คุ้มกว่านี้มีอีกไหม Huawei Y9 2018 กับ 5 จุดเด่นโดนใจ ทำไม #ของมันต้องมี

ป๋าเอก | 21 มี.ค. 2561 21:29:23

196390

VIEWS ป๋าเอก

:: คุ้มกว่านี้มีอีกไหม Huawei Y9 2018 กับ 5 จุดเด่นโดนใจ ทำไม #ของมันต้องมี ::

สำหรับตลาดสมาร์ตโฟนในปัจจุบันนั้นต้องบอกเลยว่ามีการแข่งขันกันสูงมากๆไม่ว่าจะเป็นเซกเมนต์ไหนๆก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของสมาร์ตโฟนสเปคดีในราคาคุ้มค่าพอจับต้องได้ที่มีผู้เล่นเข้ามาร่วมวงโคจรอยู่ด้วยกันมากมายหลายผู้ผลิต ซึ่งหนึ่งในแบรนด์เหล่านั้นที่สามารถตีตลาดนี้จนหลายคนเริ่มคุ้นเคยกับชื่อของพวกเขาแล้วก็คือ Huawei ที่ได้รับเสียงชื่นชมไปไม่น้อยกับ Huawei Nova 2i สมาร์ตโฟนหน้าจอใหญ่สะใจแถมมาพร้อมกล้องหน้า-หลังถึง 4 ตัวในราคาเพียงหมื่นนิดๆ (ปัจจุบันอยู่ที่ 8,900 บาทซึ่งก็ถือว่ายังดีงามเอาเรื่องอยู่) ที่วางจำหน่ายไปเมื่อช่วงปลายปี 2017 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าในปี 2018 นี้ทางด้านของ Huawei เองก็ไม่ยอมรอช้า เตรียมสานต่อความสำเร็จของมือถือสุดคุ้มค่าด้วยสมาร์ตโฟนบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Huawei Y9 2018 ที่คราวนี้เปิดราคาวางจำหน่ายมาเพียงแค่ 6990 บาทเท่านั้น แต่สเปคด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของเครื่องเองนั้นจัดมาให้เต็มเหนี่ยวชนิดที่ว่าสามารถสู้กับสมาร์ตโฟนแบรนด์ดังรุ่นราคาหมื่นอัพของอีกหลายแบรนด์ได้สบายๆเลยทีเดียว

ว่าแล้ววันนี้ผมเลยจะมาแนะนำ 5 จุดเด่นน่าสนใจของไอเทมสุดฮอต Huawei Y9 2018 กันสักหน่อยว่าทำไมหลายๆคนถึงบอกต่อกันว่ามือถือรุ่นนี้ #ของมันต้องมี!

1. มือถือ 4 กล้องในราคาจับต้องได้สไตล์ Huawei

ถ้าพูดถึงแบรนด์สมาร์ตโฟนที่ดูเหมือนจะอุทิศตัวเองให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยมือถืออย่างจริงจังแล้ว ยังไงเสียก็คงจะไม่พูดถึง Huawei ไม่ได้แน่นอน เพราะในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า Huawei มอบสิ่งใหม่ๆและน่าสนใจให้กับวงการถ่ายภาพด้วยมือถือมาอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับ Leica ผู้ผลิตกล้องแบรนด์ดังระดับโลกร่วมกันพัฒนากล้องหลังในสมาร์ตโฟนตระกูล Huawei P จนขึ้นชื่อลือชาทั้งในเรื่องของการถ่ายภาพขาวดำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดและคุณภาพ รวมไปจนถึงความสามารถในการถ่ายก่อนโฟกัสทีหลังด้วยกล้องหลังคู่ที่ดูเหมือนว่าจะสามารถปรับแต่งได้ตามใจเสียจนหลายๆคนเผลอวางกล้องแล้วลองหยิบมือถือ Huawei ออกไปถ่ายภาพกันอย่างจริงจังทั่วบ้านทั่วเมืองเต็มไปหมด

อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเรื่องของสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกล้องคู่ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง (ขอเรียกว่ามือถือกล้อง 4 ตัวแล้วกัน) ซึ่ง Huawei เองก็เป็นแบรนด์แรกๆในตลาดไทยที่ขอประเดิมส่งมือถือ 4 กล้องวางขายในบ้านเราไปแล้วกับ Huawei Nova 2i ซึ่งการกลับมาของ Huawei Y9 2018 นั้นเราก็ยังคงจะได้สัมผัสประสบการณ์กล้องคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งจะช่วยในเรื่องของการวัดความตื้นลึกของฉาก (Depth of Field) ให้ภาพถ่ายของคุณนั้นมีโบเก้ละลายหลังสวยงามตามท้องเรื่อง...

พูดง่ายๆแล้วกันว่า Huawei Y9 2018 คงจะถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนกล้องคู่หน้า-หลังที่คุ้มค่าที่สุดในระดับราคาแล้วก็ว่าได้นั่นแหละ!

2. จอใหญ่เต็มตาเต็มอรรถรสแบบ FullView Display

เดี๋ยวนี้เราเริ่มจะได้เห็นสมาร์ตโฟนระดับท็อปของหลายๆแบรนด์หันมาใช้อัตราส่วนหน้าจอแบบใหม่ที่ 18:9 กันมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่เราสามารถเพิ่มขนาดพื้นที่หน้าจอได้ใหญ่สะใจยิ่งขึ้นพร้อมกับขอบหน้าจอที่เล็กลงไม่ให้เกะกะกับการรับอรรถรสความบันเทิงเต็มรูปแบบ แต่ที่สำคัญก็คือตัวเครื่องมือถือของเราก็จะยังคงมีขนาดที่พกพาสะดวกอยู่เหมือนเดิมโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดเครื่องแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามในฝั่งของสมาร์ตโฟนสเปคคุ้มค่าราคาประหยัดเองก็มีทางด้านของ Huawei นี่แหละที่เริ่มจับเอาหน้าจอใหญ่ๆแบบนี้ที่พวกเขาเรียกว่า FullView Display มาให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้สัมผัสกันบ้างแล้ว ซึ่งก็รวมถึง Huawei Y9 2018 เองด้วยที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.9 นิ้ว ระดับความละเอียด FHD+ ที่รับรองว่าจะต้องถูกจริตคนชอบมือถือจอใหญ่ๆ พื้นที่ใช้งานบนหน้าจอเยอะๆไม่ว่าจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนแน่นอน!

3. แบตเตอรี่ 4,000 mAh ให้ชีวิตสนุกได้ไม่สะดุด

ยุคนี้ต่อให้สมาร์ตโฟนสักเครื่องจะสเปคดีทำงานได้เร็วแรงกราฟฟิคลื่นไหลปรู๊ดปร๊าดสักแค่ไหน แต่คงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าหากว่าคุณสามารถใช้งานมือถือเครื่องนั้นได้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเพราะปัญหาแบตเตอรี่หมดไวที่หลายคนเจอกันอยู่บ่อยๆ  ไอ้ครั้นจะให้พกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวตลอดก็อาจจะแก้ปัญหาได้ชั่วครั้งชั่วคราว พอประเดี๋ยวประด๋าวถึงเวลาต้องใช้งานมือถือจริงๆจะให้เสียบแบตเตอรี่สำรองสายชาร์จห้อยต้องแต่งรุงรังไว้ตลอดเวลา มันก็จะดูเกะกะเกินไปแถมทำให้เสียอารมณ์เข้าไปอีกนี่สิ

อย่างไรก็ตามสำหรับ Huawei Y9 2018 เองเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดเพราะตัวเครื่องมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดจุใจถึง 4,000 mAh ให้คุณได้เล่นเกมส์ดังทั้ง ROV และ PUBG Mobile กันแบบยาวๆไม่มีสะดุด หรือถ้าอยากจะเสพย์ละครดูย้อนหลังบุพเพสันนิวาสกันแบบยาวๆไม่มีโฆษณาคั่นก็ทำได้แบบไม่ต้องรอให้ขาดตอนเลยนะออเจ้า...

4. เซลฟี่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ด้วย AR Lens

เพราะบางครั้งการถ่ายภาพตัวเองให้ดูเท่เก๋ไก๋นั้น ถ้าจะให้ถ่ายรูปแบบเดิมๆยื่นแขนไปกดถ่ายรูปเองแบบเพลนๆทั่วไป มันก็ดูจะไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจหรือเรียกเสียงว้าวจากผู้คนบนโซเชี่ยลสักเท่าไหร่ เพราะคนยุคนี้ต้องการความเร้าใจยิ่งกว่าเดิมไม่เว้นแม้กระทั่งการเซลฟี่ในชีวิตประจำวัน

แต่รับรองว่ากับ Huawei Y9 2018 คุณจะได้สนุกสนานไปกับฟีเจอร์แจ่มๆอย่าง AR Lens ซึ่งจะเปลี่ยนการถ่ายภาพเซลฟี่แบบเดิมๆให้ดูปังยิ่งกว่าด้วยเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนเอฟเฟกต์บนใบหน้าของคนที่อยู่หน้ากล้องให้เปลี่ยนไปตามรูปแบบที่เลือกไม่ว่าจะเป็นแบบภาพนิ่งก็ได้หรือเคลื่อนไหวมีเสียงเพลงประกอบก็มี แต่ละแบบก็น่ารักฟรุ้งฟริ้งในสไตล์ของตัวเอง หรือถ้าอยากจะให้เริ่ดขึ้นไปอีกก็เปลี่ยนฉากหลังให้มันดูไม่ซ้ำใครเสียเลย คราวนี้จะไปถ่ายรูปริมชายหาด, หน้าหอนาฬิกาบิ๊กเบน หรือจะออกไปท่องจักรวาลนอกโลกก็ไม่ใช่ปัญหาอีกแล้ว

ที่สำคัญก็คือเรายังสามารถเลือกรูปอะไรก็ได้ที่เรามีอยู่ในเครื่องมาใช้งานเป็นฉากหลังด้วยโหมด AR Lens ที่ว่านี้ด้วย เรียกได้ว่าไม่ว่าใครก็สามารถสร้างสรรค์ความสนุกได้แบบไม่จำกัดอย่างแท้จริงเลยนะเออ...

5. โปรโมชั่นเครือข่ายโดนใจ เครื่องเดียวจบครบ 3 ค่าย

แม้ว่าราคาค่าตัวของ Huawei Y9 2018 เองนั้นจะถือว่าค่อนข้างถูกมากอยู่แล้วสำหรับสมาร์ตโฟนสเปคระดับนี้ด้วยป้ายที่ปักขายไว้เพียงแค่ 6,990 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ายุคนี้หลายๆคนก็ยังคงมองหาโปรโมชั่นเพื่อซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้ได้ราคาที่ถูกกว่าเดิมลงไปอีก ซึ่งหนึ่งในทางออกนั้นก็คือการซื้อเครื่องแบบติดสัญญากับเครือข่ายผู้ให้บริการที่นอกจากจะซื้อเครื่องได้ถูกกว่า ยังได้แพ็คเกจรายเดือนพร้อมใช้งานทันทีโดยจ่ายเงินรวมๆกันต่อปีน้อยลงอีกด้วย

โดยในส่วนของ Huawei Y9 2018 เองก็มีการไปผูกโปรร่วมกับ 3 เครือข่ายรายใหญ่ของบ้านเราไม่ว่าจะเป็น AIS หรือ TrueMove H ที่สามารถซื้อเครื่องได้ในราคาเพียง 4,990 บาทเมื่อสมัครแพ็คเกจ 4G ตั้งแต่ 499 บาทขึ้นไป ส่วนของ dtac นั้นดูจะจัดหนักกว่าใครเพื่อนด้วยราคาเครื่องเริ่มต้นเพียง 2,490 บาท (สำหรับลูกค้าย้ายค่าย) กับแพ็คเกจ 4G ราคาเริ่มต้นที่ 499 บาทเหมือนๆกัน ซึ่งแม้ว่าราคาอาจจะดูต่างกันอยู่ตามแต่ละค่ายจะโปรโมต แต่สิ่งที่ทุกคนจะได้รับเหมือนๆกันก็คือเครื่องชั่งน้ำหนัก Huawei Body Fat Scale ราคา 2,990 บาทไปแบบฟรีๆนั่นเอง

งานนี้ก็คงต้องมาลองตัดสินใจกันดูละครับว่าคุณจะโปรดปรานโปรโมชั่น Huawei Y9 2018 กับเครือข่ายไหนกันบ้าง แต่ที่แน่ๆคือถ้ามีมือถือดีไว้ใช้ซะอย่าง จะใช้เครือข่ายไหนก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ววววว!!!

ส่วนถ้าใครไม่ได้อยากจะใช้แพ็คเกจโปรโมชั่นของค่ายไหนเป็นพิเศษ ผมก็ขอมาบอกต่อเสียหน่อยว่าทุกท่านสามารถที่จะไปสั่งจอง Huawei Y2018 ได้ทั้ง 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black) สีน้ำเงิน (Blue) และสีทอง (Gold) ในระหว่างวันที่ 16  29 มีนาคมนี้ ที่ หัวเว่ย แบรนด์ช้อป ร้านตัวแทนจำหน่าย และร้านค้าออนไลน์ Shopee (https://shopee.co.thโดยลูกค้าที่สั่งจองสินค้าในช่วงเวลานี้ยังจะได้รับของสมนาคุณพิเศษ Huawei Body Fat Scale มูลค่า 2,990 บาทไปแบบฟรีๆด้วยนะเออ เอาเป็นว่าใกล้ตรงไหนไปที่นั่นกันได้ด่วนๆเลยจ้า!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite