Article : ทำความรู้จักเทคโนโลยี AI บน Huawei Mate 20 Series ที่มาพร้อมกับระบบ Dual NPU มีอะไรเด่น มีอะไรปังมาดูกัน !!

เฮียแม็พ | 25 ต.ค. 2561 01:02:04

2616

VIEWS เฮียแม็พ

Article : ทำความรู้จักเทคโนโลยี AI บน Huawei Mate 20 Series
ที่มาพร้อมกับระบบ Dual NPU มีอะไรเด่น มีอะไรปังมาดูกัน !!

สร้างความฮือฮาได้อย่างมากเลยสำหรับ Huawei Mate 20 Series สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของ Huawei ที่เปิดตัวมาพร้อมกับจุดเด่นอย่างเรื่องของกล้องและระบบประมวลผลชั้นเลิศบนชิปเซ็ต Kirin 980 กับ Dual NPU ที่จะมาช่วยให้การทำงานของ AI นั้นทำงานได้รวดเร็วมากขึ้นและจัดการระบบต่างๆได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาดูความสามารถ AI ใหม่บน Mate 20 Series นี้กันว่าจะมีอะไรที่ทำให้เราทึ่งได้บ้างครับ :D

AI กับกล้อง !

เริ่มแรกเลยที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ AI ที่ใช้งานร่วมกับกล้องนั่นเอง เพราะถ้ายังจำกันได้ในปีที่แล้วทาง Huawei เองก็เป็นผู้บุกเบิกการใช้งาน AI เข้ากับการใช้งานกล้องบน Mate 10 Series เหมือนกัน โดยตัว AI ภายในจะมีการจดจำและแยกแยะภาพต่างๆได้มากมายหลายประเภทแล้วแนะนำหรือปรับภาพให้สวยขึ้นกับซีนที่พบเจอ ต่อมาทาง Huawei ได้พัฒนาต่อเนื่องจนมีชื่อเรียกว่า Master AI บน P20 Series เมื่อต้นปีและแน่นอนต่อยอดมาถึง Mate 20 Series กับเขาด้วย

Master AI เลือกซีนมาให้เป๊ะ ถ่ายยังไงก็สวย !

พูดถึงเรื่อง Master AI แล้วขอขยายความต่อเลยละกัน เจ้า Master AI บน Mate 20 Series นี้ก็จะมีความสามารถในการแยกแยะภาพจากการเล็งของเราได้อย่างหลากหลาย โดยระบบจะสามารถแยกแยะภาพถ่ายได้เป็น 25 หมวดหมู่ 1500 ซีน และด้วยชิปเซ็ต Kirin 980 ตัวใหม่ที่มี Dual NPU ก็จะยิ่งทำให้การทำงานเร็วยิ่งขึ้นไปอีก ส่องคนก็รู้ว่าเป็นคน ส่องท้องฟ้า ส่องเมฆ ส่องดอกไม้ ส่องอาหาร รู้ไปหมด เพียงแค่ไปเปิดการตั้งค่าที่หน้า Settings ของแอปกล้องแล้วเลือก Master AI แค่นี้ก็เมื่อเราเปิดกล้องมาในโหมด Photo ละก็เล็งๆถ่ายๆจบครับง่ายสุดๆ :D

ตัวอย่างภาพถ่ายจากฟีเจอร์ Master AI

Huawei (AI)S ถ่ายกลางคืนไม่ต้องมีขาตั้งก็ได้ !

อีกเรื่องที่น่าสนใจมากๆก็คือระบบกันสั่นขั้นเทพที่ทำให้เราถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือกลางคืนได้แบบแนบเนียนโดยที่ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องอีกเลย โดยฟีเจอร์นี้ก็ใช้ AI ร่วมด้วย ทาง Huawei จึงใช้ชื่อเรียกว่า Huawei A.I.S. (AI Image Stabilization)นั่นเอง ซึ่งการทำงานก็จะใช้การถ่ายภาพในหลายๆสภาพแสงแล้วนำมารวมกันด้วย AI อีกทีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งตัวกล้องจะเปิดหน้าเลนส์ไว้นานราวๆ 4 - 6 วินาทีได้แบบที่ภาพไม่สั่นไหวเลย ตรงนี้ช่วยให้การถ่ายภาพกลางคืนหรือภาพที่มีการย้อนแสงได้ดีมากๆเลยทีเดียวครับ เลือกมาที่ Night Mode เลยครับ ทุกอย่างจะโอเคเอง :D

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Night Mode

AI HDR บนกล้องหน้า

ในส่วนของกล้องหน้าก็มีฟีเจอร์ AI เข้ามาช่วยด้วย ถึงแม้การแยกแยะซีนของภาพจะไม่ได้มากมายเท่ากล้องหลัง แต่กล้องก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าภาพไหนคือภาพย้อนแสงและควรเปิดโหมด HDR เข้ามาช่วย ซึ่งตรงนี้ก็จะมีโหมด AI HDR คอยดันแสงให้เท่ากันของทั้งแบบและฉากหลังครับ สะดวกและง่ายดายมากๆเลยล่ะ

AI Cinematography วิดีโอก็ใส่เอฟเฟกต์ได้แบบเรียลไทม์

เข้าสู่เรื่องวิดีโอกันบ้าง อย่างที่ทราบกันดีว่าชิปเซ็ต Kirin 980 นั้นมาพร้อมกับ Dual NPU ที่ช่วยประมวลผลหรือแยกแยะวัตถุ แบบ หรือฉากหลังได้เป็นอย่างแม่นยำ ซึ่งไม่ได้ดีแค่บนภาพนิ่งเท่านั้น ความเร็วในการประมวลผลสามารถทำได้ถึงบนวิดีโอแบบเรียลไทม์เลยทีเดียว ซึ่งบน Mate 20 Series นี้ก็จะมีฟีเจอร์ AI Cinematography เข้ามาเพิ่มบนโหมด Video เลย โดย AI Cinematography นี้ก็จะมีให้เลือก 5 รูปแบบคือ

  • AI Color - ดูดสีให้เด่นเฉพาะคน
  • Background Blur - หน้าชัดหลังเบลอในวิดีโอ
  • Vintage - เอฟเฟกต์สีแบบ Vintage (มีหน้าชัดหลังเบลอด้วย)
  • Suspense - เอฟเฟกต์สีแบบ Suspense โทนเย็น
  • Fresh - เอฟเฟกต์สีแบบ Fresh สว่างโทนร้อน (มีหน้าชัดหลังเบลอด้วย)

HiVision ฉลาดล้ำ อยากรู้อะไรก็แค่ส่อง

นอกจากเรื่องการใช้กล้องถ่ายรูปหรือวิดีโอแล้ว ตัวกล้องยังใช้งานควบคู่กับ AI เพื่อจำแนกแยกแยะสิ่งของได้ด้วย แต่ที่เจ๋งเลยก็คือการแยกแยะพวกอาหารและจำแนกจำนวนมวลของอาหารเหล่านั้นมาแปลงเป็นแคลอรี่ได้อย่างทันควันที่เราจ่ออีกด้วย ฉลาดสุดๆ

หรือจะอยากหาสินค้าหรือช้อปปิ้งก็เลื่อนมาที่หมวดช้อปปิ้งแล้วส่องไปได้เลย ไม่ทันไรตัวระบบจะค้นหาตัวสิ่งของนั้นๆขึ้นมาแล้วหาช่องทางการสั่งซื้อบนฐานข้อมูลออนไลน์มาให้เราในทันทีสะดวกสุดๆ

หรือจะอยากจะแปลภาษาแบบเรียลไทม์ก็มีให้เลือกเช่นกันเลือกให้ตัวระบบ Detect เองก็ได้ถ่ายไม่แน่ใจว่าภาษาที่เราจะส่องคือภาษาอะไร ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าจะยังแปลออกมาได้แค่ 10 ภาษาก่อน (ซึ่งแน่นอนยังไม่มีไทย) แต่เท่านี้ก็ถือว่าเจ๋งใช้ได้แล้วล่ะครับ การคำนวณและแปลออกมาทำได้รวดเร็วดีทีเดียว

AI กับระบบการจัดการของเครื่อง

อีกสิ่งที่ทาง Huawei เน้นย้ำมาตลอดก็คือ AI กับการจัดการระบบเพราะเริ่มพูดถึงตั้งแต่ตอน Mate 9 Series นู่นแล้วว่าตัวเครื่องจะมีระบบ AI ที่จัดการระบบภายในให้สดใหม่ตลอดเวลา ทำให้เราสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนของเราได้กว่า 18 เดือนโดยที่เครื่องไม่ช้าลงเลย ซึ่งแน่นอนว่าบน Mate 20 Series ความสามารถดังกล่าวก็ยังคงอยู่ด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของซอฟต์แวร์ยังมีการอัปเกรดมาเป็น EMUI 9.0 ที่มีการใช้งาน AI เข้ามาประยุกต์มากขึ้น ทั้งในเรื่องความสมูทของตัวเครื่องก็ได้เพิ่มระบบ High Responsive Engagement เข้ามาทำให้การเข้าแอปต่างๆเร็วขึ้น 51% และสมูทขึ้นกว่าเดิมถึง 42% ด้วยครับ

ในเรื่องการเล่นเกมต่างๆก็แน่นอนมี GPU Turbo ที่ใช้ AI เร่งประสิทธิภาพของตัว GPU ให้การเล่นเกมลื่นไหลมากขึ้น และลดอาการเครื่องร้อนควบคู่ไปด้วยอย่างดีครับ

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างกับความสามารถ AI ของ Huawei Mate 20 Series ในรอบนี้ เรียกว่าแต่ละอย่างช่วยให้การใช้งานดีขึ้นเยอะทั้งในเรื่องกล้องที่ถ่ายได้ง่ายและสนุกขึ้น, วิดีโอที่มีลูกเล่นน่าสนใจให้เราได้สร้างสรรค์อะไรแนวๆ, หรืออย่างระบบภายในที่ช่วยให้การทำงานลื่นไหลอย่างต่อเนื่องนี้อีก เป็นประโยชน์มากๆจริงๆเนาะ สำหรับวันนี้เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องลาไปก่อนนะครับ ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ

ส่วนใครที่กำลังรอรีวิวฉบับเต็มอยู่อดใจรออีกนิดนะจ๊ะ เดี๋ยวมีให้อ่านกันเร็วๆนี้แน่นอน ! :D

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite