Review : Samsung Galaxy A8 Star รุ่นกลางสุดพรีเมี่ยม หน้าจอใหญ่สะใจ กล้องคู่คุณภาพแจ่ม !!

เฮียแม็พ | 2 ก.ค. 2561 15:16:27

33801

VIEWS เฮียแม็พ

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของ Samsung อย่าง Galaxy A8 Star ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นกลางค่อนสูงที่ออกมาเสริมทัพ Galaxy A Series อีกหนึ่งรุ่น โดยมาพร้อมจุดเด่นหลักในเรื่องของดีไซน์ และสเปคที่ให้มาอย่างครอบคลุม นอกจากนี้รุ่นนี้ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นของ Samsung Galaxy ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon อีกด้วย เอ้า ! อย่ารอช้าเลย มาอ่านรีวิวของ Galaxy A8 Star ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

ดีไซน์ทรงคุ้นเคย จอยาว ไร้ติ่ง !

มาเริ่มกันที่ดีไซน์ของตัวเครื่องกันก่อน Samsung ยังคงเป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่ตามกระแสหน้าจอติ่งแบบแบรนด์อื่นๆ ยังคงยึดดีไซน์หน้าจอแบบ Full Display ที่มีอัตราส่วนหน้าจอยาวๆ 18.5:9 แบบของตัวเองอยู่

ตัวกระจกด้านหน้าเป็นแบบ 2.5D เหลือพื้นที่ด้านบน-ล่างไว้นิดหน่อย ในเรื่องการแสดงผลใช้หน้าจอแบบ FHD+ Super Amoled ขนาด 6.3 นิ้ว ใหญ่เต็มตา ในเรื่องการแสดงผลนี่บอกเลยว่าคงมาตรฐานของทาง Samsung ได้เป็นอย่างดี มุมมองและสีสันสวยคมสุดๆ

เหนือหน้าจอก็เป็นตำแหน่งทั่วๆไป แต่ที่น่าสนใจคือนี่เป็น Galaxy A รุ่นที่มาพร้อมกับไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนด้วย ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเนอะ แต่ A Series ไม่ค่อยให้มาเลย (ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ใส่มาให้กัน) ถัดมาข้างๆก็เป็นกล้องหน้า, เซ็นเซอร์วัดแสงและลำโพงสนทนาครับ

กรอบตัวเครื่องใช้เป็นโลหะผิวด้านเพิ่มความหรูหราในการจับถือได้ดีไม่แพ้กับพวกรุ่นใหญ่ๆเลยครับ ผิวสัมผัสที่ตัดกับกระจกที่มีความลื่นมือได้อย่างดี ทำให้เวลาจับแล้วไม่ลื่นจนเกินไปด้วย

ปุ่มกดต่างๆอยู่ที่ฝั่งเดิมของ Samsung แบ่งเป็นปุ่ม Power ที่ด้านขวา

ละช่องใส่ซิมก็ด้วยอยู่ที่มุมขวานี้ ถาดซิมของรุ่นนี้จะเป็นแบบไฮบริดซึ่งต้องเลือกเอาว่าจะใช้งาน 2 ซิมหรือ 1 ซิม 1 เม็มเนาะ

และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ด้านซ้ายมือ แต่รุ่นนี้พิเศษเหมือนเรือธงเลยเพราะให้ปุ่ม Bixby มาให้ด้วย ทั่งๆที่ก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ :P

การวางตำแหน่งของปุ่มกดของรุ่นนี้ส่วนตัวคิดว่าแอบวางไว้สูงกว่ารุ่นก่อนๆนิดหน่อย คือถ้าเราจับถือเครื่องแบบเต็มมือลงไปก็ดูจะเหมาะกับการวางนิ้วอยู่ ที่สำหรับผมที่จับ S9+ หรือ Note 8 มาก่อน บอกเลยว่าไม่ค่อยชินเพราะเขยิบขึ้นไปสูงกว่าที่ควรไปหน่อยน่ะนะ

พอร์ตการเชื่อมต่ออยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง มีช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ตการเชื่อมต่อหลักเป็น USB Type-C, ไมโครโฟนและลำโพงหลักของตัวเครื่องครับ

ฝาหลังรุ่นนี้ใช่เป็นกระจกแบบ 2.5D เช่นเดียวกับด้านหน้า วัสดุทำได้ดีทีเดียว แต่แน่นอนว่าวัสดุแบบนี้ยังคงมีปัญหาในเรื่องของรอยนิ้วมือที่มักจะมาติดเวลาจับถืออยู่ แต่มันก็มีความสวยงามอยู่ต้องแลกกันล่ะเนอะ

การดีไซน์ด้านหลังมีการปรับเปลี่ยนไปจากหลายๆรุ่นที่ผ่านมาพอสมควร เพราะย้ายตำแหน่งกล้องหลังคู่แนวตั้งมาไว้ที่มุมซ้ายบนซะงั้น แถมตัวเลนส์ก็มีความนูนออกมาซะแอบคิดถึงบางรุ่นเลย ส่วนตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็ดูแอบสูงไปเหมือนกันนะเกือบสุดด้านบนแหนะ

ทรงของตัวเครื่องรวมๆแล้วจะมีความเหลี่ยมและใหญ่ยักษ์พอสมควร ด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ จับถือจริงๆแล้วให้ความรู้สึกคล้ายกับ Galaxy Note 8 ที่มีความแบนกว่านิดหน่อยด้วยตัวกระจกที่เป็นเพียง 2.5D น่ะนะ ให้ความรู้สึกแบบนั้นเลยจริงๆครับ :D

Galaxy A8 Star ที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมีด้วยกัน 2 สีคือ สีดำและสีขาว ซึ่งสีที่ว่านี้จะอยู่ที่ฝาหลังและกรอบเครื่องเท่านั้น อย่างสีขาวนี่จะได้ตัวกรอบเครื่องเป็นสีเงินกับฝาหลังสีขาว สีดำก็กรอบเป็นดำด้านและฝาหลังเป็นดำเงา ส่วนหน้าจอไม่ว่าสีไหนด้านหน้าก็เป็นสีดำทั้งหมดครับ

สเปค Galaxy A8 Star

  • รัน Android 8.0 Oreo ครอบด้วย Samsung Experience 9.0
  • หน้าจอ Super Amoled 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2220 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 18.5:9
  • ซีพียู Snapdragon 660 Octa-core 2.2GHz
  • จีพียู Adreno 512
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD 400GB
  • แบตเตอรี่ 3,700mAh
  • รองรับชาร์จไว Adative Fast Charge
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังคู่ 16 + 24 ล้านพิกเซล f/1.7
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับสแกนใบหน้า

ในเรื่องของสเปคจะเห็นว่าจัดมาให้เป็นอย่างดีทีเดียว ทั้งในเรื่องของหน้าจอ Super Amoled 6.3 นิ้ว, หน่วยประมวลผลที่รอบนี้เลือกใช้ของ Qualcomm เป็น Snapdragon 660 รุ่น Mid-Range ที่ประสิทธิภาพสูง, แรมให้มากลางๆที่ 4GB, รอม 64GB (รองรับ Micro-SD สูงสุด 400GB), แบตเตอรี่ 3700mAh และกล้องความละเอียดสูงทั้งหน้าและหลัง รวมๆถือว่าทำได้ดีครับในเรื่องของสเปค

ประสิทธิภาพจากชิปเซ็ตมังกร 660 !

ในเรื่องของประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรเท่าไหร่ เพราะอย่างที่บอกว่าได้ชิปเซ็ต Snapdragon 660 รุ่น Mid-Range ที่ประสิทธิภพาสูงเหมาะกับการใช้งานรวมๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อนำมาทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark คะแนนที่ได้ก็สูงถึง 142115 คะแนน สูงใช้ได้เลยล่ะ

ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นเดียวกับเรือธง !

ในส่วนของระบบปฏิบัติการของ A8 Star นั้นยังใช้เป็น Android 8.0 Oreo ที่มีการครอบทับด้วย Samsung Experience เวอร์ชั่น 9.0 แบบเดียวกับที่เห็นบนรุ่นเรือธงอย่าง Galaxy S9 เลยล่ะ ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ก็ถือว่าเป็นตัวใหม่ล่าสุดของ Samsung แล้วในตอนนี้

แต่ถึงจะบอกว่าตัว UI เป็นเวอร์ชั่นเดียวกับ S9 ก็จริงแต่ด้วยความที่เป็นซีรีส์ A พวก Wallpaper จึงเป็นคนละชุดกัน ชุด Wallpaper ของรุ่นนี้ยังคงเป็นแบบเดียวกับตอน Galaxy A8 อยู่เนาะ

ระบบ Theme ยังคงมีให้เลือกดาวน์โหลดมาใช้งานกันเหมือนเคย โดยการเข้าถึงก็ไม่ยากเย็นครับแตะค้างที่หน้าจอหรือจีบนิ้วเข้าหากันในหน้าโฮม ก็จะเจอทางลัดเข้ามาในหน้า Wallpaper and Themes ในนี้จะมีให้เราเลือกดาวน์โหลดทั้ง Wallpaper, Theme หรือ icon ก็ได้เช่นกันครับ

Always On Display ยังติดมาให้เหมือนเดิมด้วยนาฬิกาแนวตั้ง ตรงนี้จะมีไอคอนการแจ้งเตือนต่างๆโชว์อยู่ใต้นาฬิกาหลัก พร้อมกับมีไอคอนแสดงตำแหน่งของปุ่มโฮมให้เราได้แตะสัมผัส 2 ครั้งเพื่อเป็นการปลุกจอได้ครับ

แน่นอนว่าปุ่มโฮมเสมือนตรงนี้ก็ไม่สามารถกดลงไปแบบ Force Touch เหมือนรุ่นเรือธงได้เช่นเคย ถ้าเราปิดหน้า AOD ไป ก็จำเป็นต้องกดที่ปุ่ม Power เพื่อปลุกจออย่างเดียว ไม่เหมือนกับ S9 ที่สามารถกดตรงตำแหน่งปุ่มโฮมแรงๆได้เลยโดยที่ไม่ต้องหาปุ่มน่ะนะ

Bixby มีเหมือนกัน ปุ่มก็ให้มา !

ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Bixby บน A8 Star ยังคงมีมาให้เหมือนเคย แถมรุ่นนี้ยังใจดีให้ปุ่มกดเฉพาะมาด้วยแบบเดียวกับเรือธงเลยล่ะ ซึ่งเราสามารถกดค้างเพื่อเรียกใช้ Bixby Home ได้ด้วยการกด 1 ครั้ง หรือกดค้างเพื่อเรียกหน้า Bixby Voice เพื่อคุยกับผู้ช่วยของเราได้ด้วย (รองรับแค่ภาษาอังกฤษ, เกาหลี และจีน)

ระบบปลดล็อค 2 รูปแบบ เลือกใช้กันได้เลย !

ในเรื่องของระบบปลดล็อครุ่นนี้ก็ให้มาตามสไตล์มือถือยุคนี้ แน่นอนว่าตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นอยู่ที่ด้านหลังเครื่องมุมบนๆหน่อยอย่างที่ได้เห็นไปแล้ว ตัวเซ็นเซอร์สแกนมีขนาดที่พอดีนิ้ว ทำงานได้รวดเร็วแตะปุ๊บก็ติดปั๊บเลยล่ะครับ

แต่จุดที่ยังขัดใจอยู่นิดหน่อยก็คงจะเป็นตำแหน่งของเซ็นเซอร์ที่วางได้สูงไปหน่อย เวลาจับถืออาจจะต้องเอื้อมนิ้วมากไปหน่อย ยิ่งสำหรับคนที่มือไม่ใหญ่มากนี่ ดูจะเป็นปัญหาในการสแกนอยู่พอสมควรครับ

แต่ถ้าใช้สแกนนิ้วไม่สะดวกก็ยังมีระบบสแกนใบหน้ามาให้ใช้งานด้วยตรงนี้ก็ดูจะง่ายดีขึ้น เพราะระบบสแกนใบหน้าก็ทำได้รวดเร็ว แถมกดปลุกจอได้หลายรูปแบบจะกดที่ปุ่มโฮมในหน้า AOD หรือกดปุ่ม Power แล้วมองที่จอก็ได้ครับ เป็นอีกทางเลือกถ้าใช้สแกนนิ้วไม่ถนัดน่ะเนอะ

ดูหนังฟังเพลง เพลินๆ บน A8 Star !

มาต่อในเรื่องของความบันเทิงบนรุ่นนี้ A8 Star มาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่ระดับ 6.3 นิ้ว เรียกว่าใหญ่ที่สุดของสมาร์ทโฟน Samsung ตอนนี้แล้ว แถมยังได้หน้าจอ Super Amoled ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันและความคมชัดด้วย ในเรื่องการแสดงผลทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ เอามาใช้ดูหนังหรือวิดีโอความละเอียดสูงนี่สะใจไปเลย

ส่วนเรื่องเสียงรุ่นนี้ให้ลำโพงสำหรับความบันเทิงเพียงแค่ตัวเดียว อยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ไม่ใช่มุมขวาแบบ A รุ่นก่อนๆ เสียงที่ได้ก็ออกมากลางๆครับ แต่ความดังใช้ได้อยู่ ใช้ฟังเพลงหรือเวลาเล่นเกมแบบไม่เสียบหูฟังได้อยู่ แต่ถ้าอยากจะเสียบหูฟังก็มีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม.มาให้อยู่ด้วย เสียบปุ๊บก็ฟังได้เลย

เล่นเกมล่ะ เป็นไง !?

เข้าสู่เรื่องการเล่นเกม แน่นอนว่าหลายคนคงชอบที่รอบนี้ทาง Samsung เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon บนรุ่นกลางค่อนสูงแบบนี้ เพราะประสิทธิภาพในเรื่องการเล่นเกมดูจะลื่นไหลดีทีเดียว สำหรับเกมที่นำมาทดสอบรอบนี้ขอลองเกมใหม่อย่าง Asphalt 9 ดูหน่อย และเสริม PUBG Mobile ให้เหมือนเดิม

สำหรับเกม Asphalt 9 ก็ลองเล่นในระดับกราฟิกตั้งต้นที่ให้มา (Default) ดูเลย ตัวเกมทำได้ลื่นไหลไม่มีติดขัดครับ ภาพกราฟิกสวยพอประมาณเลย เอฟเฟกต์ต่างๆก็ทำได้ดีครับ แต่ถ้าลองปรับกราฟิกไปที่ระดับสูงสุดจะแอบมีจังหวะที่เฟรมเรตตกบ้างนิดหน่อย เพื่อความลื่นไหลที่สุดเลยปรับตามค่าเริ่มต้นนี่โอเคแล้วล่ะครับ

สำหรับ PUBG Mobile ค่าเริ่มต้นเลือกมาให้เป็นระดับกลางทั้งหมดทั้งภาพกราฟิกหรือเฟรมเรต แต่เท่าที่ลองปรับคุณภาพเป็นระดับสูงขึ้นมาอีก ให้ทุกอย่างเป็นสูงหมด ก็เล่นได้ลื่นๆดีนะครับ ไม่ได้เจอปัญหาเฟรมเรตตกแบบที่คิด ด้วยตัวชิปที่แรงใช้ได้อยู่แล้ว เปิดไปที่ระดับสูงเลยก็ยังสบายๆครับ

กล้องหน้า 24 ล้านเซลฟี่สวยเนียนด้วย Smart Beauty

มาเข้าสู่จุดเด่นอีกจุดของรุ่นนี้อย่างเรื่องของกล้องหน้า ที่รอบนี้ Samsung จัดมาให้อย่างเต็มที่กับกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล แน่นอนว่าสูงที่สุดเท่าที่ทาง Samsung เคยให้มาเลย เพราะฉะนั้นในเรื่องความคมชัดและรายละเอียดที่จะได้รับจากกล้องหน้ารุ่นนี้หายห่วงได้เลยครับ

โหมดการใช้งานก็ให้มาค่อนข้างครบทั้ง Selfie ปกติที่เลือกความเนียนได้, Selfie Focus หน้าชัดหลังเบลอด้วยกล้องหน้า, Stickers เพิ่มลูกเล่นสติกเกอร์น่ารักๆ, Wide Selfie เซลฟี่มุมกว้างมากขึ้น

แต่ที่น่าสนใจก็คือรุ่นนี้เพิ่มฟีเจอร์ Smart Selfie เข้ามาด้วย ช่วยเพิ่มการคำนวณระดับความเนียนแบบ Auto เวลาเราจะเซลฟี่ได้ดีขึ้น เราไม่ต้องมาคอยปรับระดับเองบ่อยๆ โดยตัวเครื่องจะปรับให้เองหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าเนียน, ตาโต, คางเรียว กดที่ Smart Beauty ทีเดียวก็จบเลย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ A8 Star จะเห็นว่าคุณภาพโดยรวมทำได้ดีตามมาตรฐานของ Samsung ทั้งในเรื่องโทนสีหรือความละเอียด ส่วนระบบ Smart Beauty ที่เพิ่มเข้ามานั้นบางครั้งก็แอบตกใจว่าภาพที่ได้นั้นหลอกตาไปหน่อย อย่างในบางภาพจะเห็นว่ามีการเร่งในเรื่องของสีสันให้จัดจ้าน และตาที่ดูโตขึ้นมาจนเกินไปหน่อย แต่ถ้าไม่ชอบเราก็สามารถกดปิดไปได้อยู่เนาะตรงนี้

กล้องหลังคู่ไฟล์แจ่ม หน้าชัดหลังเบลอก็ได้ !

มาถึงกล้องหลังของรุ่นนี้ ได้กล้องคู่ความละเอียดสูงมาเช่นกัน 16 + 24 ล้านพิกเซล f/1.7 ซึ่งเลนส์ทั้ง 2 ตัวนี้จะใช้งานร่วมกันในการประมวลผลภาพ และยังใช้ในการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอในโหมด Live Focus ได้ด้วย

โหมดหน้าชัดหลังเบลอ Live Focus ของ A8 Star ก็มีมาให้เหมือนกัน แต่ตัวเลนส์ที่ 2 ไม่ได้เป็นเลนส์ซูม การถ่ายในโหมดนี้เราจะได้ระยะปกติที่ไม่ซูมเข้าไป จริงๆแบบนี้อาจจะเล็งได้ง่ายกว่า เพราะตัว Live Focus นั้นจับได้ง่ายดีไม่ต้องเล็งให้นาน แต่ด้วยช่วงหรือระยะก็อาจจะกว้างกว่าการถ่าย Portrait มนระยะ 2X นิดหน่อยน่ะนะ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus ในเรื่องการละลายฉากหลังรวมๆทำได้ดีครับ แถมถ้าฉากหลังมี Bokeh วงๆ ก็ยังสามารถใส่เอฟเฟกต์ Art Bokeh เปลี่ยน Bokeh เป็นรูปหัวใจ ผีเสื้อ หรืออื่นๆได้อีกด้วย ก็ถือว่าเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Auto ในส่วนของโหมด Auto ทั่วไปก็ทำได้ดีครับ กล้องมีความง่ายในการถ่าย หยิบปุ๊บกดถ่ายได้เลย ง่ายและฉลาดมาก เพราะมี Auto HDR ช่วยจัดการในทุกสภาพแสงได้เป็นอย่างดี แถมตัว HDR (Rich Tone) ของ Samsung ยังให้ความรู้สึกที่แกรนด์มากๆอีกด้วยเวลาถ่ายย้อนแสงน่ะเนอะ

โหมดการใช้งานทั้งหมดจะมีมาให้ถึง 11 โหมดด้วยกัน แต่เอ…ถ้าเช็คในเครื่องตอนนี้คงไม่ครบแน่นอนล่ะ เพราะว่า Samsung จะซ่อนบางโหมดไว้ ไม่ได้เปิดมาตั้งแต่เริ่มต้น (ก็ไม่รู้จะซ่อนไว้ทำไม) อย่างพวก Food, Sports นี่หาไม่เจอแน่ ก่อนอื่นถ้าอยากได้โหมดครบๆเราสามารถเข้าไปเลือกเปิดได้ที่ Settings ของแอปกล้อง > Edit Camera modes (หมวด Common) > Rear Camera หรือภาษาไทย การตั้งค่ากล้อง > แก้ไขโหมดกล้อง (หมวดทั่วไป) > กล้องหลัง

ในส่วนของโหมด Pro มีมาให้เลือกใช้งานเหมือนเคย แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทาง Samsung ยังคงเลือกปิดการตั้งค่าอย่าง Shutter Speed หรือระยะไว้อยู่ เพราะแบบนี้ก็เท่ากับว่าเราสามรถปรับค่าได้แค่พวก ISO, White Balance หรือ EV เท่านั้น ดูไม่ค่อยมีประโยชน์ที่เรียกว่าโหมด Pro เท่าไหร่เลย = ="

แบตเตอรี่เยอะ อึด ทน !

มาถึงเรื่องแบตเตอรี่กันแล้ว A8 Star มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุเยอะถึง 3700 mAh ถือว่าเยอะพอดีสำหรับสเปคและไซซ์หน้าจอเลยล่ะ ซึ่งในการใช้งานจริง เราสามารถใช้งานได้ตลอดทังวันได้อย่างสบายๆ จะเล่นเกมหนักๆหน่อย หรือถ่ายรูปต่างๆก็ทำได้ดีทีเดียวครับ ไม่ต้องกังวลว่าแบตฯจะไหลหมดไม่พอใช้งานเนาะ

ส่วนเรื่องการชาร์จทำได้ดีไม่แพ้กันเพราะรุ่นนี้รองรับระบบ Fast Charge ของทาง Samsung เองแบบเดียวกับรุ่นใหญ่ๆเลย ถึงแม้แบตฯจะเยอะแต่ได้ระบบชาร์จไวช่วยก็ทำให้ไม่ต้องเสียเวลากับการชาร์จมากเท่าไหร่ :D

สรุปแล้ววว !

ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟน Samsung ที่น่าใช้อีกรุ่น ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูมีเอกลักษณ์ของ Samsung เอง ไม่ได้ฝืนไปจากที่เป็นอยู่เท่าไหร่ บอดี้สุดหรูในทรงเหลี่ยมๆหน่อยใครที่ชอบทรงของ Galaxy Note รุ่นนี้ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงดีมาก สเปคภายในรอบนี้ใช้ซีพียูเป็น Snapdragon 660 ประสิทธิภาพใช้ได้รอบรับการทำงานในทุกๆรูปแบบ แรม รอม ให้มากลางๆตามมาตรฐาน 4GB/64GB เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ส่วนเรื่องกล้องที่ดูจะเป็นจุดชูโรงของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ก็ทำได้ดรครับ ทั้งกล้องหน้าความละเอียดสูงเซลฟี่ได้สวยเนียนดี กล้องหลังคู่ที่มีลูกเล่นอย่างหน้าชัด-หลังเบลอได้อย่างเนียนๆ รวมๆแล้ว Galaxy A8 Star เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นกลางค่อนสูงที่ถือว่าครบเครื่องดีทีเดียว ทั้งดีไซน์ สเปค รวมไปถึงฟีเจอร์การใช้งานครับ :D

Samsung Galaxy A8 Star เปิดราคาที่ 17,990 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอ Super Amoled 6.3" แสดงผลได้สวยงาม
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 660 เร็วแรงพร้อมใช้งาน
  • แบตเตอรี่ 3700mAh อึดมาก
  • บอดี้สวยหรู
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า
  • กล้องหน้าความละเอียดสูง เซลฟี่สวยเนียน
  • กล้องหลังคู่หน้าชัดหลังเบลอได้ ใช้งานไม่ยาก

จุดสังเกต

  • ตำแหน่งปุ่มกดและเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่สูงเกินไปหน่อย
  • ตัวเลนส์กล้องนูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควร

 

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite