Review : ViVO X21 สมาร์ทโฟนที่สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอได้รุ่นแรกของโลก !!

เฮียแม็พ | 19 พ.ค. 2561 22:02:12 (อัพเดต 22 พ.ค. 2561 17:42:06)

29746

VIEWS เฮียแม็พ

Review : ViVO X21 สมาร์ทโฟนที่สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอได้รุ่นแรกของโลก !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ ViVO อย่าง ViVO X21 นั่นเอง หลังจากที่ส่ง V9 ลงตลาดในบ้านเราไปเมื่อเดือนก่อน คราวนี้ก็ถึงคราวของเรือธงตระกูล X บ้างแล้วครับ สำหรับรุ่นนี้ยังคงมาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของรูปลักษณ์ที่สวยงามและกล้องเทพๆเช่นเคย แต่ที่เด็ดสุดๆไปเลยก็คือเทคโนโลยีใหม่อย่างเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอนั่นเอง อ๊ะๆ...เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ เอาเป็นว่าเรามาชมรีวิวของรุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

แกะกล่อง ViVO X21

ก่อนอื่นมาเริ่มกันที่ตัวกล่องกันก่อนเลย เพราะแค่กล่องก็น่าสนใจมากแล้วล่ะ อย่างที่ทราบกันดีว่า ViVO นั้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนหนึ่งเดียวที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นี้ และรุ่นที่ใช้โปรโมทก็คือ X21 นี้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นตัวแพ็กเกจเลยเล่นใหญ่เป็นพิเศษเลยครับ มาพร้อมกับกล่องขนาดใหญ่สกรีนโลโก้รุ่นและ FIFA World Cup 2018 โปรโมทอย่างจริงจัง พร้อมสีสันวิบวับสวยมากๆ

เปิดกล่องมาก็จะเจออุปกรณ์ภายในเป็นตัวเครื่องพร้อมกับบัตรที่กั้นอุปกรณ์ภายในอยู่ ตรงนี้ก็โปรโมท FIFA World Cup 2018 อยู่เหมือนกันครับ

ข้ามอุปกรณ์ทีละชิ้นด้วยการเอาออกมากองรวมกันเลยละกันเนาะ อุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาทั้งหมดก็จะมีทั้งหมด 7 อย่างดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง ViVO X21
  • เคส
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • สาย Micro-USB
  • หูฟัง

อุปกรณ์ภายในก็ให้มาครบเหมือนเคยครับ ตัวเคสที่แถมมาในกล่องรอบนี้ไม่ใช่เคสซิลโิคนใสเรียบๆนะครับ เพราะมีขอบเป็นด้านๆสีเทาเข้มพร้อมด้านหลังเป็นสีใสๆโชว์ตัวเครื่องได้อย่างเต็มที่ สวยงามแปลกตาดูมีราคามากขึ้นทีดียวครับ

แต่น่าเสียดายที่ตัวเคสไม่มีโลโก้โปรโมท FIFA World Cup 2018 มานะ มีเพียงตัวอักษณว่า Design by ViVO ติดมาข้างๆแค่นั้น

ยลโฉม ViVO X21

ดูอุปกรณ์ภายในกล่องไปหลายภาพละ ได้เวลามาดูภาพตัวเครื่องกันแบบชัดๆสักที ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์ที่คุ้นเคย ไม่ต่างจากตอน V9 มานัก ด้วยหน้าจอด้านหน้าขนาดใหญ่และเต็มพื้นที่ด้านหน้า ตัวขนาดหน้าจอของรุ่นนี้ให้มาที่ 6.28 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 19:9 ยาวเต็มที่กันไปเลย

ชนิดของหน้าจอรุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้เป็น Super Amoled คมเข้มขึ้นกว่าเดิม แสดงผลสีสันได้สวยและมุมมองกว้างดีมากเลยล่ะ และแน่นอนครับตัวติ่งบนหน้าจอหรือ Notch รุ่นนี้ยังคงติดมาเหมือนเดิม (ก็มันเป็นดีไซน์ของปีนี้นี่เนอะ)

ตัวติ่งของ X21 ดูจะไม่สั้นและแคบกว่ารุ่นอื่นๆนิดหน่อยนะ ถ้าดูจากในภาพนี้จะเห็นว่าตัวแถบไม่ได้ลงมาพอดีกับแถบของแอป Play Store ซะทีเดียวมีพื้นที่ว่างอยู่เล็กๆ ตรงนี้เลยดูติ่งบางลงไปอีกนิด (แต่นิดเดียวจริงๆ)

ตำแหน่งด้านบนเหมือนกับตอน V9 นะครับ มีเซ็นเซอร์วัดแสงและจับระยะต่างๆ ตรงกลางก็เป็นลำโพงสนทนาและกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซลครับ

ล่างหน้าจอก็ทำพื้นที่ได้เป็นอย่างดีเลย เหลือขอบล่างอยู่นิดหน่อย พอให้จับถือวางนิ้วได้อยู่เนาะ

วัสดุงานประกอบมีความหรูหรามากขึ้นกว่าตอน V9 พอสมควรเพราะเปลี่ยนมาใช้เป็นกระจกโค้งรับรูปมือได้เป็นอย่างดี ผิวสัมผัสมีความมันวาวและสะท้อนแสงได้สวยดีทีเดียว จับสัมผัสแล้วรู้เลยว่าดูดีขึ้นเยอะ

ตำแหน่งของเลนส์กล้องยังคงวางอยู่ที่มุมซ้ายบนเหมือนเคย ให้กล้องคู่ความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซลมาเหมือนกัน ข้างๆก็ไฟแฟลช LED ครับ

ด้านล่างมีสกรีนคำว่า Designed by ViVO เหมือนเดิมให้รู้ว่ารุ่นนี้ฉันออกแบบเองนะจ๊ะ :P

กรอบตัวเครื่องมีมุมโค้งนิดๆแต่ออกแหลมมากกว่าในการจับถือถ้าไม่ได้ใส่เคสก็มีทิ่มมือบ้างนิดหน่อย ความบางของเครื่องอยู่ที่ 7.4 มม.เท่านั้น ดูบางเฉียบใช้ได้เลยล่ะครับ

ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงกับ Power จะอยู่ที่มุมขวาเหมือนเดิมครับ แบ่งเป็น 2 ปุ่มชัดเจนปุ่มยาวกับสั้นน่ะนะ

ด้านล่างจะมีช่องใส่ซิม, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Micro-USB, ไมโครโฟนและลำโพงหลักของตัวเครื่อง ก็แปลกดีที่ย้ายตำแหน่งของช่องใส่ซิมมาไว้ล่างสุดแบบนี้

ตัวถาดซิมจะเป็นแบบไฮบริดนะครับ เลือกใช้งานเอาว่าจะใช้ 2 ซิมหรือ 1 ซิม 1 เม็มครับ

ส่วนช่องหูฟังอย่าเพิ่งคิดว่าเอาออกไปแล้วเนาะ เพราะย้ายสลับมาอยู่ที่ด้านบนของตัวเครื่องนี้แทนจ้า

ดูจนรอบเครื่องแล้วไหนล่ะเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เคยบอกไป นี่คงเป็นคำถามของเพื่อนๆเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้สินะครับ :P ถ้าในการใช้งานทั่วไปเราแทบจะไม่รู้เลยว่าตัวเซ็นเซอร์นั้นไปอยู่ตรงไหน เพราะว่ารอบนี้ทาง ViVO ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดซ่อนเซ็นเซอร์ไว้ที่ใต้จอได้แล้ว ต่างจากที่เราเคยเห็นเซ็นเซอร์อยู่ใต้กระจกหรือล่างหน้าจอทำนองนั้น ซึ่งถ้าเรายังไม่ได้ตั้งค่าลายนิ้วมือเข้าไปหายังไงก็ไม่เจอหรอกครับ

แต่หลังจากเราตั้งค่าเรียบร้อย ตำแหน่งของเซ็นเซอร์ก็จะปรากฏชัดขึ้นมาทั้งตอนล็อคหน้าจอหรือหน้า Lock Screen เลยล่ะ ส่วนเรื่องการใช้งานเดี๋ยวไว้อธิบายในเรื่องการใช้งานอีกทีเนาะ :D

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ก็ไม่ต่างจากตอน V9 มากนัก แต่วัสดุและงานประกอบก็ดูดีขึ้นสมกับรุ่นเรือธงดีทีเดียว อย่างหน้าจอที่เปลี่ยนมาใช้เป็น Super Amoled แทนที่ IPS เดิม หรือฝาหลังที่ก็เป็นกระจกจริงๆแล้ว ให้ความรู้สึกที่หรูหราเวลาจับถือมากขึ้นพอควรเลยล่ะ

สเปค ViVO X21

  • รัน Android 8.1 Oreo ครอบด้วย FuntouchOS 4.0
  • หน้าจอ Super Amoled ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2280 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19:9
  • ซีพียู Snapdragon 660 AIE Octa-core 2.2GHz
  • จีพียู Adreno 512
  • แรม 6GB
  • รอม 128GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3200 mAh
  • รองรับ Fast Charge
  • กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลังคู่ 12 + 5 ล้านพิกเซล f/1.8 + f/2.4
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • รองรับ 2 ซิม (ถาดซิมไฮบริด)
  • รองรับระบบเสียง Hi-Fi (AK4376A)
  • ขนาดตัวเครื่อง 154.5 x 74.8 x 7.4 มม.
  • น้ำหนัก 156.2 กรัม

ในส่วนของสเปคก็มีการปรับให้ดูน่าสนใจมากขึ้นด้วยการเปลี่ยนหน่วยประมวลผลเป็นรุ่นกลาง Snapdragon 600 Series กับ Snapdragon 660 AIE(Atificial Intelligence Engine) ชิปเซ็ตตัวท็อปของซีรีส์ที่มีการปรับจูนในเรื่องของระบบ AI เข้าไปเพื่อให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น, แรมและรอมให้มาขั้นสุดที่ 6GB + 128GB จัดเต็มกันไปเลย นอกนั้นก็ไม่ต่างจากตอน V9 มากนักครับ แต่ด้วยสเปคระดับนี้ก็จัดเป็นรุ่นเรือธงของ ViVO ได้เหมือนกันเพราะปกติแล้วในรุ่นท็อปสุดขแงแบรนด์มักจะใช้ Snapdragon 600 Series เป็นขุมพลังหลักนี่ล่ะครับ

ประสิทธิภาพแรงไหม ?

เห็นจากตัวสเปคด้านบนไปแล้ว ก็ได้เวลามาทดสอบประสิทธิภพาด้วยแอป AnTuTu Benchmark ให้เห็นภาพกันสักหน่อย ด้วยตัวหน่วยประมวลผล Snapdragon 660 AIE รุ่นกลางที่มีประสิทธิภาพที่แรงพอการใช้งานทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งผลการทดสอบก็ออกมาสูงถึง 142662 คะแนนเลยทีเดียวครับ

ระบบปฏิบัติการล่าสุดจะใช้ Gesture ก็ได้นะ !

ViVO X21 มาพร้อมระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดอย่าง Android 8.1 Oreo ที่ครอบทับมาด้วย FuntouchOS 4.0 อีกที หน้าตายังมีความคล้ายกับรุ่นก่อนๆอยู่พอควร แต่พื้นฐานภายในเป็น Oreo แล้วนะจ๊ะ

ในเรื่องการอัปเดตเชื่อว่ารุ่นนี้น่าจะไปได้อีกไกลพอควรเลย เพราะสำหรับ Android P Beta Program นั้นรุ่นนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นที่สามารถร่วมโครงการทดลอง Android P กับเขาได้ด้วย น่าสนใจใช่ไหมล่ะ :D

สำหรับ UI การใช้งานพวกแถบการแจ้งเตือนและ Toggle Switch ยังแยกออกจากกันเหมือนเดิมคือการลากแถบจากด้านบนลงมาเป็นการแจ้งเตือนล้วนๆ ส่วนถ้าจะเข้าทางลัดพวกเปิด-ปิด Wi-Fi หรืออื่นๆก็ใช้การเลื่อนหน้าจอขึ้นจากด้านล่างแทนครับ

แต่...ถึงในหน้า Toggle Switch จะมีพวกแอปที่ใช้ล่าสุด (Recent App)อยู่แล้ว แต่หน้า Recent App แบบที่โชว์พรีวิวใหญ่ๆก็มีเหมือนเดิมครับ

มือถือปี 2018 แล้ว อยากได้การใช้งานแบบไม่ต้องพึ่งปุ่มกดให้มานักก็ทำได้นะบน X21 นี้ ตัวระบบมีทางเลือกให้เราเลือกปิดปุ่มบน Naviation Bar ไปซะ แล้วใช้การควบคุมผ่าน Gesture รูดนิ้วขึ้นแทน ซี่งการทำงานจะแบ่งเป็นการรูดนิ้วจากมุมซ้ายเพื่อเรียกหน้า Toggle Switch, รูดนิ่วขึ้นจากตรงกลางเป็นการกลับหน้า Home, รูดนิ้วขึ้นจากมุมขวาเพื่อย้อนกลับ และรุดนิ้วขึ้นค้างไว้สักครู่เพื่อเรียกหน้า Recent App ครับ

พวกลูกเล่นอย่าง Theme ก็มีให้เลือกปรับเหมือนเคย เข้าไปเลือกเปลี่ยนกันได้ตามใจในแอป iTheme ครับผม

App Clone

อีกหนึ่งจุดสำหรับผู้ที่มีหลากหลายบัญชีการใช้งาน เราสามารถสร้างแอปแชทหลักๆแยกขึ้นมาอีกตัวได้ด้วย อาทิ LINE หรือ Whatsapp ทีนี้ก็สามารถใช้แอปพวกนี้ได้ 2 แอปในเครื่องเดียวแล้ว

 

เทคโนโลยีปลดล็อคใหม่ไฮโซมาก !

มาถึงไฮไลท์ของรุ่นนี้อย่างเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่ฝั่งเซ็นเซอร์ไว้ใต้หน้าจอกันเลยดีกว่า ก่อนอื่นเราต้องเข้าไปตั้งค่าจดจำลายนิ้วมือของเรากันก่อน (เข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Fingerprint, Face and Password)ระบบก็จะให้เราวางนิ้วสแกนติดต่อการหลายครั้งเพื่อจะให้จดจำได้ในการใช้จริงเหมือนทั่วๆไป

พอตั้งค่าเสร็จไอคอนรูปนิ้วที่เรารอคอยก็จะโผล่ออกมาแล้ว ทั้งในหน้าขณะที่ล็อคหน้าจอหรือหน้า Lock Screen ก็จะมีไอคอนดังกล่าวโผล่ออกมาในตำแหน่งที่ถือว่าเหมาะกับการจับถือแล้วสแกนอย่างมาก เราสามารถแตะค้างที่เซ็นเซอร์สักครู่แล้วปลดล็อคเครื่องได้เลย หลักการคือการปล่อยแสงขึ้นมาจากหน้าจอและจะมีตัวอ่านที่ใต้จอสแกนลายนิ้วมือของเราว่าตรงกับที่ตั้งค่าไว้ก่อนหน้านี้แค่ไหน ถือว่าฉลาดใช้ได้เลย

ซึ่งในการสแกนเราจำเป็นต้องให้ไอคอนรูปลายนิ้วมือโชว์ขึ้นมาก่อนถึงจะสแกนได้ เราไม่สามารถแตะในขณะที่หน้าจอดำสนิทอยู่ได้ถึงแม้จะรู้ตำแหน่งของเซ็นเซอร์ก็เถอะ แต่ตรงนี้ไม่ต้องห่วงว่าจะตอบสนองเราไม่ทันนะ เพราะทันที่เราหยิบเครื่องไอคอนนี้จะโผล่ขึ้นมาทันทีเลยล่ะ

ในเรื่องความเร็วต้องบอกว่ายังใช้เวลาในการตรวจจับนิดหน่อย ไม่ได้เร็วปุบปับแบบที่เราเคยใช้บนรุ่นก่อนๆ ตรงนี้คิดว่ายังคงเป็นข้อจำกัดของเทคโนโลยีอยู่นะครับ คือเราต้องแช่นิ้วไว้สักครู่ราว 1 วินาที จึงจะปลดล็อคติด เท่าที่ลองทดสอบมานิ้วมัน หรือนิ้วเปียกยังคงสแกนติดไม่มีปัญหาครับ

เอ้อ...และอีกอย่างหลายคนคงสงสัยว่าแล้วระบบสแกนลายนิ้วมือนี้จะใช้คู่กับแอปอื่นๆได้ไหม เท่าที่ลองมาอย่างแอปธนาคารหรือแอปเครือข่าย (ในที่นี้เป็น myAIS) ก็สามารถใช้งานรูปแบบปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือได้เหมือนกันครับ ทันทีที่แอปเรียกหาการสแกนนิ้วก็จะมีไอคอนรูปลายนิ้วมือขึ้นมาให้เราได้แตะเพื่อเข้าสู่ระบบได้เลยครับ ตรงนี้ไม่มีปัญหาอะไรเนาะ

สแกนนิ้วไม่ไวงั้นสแกนหน้าเอาเลยละกัน !

นอกจากระบบสแกนลายนิ้วมือที่ดูไฮโซมากๆแล้ว ทาง ViVO ยังใส่ระบบสแกนใบหน้ามาให้บนรุ่นนี้อีกด้วย ซึ่งการทำงานของระบบสแกนใบหน้าต้องบอกว่าเร็วมากๆเลยทีเดียว ใครที่คิดว่าสแกนนิ้วดูช้าไปหน่อย จะเปลี่ยนมาใช้เป็นสแกนหน้าแทนก็ได้ (จริงๆเลือกใช้ 2 อย่างได้พร้อมกัน) เพราะเพียงแค่เรากดปุ่ม Power ก็สามารถสแกนและปลดล็อคได้แล้ว รวดเร็วสุดๆ

ความบันเทิงบน X21

มาเข้าเรื่องที่หลายๆคนคงอยากรู้อย่างเรื่องความบันเทิงบนหน้าจอ FullView แบบใหม่ของ X21 รุ่นนี้กันหน่อย อย่างที่ทราบๆกันหน้าจอแบบใหม่นี้จะทำให้การดูคอนเทนต์ต่างๆทำได้เต็มตามากขึ้น แต่ตัวติ่งบนหน้าจอจะมีปัญหาอะไรไหม ? ในเรื่องการแสดงผลก็แน่นอนว่าถ้าดู YouTube แบบเต็มจอ (ถ่างซูมจนเต็มจอหรือวิดีโอ 21:9)รุ่นนี้จะโดนติ่งบังเนื้อหาไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ส่วนเรื่่องหน้าจอที่เปลี่ยนมาเป็น Super Amoled นี่เรียกว่าสวยสมใจเลยล่ะ สีสันจัดจ้านขึ้น มุมมองก็กว้างทีเดียวครับ

จอเต็มกันทุกแอปไหมเอ่ย ?

สำหรับหน้าจอแบบใหม่นี้ เชื่อว่ายังมีบางแอปที่ไม่รองรับแบบเต็มจอไปทั้งหมด หรือแอปบางตัวที่เราไม่อยากให้ติ่งด้านบนบังการใช้งานทาง ViVO ก็มีระบบแก้ตรงจุดนั้นด้วย โดยในการตั้งค่าหน้าจอจะมีให้เลือกรูปแบบการปรับไซซ์หน้าจอว่าจะเอาเต็มจอไปจนสุดขอบเลยไหม หรือว่าจะเว้นพื้นที่บริเวณด้านบนไว้แทน ตรงนี้เราสามารถเข้ามาตั้งค่าได้ที่ Settings > Display and Brightness > Third-party app display ratio ครับผม อ๊ะ...ลืมบอกไปตัวแอป YouTube ตั้งต้นมาจะเป็นแบบ Safe Area Display ด้วยนะครับ อย่าลืมเข้ามาตั้งเป็น Full Screen ล่ะ เดี๋ยวจะถ่างซูมเต็มจอไม่ได้เน้อ :D

 

หน้า Always On Display บนรุ่นนี้ก็มีมาให้เปิดใช้เช่นกัน ด้วยความที่เป็นหน้าจอ Super Amoled การแสดงผลสีดำจึงทำได้ดีและประหยัดพลังงานการเปิดหน้าจอแสดงผลไว้นานๆก็ทำได้ดีครับ ซึ่งเราสามารถเข้าไปเปิดได้ที่ Settings > Lockscreen > Always On Display เลยครับ นอกจากโชว์เวลาและไอคอนแจ้งเตือนแล้ว ยังมีตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดค้างไว้ด้วย

ระบบเสียงไม่ธรรมดาแน่นอน ViVO เค้าเด่นเรื่องของระบบเสียงมานานแล้ว เพราะสมาร์ทโฟนในรุ่นฮิตๆก็มักจะใส่ชิปเสียงเทพๆพร้อมระบบเสียงแบบ Hi-Fi มาให้อีกด้วย โดยชิปเสียงของรุ่นนี้ใช้เป็น AK4376A ช่วยให้การฟังเพลงผ่านหูฟังนั้นยอดเยี่ยมขึ้นเยอะเลย สามารถเสียบหูฟังดีๆผ่านช่องหูฟัง 3.5 มม.ได้เลย หรือจะเป็นเสียงผ่านลำโพงตัวเครื่องก็ดังมาก แต่น่าเสียดายที่ให้ลำโพงมาเพียงตัวเดียว เสียงที่ได้ไม่ Stereo เท่ากับรุ่นลำโพงคู่เนาะ

เล่นเกมล่ะ ลื่นเลยไหม ?

ในเรื่องการเล่นเกมคงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไร เพราะด้วยหน่วยประมวลผลตัวแรงอย่าง Snapdragon 660 AIE บน X21 นี้แรงพอที่จะเล่นเกมฮิตๆบน Play Store ได้หมดอยู่แล้ว แถมยังมีระบบ Game Assistant ช่วยจัดการระบบแจ้งเตือนต่างๆให้ไม่รบกวนเวลาเล่นเกมได้เป็นอย่างดีทีเดียว

มาพูดถึงเกมที่เราใช้ทดสอบกับเจ้า ViVO X21 ก็แน่นอนว่าเป็นเกมยอดฮิตอย่าง ROV และ PUBG อยู่แล้ว มาดูกันดีกว่าว่าเล่นได้ลื่นไหลแค่ไหน

สำหรับเกม PUBG บน X21 ในค่าเริ่มต้นตัวระบบจะเลือกมาให้เป็นระดับกลาง (Medium)แต่เราสามารถปรับเองได้ถึงระดับสูง เลือก HDR ได้ด้วยนะ ที่สำคัญเล่นได้ลื่นไหลไม่ต่างจากปรับ Medium เลย ก็สำหรับใครที่เป็นแฟนเกม PUBG อยากเล่นกราฟิกสวยๆเกมเพลย์ลื่นๆ เล่นบน X21 นี่สนุก สะใจเลย

สำหรับเกม ROV บน X21 ก็เล่นได้แบบสุดๆเช่นกัน เราสามารถปรับกราฟิกได้ที่ระดับสูงสุด จะเลือกภาพ HD หรือเฟรมเรตสูงได้หมดครับ เฟรมเรตในเกมก็ทำได้นิ่งที่ราวๆ 50 - 56fps ลื่นไหลมากๆเลยทีเดียว มีจังหวะที่เฟรมตกบ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายจนรู้สึกได้ครับ

กล้องหน้าสวยเนียนสไตล์ ViVO

มาเข้าสู่เรื่องกล้องหน้าที่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ ViVO ซึ่งรุ่นนี้อาจจะดูให้ความละเอียดมาน้อยหน่อยที่ 12 ล้านพิกเซล (แต่เอาจริงๆเท่านี้ก็เยอะมากแล้ว) แต่ความสามารถโดยรวมยังคงมาครบ ทั้งระบบ AI Beauty หรือ Depth Effect เนาะ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ X21 เห็นได้ชัดว่าเรื่องความเนียนของใบหน้านั้นสวยใช้ได้ตามสไตล์แบรนด์นี้ ทั้งเอฟเฟต์ความเนียนทำได้ดีมี AI Beauty เข้ามาช่วยเรื่องการปรับระดับความเนียนให้สมจริงยิ่งขึ้น มีโหมด AR Stickers เพิ่มลูกเล่นเซลฟี่น่ารักด้วย

กล้องหลังคู่ใบหน้าสวยด้วย หลังละลายก็ได้อีก

ในส่วนของกล้องหลังรุ่นนี้ให้กล้องหลังคู่แบ่งเป็นเลนส์หลัก 12 ล้านพิกเซล +เลนส์รอง 5 ล้านพิกเซล ใช้งานถ่ายมีโหมด Auto HDR ติดมาเลย ถ่ายภาพได้ทุกสภาพแสงโดยที่ไม่ต้องปรับโหมดเยอะแยะ

ส่วนในโหมด Portrait ก็สามารถกดที่ไอคอนด้านบนเพื่อเลือกโหมดละลายฉากหลังได้เลย แถมหลังจากถ่ายแล้วยังสามารถมาเลือกปรับความเบลอหรือจุดโฟกัสได้ทีหลังด้วยก็ใช้งานได้ง่ายดีครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ X21 คุณภาพสวยคมใช้ได้เลยล่ะครับ ทั้งในโหมด Auto ที่ค่อนข้างฉลาด ตัว Auto HDR ก็ทำงานได้ดี ส่วนเรื่องโหมด Portrait ก็ละลายฉากหลังได้เนียนตา การตัดขอบต่างๆ ใช้ได้เลย แถมยังสามารถปรับความเบลอหรือจุดโฟกัสได้ทีหลังอีกตรงนี้แหละที่ชอบมากๆเลยครับ

แบตเตอรี่และการชาร์จ

ปิดท้ายเรื่องแบตเตอรี่อีกนั่นแหละ รุ่นนี้ให้แบตความจุมาที่ 3200 mAh เรียกว่าเยอะกำลังดีสำหรับมือถือจอ FullView แบบนี้ จากการใช้งานทั่วๆไปที่ลองมาก็โอเคครับ ใช้งานได้ตลอดวันสบายๆ ส่วนเรื่องระบบชาร์จรุ่นนี้ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon ก็รองรับระบบ Quick Charge กับเขาด้วย ชาร์จไวหายห่วง

ราคา 19,990 บาท

สำหรับราคาค่าตัวของ ViVO X21 เปิดมาที่ 19,990 บาท เตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 1 มิ.ย.นี้ มีให้เลือก 2 สีคือ ดำและแดง สำหรับเพื่อนๆที่สนใจก็มีเปิดให้จองกันด้วยที่งาน Thailand Mobile Expo 2018 (วันที่ 24 - 27 พ.ค.61) โดยผู้ที่จองภายในงานจะได้รับตุ๊กตา FIFA มูลค่ากว่า 1,000 บาทไปเลยอีกด้วยครับ :D

สรุป !

ViVO X21 ก็ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงจาก ViVO ที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียว ด้วยวัสดุงานประกอบที่ดูหรูหรามากขึ้น ได้หน้าจอ FullView สวยๆไร้ขอบสุดๆ กับสเปคที่แรงมากขึ้น พร้อมใช้งานทั่วไปจนถึงการประมวลผลหนักๆอย่างการเล่นเกมฮิตๆได้อย่างสบายๆ กล้องหน้าและหลังยังคงไว้ใจได้ตามแบรนด์ ViVO ส่วนเทคโนโลยีใหม่ที่ดูว้าวสุดๆอย่างระบบสแกนลายนิ้วมือที่หน้าจอก็ดูเป็นของใหม่ที่ใช้งานได้จริงแล้ว (ถึงจะยังมีข้อจำกัดเรื่องความเร็วอยู่ก็เถอะ) รวมๆแล้วถือว่าเป็นเรือธงที่น่าสนใจมากๆสำหรับแฟนๆ ViVO ที่รอรุ่นไฮเอนด์แบบนี้อยู่ ตอนนี้ก็มาให้จับจองกันแล้วนะจ๊ะ :D

จุดเด่น

  • หน้าจอ Super Amoled 6.28" แสดงผลได้ยอดเยี่ยม
  • หน่วยประมวลผลเร็วแรง ตอบสนองการทำงานได้อย่างดี
  • กล้องหน้า-หลังใช้งานได้ดี
  • หน่วยความจำภายใน 128GB เยอะจุใจ เพิ่ม Micro-SD ได้อีก
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือว้าวและใช้งานได้จริง
  • ระบบสแกนใบหน้าทำงานรวดเร็ว

จุดสังเกต

  • การสแกนนิ้วยังไม่รวดเร็วเท่าระบบเก่า
  • ไม่มีไฟ LED แจ้งเตือน

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite