป็นแบบ 3D โค้งรับกับรูปมือได้ดี แต่แอบน่าเสียดายที่สีการไล่เฉดนั้นมีอยู่แค่บนตัวกระจกด้านหลังเท่านั้น กรอบตัวเครื่องจะเป็นสีน้ำเงินไปทั้งหมด มุมบนๆของตัวเครื่องเลยแอบไม่กลืนกันไปเท่าไหร่นะแบบนี้

แต่จุดที่ไฮไลท์ของ Galaxy A9 นี้นอกจากฝาหลังไล่เฉดแล้วก็ยังมีกล้องหลังเรียงกันถึง 4 ตัวนี่แหละครับ ที่เห็นแล้วต้องแอบนึกถึงพวกไฟจราจรหรือไฟเตือนอะไรสักอย่างแน่ๆ :P ซึ่งกล้องหลังนี้จะวางเรียงกันลงมาในแนวตั้งแบบนี้เลย พร้อมไฟแฟลชที่อยู่นอกกรอบออกมาอีกที และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นจะอยู่ที่กลางของตัวเครื่องหรือระดับเดียวกับเลนส์ตัวล่างสุดนั่นเองครับ

รวมๆแล้วในเรื่องของดีไซน์ รุ่นนี้ก็ยังคงความเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นกลางของ Samsung ชัดเจนอยู่ ทั้งเรื่องหน้าจอแบบ 2.5D ที่ยังไม่ฉีกหนีไปจากซีรีส์ A ทั่วๆไปเท่าไหร่ ขอบบนล่างยังมีให้เห็นเยอะอยู่ ไม่มีติ่งตรงนี้ดี แต่ก็ไม่ถึงกับโดดเด่น แต่จุดที่ชอบและทำได้ดีจริงๆคงเป็นฝาหลังไล่เฉดสีที่สวยแบบที่ควรจะทำกันตั้งนานแล้วนี่แหละ :D

สำหรับสีสันที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะนำเข้ามาด้วยกัน 3 สีคือ Lemonade Blue, Bubblegum Pink และ Cavier Black ซึ่ง 2 สีแรกฟ้ากับชมพูจะมีการไล่เฉดสีสวยๆแบบที่เห็น ส่วนสีดำก็เป็นดำเงาสะท้อนเบสิคๆเลยครับ

สเปค Samsung Galaxy A9

  • หน้าจอ Super Amoled 6.3" FHD+
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 660 Octa-core
  • แรม 6GB
  • ความจุ 128GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 512GB
  • แบตเตอรี่ 3800 mAh
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 4 ตัว
  • - 8 ล้านพิกเซล f/2.4 (Ultra Wide)
  • - 10 ล้านพิกเซล f/2.4 (เทเล)
  • - 24 ล้านพิกเซล f/1.7 (ตัวหลัก)
  • - 5 ล้านพิกเซล f/2.2 (วัดระยะ)
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับ 2 ซิม
  • รัน Android 8.0 Oreo ครอบด้วย Samsung Experience 9.0
  • มาพร้อม 3 สี Caviar Black, Lemonade Blue and Bubblegum Pink
  • ราคา 19,990 บาท

ในส่วนของสเปคก็จัดมาให้สูงสุดของซีรีส์ A เลือกใช้หน่วยประมวลผลระดับกลางอย่างซีรีส์ Snapdragon 660 ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ดีและลงตัว, หน่วยความจำก็ให้มาสูงสุดๆ 6GB + 128GB เหมาะกับการใช้งาน, แบตเตอรี่จุใจ 3800mAh และที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆก็คือกล้องหลังของรุ่นนี้ที่ให้มามากถึง 4 ตัว และแน่นอนเป็นรุ่นแรกของโลกที่จัดมาให้กันขนาดนี้เลยล่ะครับ

ประสิทธิภาพเป็นไง ทดสอบคะแนนให้หน่อย !?

เห็นสเปคแบบนี้แล้วก็เชื่อได้เลยว่า Galaxy A9 นั้นจะได้ประสิทธิภาพในระดับกลางค่อนสูงแน่นอน แต่หลายคนคงอยากเห็นคะแนนทดสอบว่าถ้าเข้าแอป AnTuTu Benchmark แล้วจะได้คะแนนที่เท่าไหร่ หลังจากที่เราทดสอบ 2 - 3 ครั้งคะแนนเฉลี่ยก็ออกมาราวๆ 138941 คะแนนได้ครับ ถือว่าคะแนนใช้ได้เลยนะเนี่ย

ระบบปฏิบัติการและ UI ตัวเดิมที่คุ้นเคย !

ในส่วนของระบบปฏิบัติการนั้น Galaxy A9 นั้นมาพร้อมกับ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย Samsung Experience 9.0 อาจจะยังไม่ใช่ตัวใหม่สุดนัก แต่ก็ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของทาง Samsung ในตอนนี้แล้วล่ะครับ

หน้าตา UI และไอคอนต่างๆไม่ต่างจากรุ่นเรือธงเท่าไหร่ ไอคอนและชุด Wallpaper มาในทรงเดียวกัน มีระบบ Theme มาให้เลือกปรับได้ ถ้าไม่ชอบแบบดั้งเดิมที่ให้มานะครับ

Always On Display ยังติดมาให้เหมือนเดิมด้วยนาฬิกาแนวตั้ง ตรงนี้จะมีไอคอนการแจ้งเตือนต่างๆโชว์อยู่ใต้นาฬิกาหลัก พร้อมกับมีไอคอนแสดงตำแหน่งของปุ่มโฮมให้เราได้แตะสัมผัส 2 ครั้งเพื่อเป็นการปลุกจอได้ครับ และเช่นเดียวกับตอน A8 หรือ A8 Star คือปุ่มโฮมเสมือนตรงนี้ก็ไม่สามารถกดลงไปแบบ Force Touch เช่นเคยครับ

ปุ่ม Bixby ก็ยังใส่มาอยู่นะ กดเรียกได้เลย !

ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Bixby บน A9 ยังคงมีมาให้เหมือนเคย และยังคงมีปุุ่มมาให้กดที่ฝังซ้ายของตัวเครื่องเช่นเคย เราสามารถกดเพื่อเรียกใช้ Bixby Home ได้ด้วยการกด 1 ครั้ง หรือกดค้างเพื่อเรียกหน้า Bixby Voice เพื่อคุยกับผู้ช่วยของเราได้ด้วย (รองรับแค่ภาษาอังกฤษ, เกาหลี และจีน) ซึ่งตรงนี้แอบเสียดายที่ทาง Samsung ยังไม่ปรับให้ใช้งานเป็นปุ่มทางลัดอื่นๆได้ พอเราไม่ค่อยได้ใช้ก็กลายเป็นปุ่มร้างไปเลยนะแบบนี้ ><

ระบบปลดล็อค 2 รูปแบบ เลือกใช้กันได้เลย !

ในเรื่องของระบบปลดล็อครุ่นนี้ก็ให้มาตามสไตล์มือถือยุคนี้ แน่นอนว่าตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นอยู่ที่ด้านหลังเครื่องมุมบนๆหน่อยอย่างที่ได้เห็นไปแล้ว ตัวเซ็นเซอร์สแกนมีขนาดที่พอดีนิ้ว ทำงานได้รวดเร็วแต่รอบนี้แอบต้องกดลงไปนิดหน่อย ไม่ใช่แค่แตะๆก็ติดซะงั้น = ="

แต่ถ้าใช้สแกนนิ้วไม่สะดวกก็ยังมีระบบสแกนใบหน้ามาให้ใช้งานด้วยตรงนี้ก็ดูจะง่ายดีขึ้น เพราะระบบสแกนใบหน้าก็ทำได้รวดเร็ว แถมกดปลุกจอได้หลายรูปแบบจะกดที่ปุ่มโฮมในหน้า AOD หรือกดปุ่ม Power แล้วมองที่จอก็ได้ครับ เป็นอีกทางเลือกถ้าใช้สแกนนิ้วไม่ถนัดน่ะเนอะ

บันเทิงจัดเต็ม ไร้ติ่งกวนใจ !

มาต่อในเรื่องของความบันเทิงบนรุ่นนี้ Galaxy A9 มาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่ระดับ 6.3 นิ้ว ได้หน้าจอ Super Amoled ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันและความคมชัดด้วย ในเรื่องการแสดงผลทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ แถมไม่มีติ่งมากวนใจเท่าไหร่ เอามาใช้ดูหนังหรือวิดีโอความละเอียดสูงนี่สะใจไปเลย

ส่วนเรื่องเสียงรุ่นนี้ให้ลำโพงสำหรับความบันเทิงเพียงแค่ตัวเดียว ตำแหน่งอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่องแบบเบสิคครับ เสียงที่ได้ก็ออกมากลางๆ แต่ความดังใช้ได้อยู่ ใช้ฟังเพลงหรือเวลาเล่นเกมแบบไม่เสียบหูฟังได้อยู่ แต่ถ้าอยากจะเสียบหูฟังก็มีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม.มาให้อยู่ด้วย เสียบปุ๊บก็ฟังได้เลยไม่ยุ่งยากครับ :D

เล่นเกมเป็นไงสเปคนี้ !?

เข้าสู่เรื่องการเล่นเกม รอบนี้ Samsung เลือกใช้หน่วยประมวลผลเป็น Snapdragon 660 แทนที่ Exynos ของตัวเอง ในเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานต่างๆก็น่าจะหายห่วงขึ้นมาหน่อย ด้วยชิปเซ็ตตัวยอดนิยมแบบนี้ สำหรับเกมที่นำมาทดสอบรอบนี้ขอลองเกมใหม่อย่าง Asphalt 9 ดูหน่อย และเสริม PUBG Mobile ให้เหมือนเดิมครับ

สำหรับเกม Asphalt 9 นั้นในค่าเริ่มต้นจะปรับคุณภาพกราฟิกมาที่ Default ก็ให้คุณภาพกลางๆภาพยังไม่สวยที่สุดแต่เฟรมเรตต่างๆทำได้นิ่งดีทีเดียว แต่ถ้าอยากได้ภาพสวยหน่อยก็เลือกปรับไปที่ High Quality ได้เลย ภาพก็จะสวยแต่ติดข้อจำกัดบางอย่างเลยเห็นภาพหยักๆอยู่บ้าง และเฟรมเรตก็ไม่นิ่งเท่ากับแบบ Default ครับ ถ้าอยากเล่นลื่นๆหน่อยก็เล่นแบบค่าเริ่มต้นไปน่าจะโอเคกว่านะครับ

สำหรับ PUBG Mobile ในค่าเริ่มต้นที่เปิดเกมมาตัวเกมเลือกระดับมาให้เป็น Medium ก่อนเลย แต่จะไม่ให้ลองปรับเป็น High หน่อยก็อดใจไม่ไหวเนอะ และหลังจากที่ปรับภาพเป็น High แล้วก็ดันเล่นได้ลื่นๆซะงั้น ตามสเปคของชิปเซ็ต Snapdragon 660 จริงๆก็พอจะปรับ High เล่นได้ลื่นๆอยู่แล้วสำหรับเกมนี้ ยังไงเปิดมาเกมมาครั้งแรกอยากเล่นภาพสวยๆก็มาปรับกันได้เลยครับ :D

กล้องหลัง 4 ตัว ทำงานยังไง แบ่งเป็นอะไรบ้าง !?

เข้าสู่เรื่องไฮไลท์กับกล้องหลังของรุ่นนี้กันเลย อย่างที่ทราบกันดีว่า Galaxy A9 นั้นมาพร้อมกล้องหลังมากถึง 4 ตัว (เป็นรุ่นแรกของโลกเลยที่ให้มาขนาดนี้) ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วที่มีมากขนาดนี้มันช่วยยังไง เวลาใช้ถ่ายก็แค่ทีละตัวไม่ใช่เหรอ นั่นแหละครับ งั้นมาดูความสามารถของเลนส์แต่ละตัวกันเลยดีกว่า โดยกล้องหลังของรุ่นนี้เรียงกันมาดังนี้ครับ

  • กล้อง Ultra Wide - เลนส์มุมกว้าง 120 องศาความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้อง Tele - เลนส์ซูม 2X ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องตัวหลัก - เลนส์ปกติความละเอียด 24 ล้านพิกเซล f/1.7
  • กล้องวัดระยะ - ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.2 ใช้จับระยะในโหมด Live Focus

จะเห็นว่าแต่ละเลนส์นั้นแบ่งการทำงานออกเป็นของใครของมันเลย สำหรับระยะหรือช่วงถ่ายที่แตกต่างกัน ทำให้การถ่ายภาพของเรานั้นมีมุมมองที่หลากหลายมากขึ้นไปอีก

โดยการทำงานก็ไม่ยากเย็นครับ ตัว UI ออกแบบมาให้เข้าใจง่าย เปิดกล้องมาจะเจอไอคอนรูปต้นไม้ 3 แบบอยู่เหนือปุ่มชัตเตอร์ ให้เราเลือกสลับเลนส์ไปมาได้อย่างอิสระ โดยจะแบ่งเป็นต้นไม้ 3 ต้นคือเลนส์ Ultra-Wide, ต้นไม้ 2 ต้นเลนส์หลักช่วงปกติและต้นไม้ต้นเดียวคือเลนส์ซูมเทเล 2X นั่นเองครับ UI ทำมาได้เข้าใจง่ายดี

นอกจากช่วงเลนส์ที่มีเพิ่มเข้ามาแล้ว อีกอย่างที่เพิ่มเข้ามาบนรุ่นนี้ก็คือ "ลายน้ำ" ซึ่งรุ่นนี้มีให้ตั้งค่าเปิดอัตโนมัติแล้ว คือถ่ายรูปออกมาจะมีลายน้ำคำว่า Samsung Quad Camera Shot by Galaxy A9 อยู่ที่มุมซ้ายล่างของภาพด้วย เจ๋งดี เข้าไปเปิดได้ที่ Camera Settings > Watermark เลยครับผม :D

กล้อง Ultra-Wide เก็บมุมสวยกว้างกว่าที่เคย !

เข้าเรื่องกล้องแล้วขอพูดถึงตัวเลนส์ Ultra-Wide กันก่อนเลย เลนส์ตัวนี้จะเป็นแบบเดียวกับที่เห็นบน Galaxy A7 คือปกติเราจไม่ค่อยได้เห็นเลนส์มุมกว้างแบบนี้บนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางสักเท่าไหร่ พอมีมาให้ใช้จริงก็รู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเลนส์ที่น่าสนใจ เพราะเราจะได้ภาพมุมแปลกๆ หรือในสถานที่ที่แคบมากจริงๆแล้วอยากเก็บภาพกว้างๆมาให้ได้ครบก็สลับมาที่เลนส์ตัวนี้ได้เลย กว้าง 120 องศาเก็บได้ครบจริงๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Ultra-Wide จะเห็นว่าภาพมุมกว้างที่ได้มานั้น เปลี่ยนภาพแบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยไปได้เยอะดีทีเดียว ช่วยให้เราได้สร้างสรรค์ภาพแนวใหม่ๆออกมาได้ รวมไปถึงการเก็บภาพในที่แคบได้ดีจริงๆ แต่น่าเสียดายที่พอสลับมาใช้เลนส์ Ultra Wide นั้นจะไม่สามารถแตะเพื่อโฟกัสภาพได้ (ไม่มี Autofocus) ทำให้เราต้องกะภาพดีๆ ถ้าใกล้เข้ามาหน่อยก็จะเลยจุดโฟกัสทำให้ภาพที่ได้เบลอๆไปบ้างก็มีครับ

ความโค้งเว้าของภาพก็แอบมีบ้าง ตัวเลนส์จะแอบมี Distortion หรือความเบี้ยวของขอบอยู่พอประมาณ ทำให้ตามมุมของภาพอาจจะเว้ากว่าที่ควรจะเป็น แต่…ทาง Samsung ก็มีตัวเลือกการแก้ Distortion มาให้เลือกเพิ่มเติมด้วย โดยเราสามารถเข้าไปปรับได้ใน Gallery จะมีคำว่า Shape Correction ให้เราเลือกกด แต่ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าแก้ไขได้เฉพาะรูปที่ไม่ใส่ลายน้ำเท่านั้นนะจ๊ะ ถ้าเปิดไปแล้วก็หมดสิทธิ์แก้จ้า ><

กล้อง Tele ซูมเข้าไปได้ 2 เท่า เข้าไปให้ใกล้กว่าเดิม !

ส่วนกล้องซูม 2X ตรงนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเท่าไหร่ แต่บน Galaxy A9 นั้นก็ถือว่าเป็นเลนส์ที่เพิ่มเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดไปตอน A7 ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากช่วงปกติแล้วเวลาเราอยากได้ภาพที่เข้าใกล้ไปกว่าปกติ ก็ใช้เลนส์ตัวนี้กดซูมเข้าไปได้เลย โดยที่ความคมชัดจะยังมีมากกว่าการถ่ายแบบ Digital Zoom แบบรุ่นอื่นๆครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Tele ในส่วนของเลนส์ซูมนั้นถึงแม้จะมีความละเอียดมาเพียง 10 ล้านพิกเซล แต่ซอฟต์แวร์จะมีการปรับรวมความละเอียดร่วมกับตัวเลนส์หลักทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็น 24 ล้านพิกเซลในที่สุด คุณภาพที่ได้ก็ถือว่าคมชัดดีเลย เพียงแต่เราต้องรอตัวกล้องประมวลผลในการเลือกกล้องก่อนถ่ายนิดหน่อย ไม่งั้นถ้ารีบกดซูมและกดถ่ายเลยภาพอาจจะประมวลผลไม่ทันและเกิดความแตกหรือหยักได้ครับ

 

กล้องตัวหลัก f/1.7 ถ่ายในที่แสงน้อย สวยยย !

มาเข้าถึงกล้องหลักที่มีความละเอียดถึง 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้างถึง f/1.7 แน่นอนว่าสเปคแบบนี้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีใช้ได้เลย มีโหมด Auto HDR มาให้อยู่แล้ว จะถ่ายย้อนแสงหน่อยๆก็เก็บรายละเอียดได้ดีครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลักโหมด Auto เน้นความง่ายในการกดถ่ายไว้ก่อน เราก็กดด้วย Auto อย่างเดียวเลยละกัน ตัวกล้องทำงานได้ดีทีเดียว ด้วยค่ารูรับแสงที่กว้างทำให้ภาพถ่ายในที่แสงน้อยนั้นออกมาดูดีเลย แถมมีความง่ายของ Auto ที่เล็งๆแล้วกดถ่ายออกมาก็สวยแบบไม่ต้องพยายามเยอะครับ

Scene Optimiser ปรับภาพสวยด้วย AI ก็มี

นอกจาก Auto ปกติแล้ว ยังมีโหมด Scene Optimizer หรือการเลือกซีนให้เหมาะกับภาพนั้นๆมีแยกหมวดหมู่กว่า 19 หมวด เอาจริงๆตรงนี้เรารู้จักกันในชื่อ AI Scene ประมาณนั้นนั่นล่ะครับ แต่ทาง Samsung ยังไม่ใช้คำว่า AI เข้ามาแค่นั้นเอง โดยในโหมดนี้จะปรับภาพให้สวยและเหมาะสมกว่าบน Auto ทั่วไปนิดหน่อย แต่จะไม่สามารถเปิดลายน้ำมาใช้ร่วมกันได้นะครับ

เปรียบเทียบ Auto ปกติกับ Scene Optimiser

กล้อง Depth ใช้คู่กับกล้องหลักถ่ายภาพคนเนียน !

ปิดท้ายด้วยเลนส์ตัวสุดท้ายกับกล้องวัดระยะ เพื่อใช้งานในโหมด Live Focus หรือถ้าเรียกแบบเข้าใจง่ายๆก็คือ Portrait นั่นล่ะครับ ตัวกล้องสุดท้ายนี้จะใช้ในการจับระยะของแบบและวัตถุแยกออกจากกันเพื่อวิเคราะห์ว่าตรงไหนควรชัดตรงไหนควรเบลอ ใช้งานควบคู่กับกล้องตัวหลัก เท่ากับว่าเวลาเราสลับมาที่โหมด Live Focus ระยะจะไม่เปลี่ยนแบบรุ่นเรือธง (S9+ หรือ Note 9)ทำให้การเล็งมุมนั้นง่ายกว่านั่นเอง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus ถ้าเกิดได้แสงที่มากพอ โหมด Live Focus ของ Galaxy A9 นั้นทำงานได้ยอดเยี่ยมดีทีเดียว เพราะใช้กล้องตัวหลักถ่ายภาพที่ได้ก็จะเหมือนว่าเราถ่ายในโหมด Auto ที่มีการละลายฉากหลังได้สวยๆ บวกกับมี Bokeh Effect ให้เลือกปรับอยากได้เป็นรูปหัวใจหวานๆ, ดาวหลายๆดวงก็เลือกได้ด้วยนะ

กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลก็เนียนเหมือนกัน

เห็นกล้องหลังเด็ดซะขนาดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่ากล้องหน้าจะด้อยไปเลยนะ เพราะรุ่นนี้เขาก็ไม่ธรรมดาให้กล้องหน้าความละเอียมากถึง 24 ล้านพิกเซลมาด้วย ทำให้การเซลฟี่ของสาวๆนั้นสมบูรณ์ขึ้นเยอะเลย มีโหมดหน้าเนียนและ Smart Beauty และ Palm Sefie แบมือเพื่อลั่นชัตเตอร์มาให้ด้วย หามุมดีๆเล็งถ่าย สวยยย !

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Galaxy A9

แบตเตอรี่ 3800 mAh รองรับ Fast Charge

ปิดท้ายด้วยเรื่องของแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้ความจุมาเยอะดีทีเดียวที่ 3800 mAh บวกกับตัวหน่วยประมวลผล Snapdragon 660 ที่ใช้พลังงานไม่มากนัก ทำให้เราสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน จะถ่ายรูปกันทั้งวัน เล่นเกมหนักๆหน่อยก็เอาอยู่ครับ

ส่วนระบบชาร์จก็รองรับระบบ Fast Charge ของทาง Samsung เอง (Quick Charge 2.0)มาตรฐานเดียวกับที่ใช้บนNote 9 นั่นล่ะครับ เร็วกำลังดีนะ และอุปกรณ์ชาร์จเร็วก็แถมมาให้ในกล่องเลย แต่น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่รองรับระบบชาร์จไร้สายด้วย

ราคาและโปรโมชั่น !

มาถึงราคาและโปรโมชั่นกันเลย ! สำหรับ Galaxy A9 นั้นเคาะราคาค่าตัวมาที่ 19,990 บาท มีให้เลือก 3 สีคือ Caviar Black, Lemonade Blue and Bubblegum Pink เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ และเพื่อนๆที่ซื้อตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. นี้จะได้รับของแถมเป็นพาวเวอร์แบงค์ Fast Charge 10,000mAh และรับประกันจอแตกนาน 1 ปีมูลค่ากว่า 4,490 บาทไปเลยอีกด้วยครับ

สรุปหลังใช้งานจริง !

หลังจากที่ได้ลองใช้งานต่อเนื่องมาสัปดาห์กว่าสำหรับ Galaxy A9 ต้องบอกเลยว่าออกมาตอบโจทย์คนที่ต้องการสมาร์ทโฟน Samsung ที่กล้องครบครันทุกช่วงระยะจริงๆครับ ด้วยตัวกล้องที่โดดเด่น ให้มา 4 กล้องหลังเป็นรุ่นแรกของ Samsung และของโลกด้วยแบบนี้ ทำงานได้หลากหลายกว่าเดิม ดีไซน์รูปลักษณ์มองเผินๆอาจจะไม่หวือหวาเท่าไหร่ด้วยความขอบหน้าไม่บางชิดแบบรุ่นอื่นๆที่กำลังแข่งกันนัก แต่ก็มีดีที่ฝาหลังไล่เฉดสีสวยงามแวววาว ต่างจากมือถือ Samsung ที่เคยรู้จัก สเปคภายในที่ใช้งานได้อย่างลื่นไหล ใช้งานได้ครอบคลุมทั้งทั่วไปจนถึงการเล่นเกม สรุปแล้วใครที่กำลังเล็งมือถือ Samsung รุ่นกลางราคาไม่ถึง 20,000 บาท เป็นของขวัญช่วงปีใหม่นี้อยู่ เจ้า Galaxy A9 นี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวล่ะ !!

จุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 ตัวทำงานได้หลากหลายและ UI เข้าใจง่าย
  • ฝาหลังแบบไล่เฉดสี สวยแวววาว
  • หน้าจอ Super Amoled 6.3 นิ้ว แสดงผลสวยงาม
  • สเปคตอบโจทย์การใช้งาน
  • แบตเตอรี่ 3800 mAh แบตพอใช้งาน
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมแบบ 3 Slot

จุดสังเกต

  • ปุ่ม Bixby ไม่ค่อยจำเป็นต่อการใช้งาน
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือต้องกดเข้าไปลึกหน่อยถึงจะสแกนติด

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite