Preview : Asus Zenfone 5 และ Zenfone 5Q สองพี่น้องคู่ใหม่ที่มีดีทั้งรูปลักษณ์และกล้องมุมกว้าง !!

เฮียแม๊พ | 15 พ.ค. 2561 11:51:12 (อัพเดต 15 พ.ค. 2561 12:07:08)

7557

VIEWS เฮียแม๊พ

Preview : Asus Zenfone 5 และ Zenfone 5Q สองพี่น้องคู่ใหม่ที่มีดีทั้งรูปลักษณ์
และกล้องมุมกว้าง
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากแบรนด์ Asus กับ Zenfone 5 และ Zenfone 5Q นั่นเอง หลังจากที่ห่างหายจากรุ่นหลักในปีที่แล้วไป ปีนี้ก็กลับมาทำตลาดอย่างจริงจังขึ้นกับ 2 รุ่นใหม่ที่บอกเลยว่ามาครบและน่าสนใจขึ้นจริงๆในปีนี้ แอบบอกไว้ก่อนเลยว่านอกจากตัวโปรดักต์จะน่าสนใจแล้ว ตัวโปรโมชั่นของรุ่นนี้ก็น่าสนใจมากๆด้วยเช่นกัน :D

แรกสัมผัส Zenfone 5

เริ่มต้นกันที่รุ่นหลักอย่าง Zenfone 5 เลยดีกว่า รอบนี้ก็มีการปรับดีไซน์ให้สวยงามและไร้กรอบอย่างที่หลายๆแบรนด์เริ่มทำกัน แต่เอาจริงๆ Zenfone 5 นี้เป็นแบรนด์แรกๆของ Android เลยที่เริ่มใช้ดีไซน์ติ่งบนหน้าจอแบบนี้ (ก็เปิดตัวตั้งแต่ MWC2018 แล้วแหนะ) แต่กว่าจะมาเปิดตัวในบ้านเราเลยกลายเป็นแบรนด์หลังๆที่ทำตามไปซะงั้น :P

ตัวติ่งบนหน้าจอก็มีการปรับให้เล็กลงกว่าแบรนด์ต้นฉบับ (น่าจะรู้เนาะว่าแบรนด์ไหน) ทำให้มีพื้นที่ด้านบนไว้แจ้งเตือนเล็กๆบ้าง แต่ถ้าเทียบกับแบรนด์คู่แข่งที่หลักๆมักเปิดมาในทรงนี้ก็ดูรุ่นนี้จะมีติ่งที่กว้างกว่านิดหน่อย ตรงด้านบนนี้ก็ใส่พวกเซ็นเซอร์, ไฟ LED แจ้งเตือน, ลำโพง และกล้องหน้าไว้ด้วยครบครับ

Zenfone 5 มาพร้อมหน้าจอ Super IPS ขนาด 6.2 นิ้วความละเอียดเป็น FHD+ อัตราส่วน 19:9 ถึงจะเป็นจอ IPS แต่การแสดงสีสันนั้นต้องบอกเลยว่าสวยคมมากๆครับ มองเผินๆถ้าไม่ได้ดูที่ใบสเปคอาจจะคิดว่าเป็น OLED เลยก็ได้ ในเรื่องของการแสดงสี NTSC ก็ทำได้สูงถึง 100% เลยทีเดียวนะ

กรอบเครื่องเป็นโลหะผิวด้านหรูหราใช้ได้เลย พร้อมตัดขอบต่างๆแบบ Diamond Cut สวยแต่ไม่บาดมือเวลาจับถือ

ปุ่มกดอยู่ที่ด้านขวามือของตัวเครื่องแบบเดียวกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆครับ ตำแหน่งวางได้ดีและแตะกดได้ง่าย

พอร์ตการเชื่อมต่อจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง มีช่องหูฟัง 3.5 มม.อยู่ด้วยยังไม่เอาออก, พอร์ตการเชื่อมต่อเป็น USB Type-C และลำโพงหลักของตัวเครื่องวางอยู่ตรงมุมขวานี้ครับ

ถาดซิมของรุ่นนี้จะเป็นแบบไฮบริดนะครับ ไม่ใช่แบบ 3 Slot ก็เลือกเอาได้ว่าจะใช้งานแบบ 2 ซิมเลยหรือ 1 ซิม 1 เม็ม (ตัวเครื่องให้ความจุมา 64GB)

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังดีไซน์ยังคงคุ้นเคยกันอยู่ด้วยเอกลักษณ์ฝาหลังสะท้อนสวยๆตามฉบับของ Asus เช่นเดียวกับตอน Zenfone 4 หรือโน้ตบุ๊ค Zenbook ที่มีแสงสะท้อนกระจายออกมาจากกลางเครื่อง ตัววัสดุเป็นแบบกระจก 2.5D ดูดีทีเดียวครับ

ตำแหน่งของเลนส์กล้องอยู่ที่มุมซ้ายบนและเป็นกล้องคู่แนวตั้งอย่างที่สมัยนี้นิยมกัน ถัดลงมามีไฟแฟลช LED และตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องครับ

สีที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมีด้วยกัน 2 สีคือ Midnight Blue และ Meteor Silver ครับ สวยทั้ง 2 สีเลย ตัวสีเงินจะมีความสะท้อนเลื่อมๆที่มากกว่า แต่ส่วนตัวผมชอบสีน้ำเงินมากกว่าเพราะออกแนวคมเข้มดี

รวมๆแล้วดีไซน์ของ Zenfone 5 ก็เป็นไปตามสมัยนิยมครับ ทั้งติ่งบนหน้าจอกล้องคู่แนวตั้ง, วัสดุกระจกหน้าหลัง แต่แบบนี้ผมว่าลงตัวที่สุดแล้วจับถือได้ทั้งความพรีเมี่ยมและมองดูก็สวยงามน่าสัมผัสมากๆ

สเปค Zenfone 5

  • รัน Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย ZenUI 5.0
  • หน้าจอ Super IPS ขนาด 6.2 นิ้วความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 19:9
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 636 Octa-core
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3300mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 16 + 8 ล้านพิกเซล (Normal + Wide)
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับสแกนใบหน้า
  • วางจำหน่าย 2 สี Midnight Blue, Meteor Silver

สำหรับสเปคอย่างที่ทราบกันดีว่า Asus นั้นเลือกที่จะให้สเปคระดับ Mid Range มาบนรุ่นหลัก เพราะจะมีรุ่นเรือธงในอีกชื่อหนึ่งด้วยอย่างของซีรีส์นี้ตัวท็อปสุดก็คือ Zenfone 5Z นั่นเอง แต่สเปคระดับกลางของรุ่นนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะให้หน่วยประมวลผล Snapdragon 636 รุ่นกลางที่ประสิทธิภาพดีใช้ได้, แรมให้มา 4GB, รอม 64GB และกล้องหน้าหลังความละเอียดสูง รวมๆแล้วก็ถือว่าอยู่ในกลุ่ม Mid Range ที่สเปคดูดีใช้ได้เลยล่ะครับ

ระบบปฏิบัติการใหม่หน้าตาสวยเรียบขึ้นเยอะ !

มาดูตัวระบบปฏิบัติการของรุ่นนี้กันหน่อย Zenfone 5 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ที่ครอบมาด้วย ZenUI 5.0 เวอร์ชั่นล่าสุดที่ดูสวยเรียบกว่าที่ผ่านมา บนรุ่นก่อนๆหลายคนอาจจะไม่ชอบใจในเรื่องของความเสถียรและแอป Bloatware จำนวนมากที่ติดมาให้แต่ต้นนัก บนรุ่นนี้มีการปรับหน้าตา UI ให้สวยขึ้นและเรียบง่ายขึ้นไปอีก แอปก็ให้แบบจำเป็นทั้งนั้นไม่มีแอปซ้ำซ้อนต่อการใช้งานเท่าไหร่ เมื่อเปิดเครื่องมาแต่แรกจะเห็นว่าแอปในหน้ารวมจะมีเพียงแค่หน้าเดียวเอง (2 แถวล่างอันนั้นโหลดเพิ่มมานะครับ)

ซอฟต์แวร์ว่าด้วยเรื่อง AI เป็นหลัก !

ในส่วนของซอฟต์แวร์ส่วนอื่นๆ คราวนี้ Asus เลือกใช้(ชื่อ) AI เข้ามามีส่วนในการทำงานมากขึ้นแบ่งเป็น 6 รูปแบบหลักๆดังนี้

AI Display ปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ เรียนรู้การใช้งานตามผู้ใช้, มีระบบ Smart Screen on เมื่อมองหน้าจออยู่ตัวหน้าจอจะยังไม่ปิดแม้ตั้งเวลาหน้าจอไว้ไม่นานก็ตาม

AI Camera ช่วยในเรื่องการถ่ายภาพให้ง่ายขึ้นตัวระบบจะมีการวิเคราะห์ซีนต่างๆของภาพได้มากถึง 16 ซีน มีโหมด Auto HDR สำหรับตอนกลางคืนให้ได้ภาพที่สว่างและเก็บรายละเอียดได้ครบกว่าที่เคย

AI Photo Learning ระบบจะเรียนรู้และสอบถามความชอบของผู้ใช้และนำไปใช้งานร่วมกับระบบ AI Camera ในครั้งต่อๆไปว่า ภาพแบบไหนที่ถูกใจผู้ใช้กันแน่

AI Boost โหมดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลให้ดีขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานหนักอย่างการเล่นเกม ตัวนี้ก็จะช่วยให้ทำงานได้ลื่นไหลมากขึ้นไปอีกครับ

AI Charging ระบบนี้ช่วยลดความเร็วและความร้อนของการชาร์จให้เหมาะสมกับการใช้งาน ทำให้ยืดอายุของแบตเตอรี่ให้อยู่ได้นานมากขึ้น

AI Ringtone ระบบนี้จะช่วยปรับเสียงริงโทนของเราให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ที่ที่มีเสียงดังมากๆก็จะเปิดระดับเสียงที่ดังขึ้น หรือที่ที่เงียบก็ช่วยลดเสียงริงโทนให้เงียบกว่าปกติได้

ก็ถือว่านำมาประยุกต์ใช้และตั้งชื่อเรียกให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ง่ายกว่าการบอกว่า AI จัดการระบบทั้งหมดล่ะเนอะ

กล้องคู่หลังทำงานร่วมและแยกกันได้อย่างดี !

ในส่วนของกล้องหลังมาพร้อมเลนส์ 2 ตัวแบ่งเป็นเลนส์ปกติความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/1.8 และเลนส์ Wide มุมกว้าง f/2.2 ซึ่งทั้ง 2 นี้สามารถทำงานร่วมกันหรือแยกการทำงานได้ด้วยนะ อย่างการทำงานในโหมดปกติก็แบ่งหน้าที่ของเลนส์ไปเลย อยากได้ภาพมุมปกติไฟล์คมๆค่ารูรับแสงกว้างก็เลือกใช้เลนส์ปกติไอคอนรูปภูเขาเดียวได้เลย หรือถ้าอยากได้ภาพมุมกว้างไว้ถ่ายวิวสวยๆก็เลือกไปที่ไอคอนภูเขา 2 ลูกได้เลย ตรงนี้ก็เป็นจุดเด่นของแบรนด์ Asus อยู่แล้วที่มักจะเลือกเลนส์ตัวที่ 2 เป็นเลนส์ Wide เนอะ

หรือถ้าอยากจะใช้งานร่วมกันก็ได้ในโหมด Depth Effect หรือหน้าชัด-หลังเบลอที่จะทำงานด้วยเลนส์ 2 ตัวในการวัดระยะของฉากหลังเพื่อมาทำเอฟเฟกต์ละลายบนซอฟต์แวร์อีกที

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลที่ให้มาบนรุ่นนี้อาจจะดูน้อยไปหน่อยแล้วกับยุคที่รุ่น Mid Range ข้ามไปถึงระดับ 20 ล้านพิกเซล ++ แต่ถึงจะให้มาแค่ 8 ล้านพิกเซล คุณภาพก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันครับ มีโหมด Depth Effect ละลายฉากหลังได้เช่นกัน

จับสัมผัส Zenfone 5Q

หลักจากรุ่นหลักแล้วมาต่อกันที่รุ่นเล็กอย่าง Zenfone 5Q กันบ้าง รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องของ Zenfone 5 อีกที ในประเทศโซนยุโรปและอเมริกาจะใช้ชื่อว่า Zenfone 5 Lite ก็ตรงตามนั้นเนอะ รุ่นนี้เน้นสายเซลฟี่เพราะมาแทนที่รุ่น Zenfone SelfieSeries ในปีที่แล้ว

หน้าตาภายนอกยังคงมาในทรงเดิมคือหน้าจอแบบ 18:9 ไม่ได้ยาวถึง 19:9 และไม่มีติ่งบนหน้าจอด้วย ตรงนี้หลายคนอาจจะถูกใจกว่าเนอะ ดีไซน์มีความเรียบง่ายกว่าเดิม

ตำแหน่งการวางของพอร์ตต่างๆจะต่างออกไปจากรุ่นหลักนิดหน่อย ปุ่มกด Power และ Volumn อยู่ที่เดิม แต่ช่องหูฟังอยู่ที่ด้านบนของตัวเครื่องแทน และพอร์ตชาร์จของรุ่นนี้จะเป็นแบบ Micro-USB แทนที่จะเป็น USB Type-C นะครับ

ด้านหลังยังเป็นกระจกแบบ 2.5D สวยๆอยู่เช่นเคย วางตำแหน่งต่างๆได้สมมาตรดีทีเดียวครับ เพราะเอาทุกอย่างไปไว้ตรงกลางทั้งหมด เริ่มด้วยเลนส์กล้อง 2 ตัว, ไฟแฟลชข้างๆและเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังอยู่ตรงกลางเด่นๆ

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้จะไม่สวยเด่นเท่ากับ Zenfone 5 ที่แทบจะไร้ขอบไปเลย แต่รุ่นนี้จะเห็นว่ามีขอบหน้าจอด้านล่างที่หนาอยู่บ้าง แต่ก็ยังได้ความสวยงามในสไตล์สมาร์ทโฟนหน้าจอยาวอยู่เนอะ

รุ่นที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมี 3 สีคือ ดำ, ขาว และแดงครับ แต่สีแดงจะตามมาที่หลังในงานเราเลยไม่ได้ถ่ายมาให้ดูเนาะ

สเปค Zenfone 5Q

  • รัน Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย ZenUI 5.0
  • หน้าจอ IPS ขนาด 6 นิ้วความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 18:9
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 630 Octa-core
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3300mAh
  • กล้องหน้า 20 + 8 ล้านพิกเซล(Normal + Wide)
  • กล้องหลัง 16 + 8 ล้านพิกเซล (Normal + Wide)
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับสแกนใบหน้า
  • วางจำหน่าย 3 สี Midnight Black, Moonlight White และ Rouge Red

ในเรื่องสเปคก็ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะ Asus ประเทศไทยเลือกเอารุ่นความจุ 4GB + 64GB เข้ามาทำให้ได้หน่วยประมวลผลเป็น Snapdragon 630 มาด้วย เร็วพอต่อการใช้งานทั่วๆไป ส่วนเรื่องกล้องก็ยังคงเน้นเด่นไปที่ 4 กล้องเช่นเคย ถือว่าเป็นรุ่นกลาง-ล่างที่น่าสนใจทีเดียวกับสเปคแบบนี้

จุดเด่นหลักกล้อง 4 ตัวแยกการทำงานได้หมด !

รุ่นนี้ดูจะได้กล้องเยอะกว่ารุ่นพี่อย่าง Zenfone 5 ซะอีก เพราะให้กล้องมามากถึง 4 ตัว แน่นอนเป็นจุดขายของกลุ่มนี้เลยล่ะ แต่ 4 กล้องของ Zenfone 5Q นี้แบ่งการทำงานในแต่ละเลนส์ได้ชัดเจนเลย ไม่ใช่ให้มาเพื่อเป็นตัวจับระยะตื้นลึกของโหมดหน้า-ชัดหลังเบลอเท่านั้นเนาะ โดยการทำงานจะแบ่งเป็นเลนส์หลักความละเอียด 20 กับ 16 ล้านพิกเซลของกล้องหน้าและหลังตามลำดับ ส่วนเลนส์รองของทั้งคู่ก็จะได้ 8 ล้านพิกเซลเป็นเลนส์ Wide เท่ากับว่าเราสามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้ทั้งกล้องหน้าและหลังเลย แถมยังใช้โหมดหน้าชัด-หลังเบลอได้อีกด้วย

ราคาและโปรโมชั่น

รวมๆแล้วทั้ง 2 รุ่นใหม่ของ Asus นี้ก็ถือว่าทำได้น่าสนใจหลักจากห่างหายไปจากตลาดบ้านเราพักหนึ่ง รอบนี้ก็เลยมีโปรโมชั่นโดนๆสำหรับแฟนๆ Asus มาให้ได้หายคิดถึงกันด้วย โดยราคาค่าตัวของทั้ง 2 รุ่นนี้ตั้งต้นมาก็ถือว่าน่าสนใจแล้วประกอบด้วย

Asus Zenfone 5 ราคา 13,990 บาท

Asus Zenfone 5Q ราคา 9,990 บาท

แต่เท่านั้นยังไม่พอเพราะสำหรับลูกค้าเก่าที่เป็น Asus Member สามารถสั่งจอง Zenfone 5 และ Zenfone 5Q ล่วงหน้าผ่าน Shopee (ตั้งแต่วันที่ 21 -31 พ.ค. 61)ในราคาพิเศษดังนี้

Asus Zenfone 5 ลดทันที 4,000 บาทจากราคาปกติ 13,990 บาทเหลือเพียง 9,990 บาท

Asus Zenfone 5Q ลดทันที 2,000 บาทจากราคาปกติ 9,990 บาทเหลือเพียง 7,990 บาท

โดยทาง Asus จะส่งโค้ดส่วนลดพิเศษไปทางอีเมลของลูกค้าที่ได้ลงทะเบียนไว้ในระบบ Asus Member ส่วนลดจะจำกัดเพียง 2,000 แรกของแต่ละรุ่นเท่านั้น ซึ่งลูกค้าจะได้รับสิทธิเมือส าเร็จการสั่งจองสินค้าในระบบของ Shopeeแล้วเท่านั้น

*ในกรณีลูกค้าเก่าที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ASUS Memberกรุณาลงทะเบียนที่ http://bit.ly/asuslogin

*ในกรณีลูกค้าเก่าที่ลงทะเบียน ASUS Memberแล้วแต่ไม่ได้รับอีเมลโค้ดโปรโมชั่น กรุณาติดต่อ ASUS ที่ เฟสบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND/

ก็ถือว่าจัดโปรมาได้เอาใจแฟนๆ Asus อย่างจริงจังทีเดียวกับราคาพิเศษขนาดนี้เนาะ สำหรับเพื่อนๆที่สนใจและเป็น Asus Member อยู่ก็รอไปจับจองกันได้ที่ Shopee ในวันที่ 21 - 31 พ.ค.นี้เลยครับ ราคานี้คุ้มสุดๆแล้ว และหลังจากช่วงจอง Zenfone 5 ทั้ง 2 รุ่นจะวางจำหนายอย่างเป็นทางการผ่านศูนย์บริการ True ทั่วประเทศอีกที ไว้รออัปเดตราคาและโปรโมชั่นพิเศษให้ทราบอีกทีละกันครับ ยังไงวันนี้ เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องขอตัวลาไปก่อน ไว้พบกันใหม่ในรีวิวฉบับเต็มครับผม :D

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite