Review : OPPO A83 เซลฟี่โฟนน้องใหม่ที่มาพร้อมระบบ AI Beauty และหน้าจอแบบ Full Screen !!

เฮียแม๊พ | 18 ม.ค. 2561 16:08:13

12090

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : OPPO A83 เซลฟี่โฟนน้องใหม่ที่มาพร้อมระบบ AI Beauty และ
หน้าจอแบบ
Full Screen !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนน้องใหม่จากแบรนด์ OPPO อย่าง OPPO A83 นั่นเอง หลังจากที่เปิดตัวซีรีส์ F5 ไปเมื่อปลายอีกที่แล้ว รอบนี้ก็ส่งรุ่นน้องจากตระกูล A มาลงตลาดเพิ่มเติมอีกสักหนึ่งรุ่น แต่ถึงจะบอกว่าเป็นรุ่นน้องแต่ก็มาพร้อมจุดเด่นหลักอย่างกล้องหน้า AI Beauty และหน้าจอแบบ Full Screen เช่นเดียวกันด้วย เห็นคุณสมบัติแค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว เอาเป็นว่าเรามาอ่านรีวิวไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

แกะกล่อง OPPO A83

ก่อนอื่นเรามาเริ่มกันที่กล่องกันก่อนเลย OPPO A83 ให้กล่องมาทรงเดียวกับที่ผ่านมา ด้านหน้ากล่องจะโชว์ภาพตัวเครื่องพร้อมชื่อรุ่นชัดเจน พร้อมกับสโลแกนในรอบนี้ที่ใช้คำว่า Smart Selfie | Full Screen ครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องให้มามาครบตามมาตรฐาน ให้มาทั้งหมด 6 อย่างดังนี้

  • ตัวเครื่อง OPPO A83
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
  • เคสพลาสติกแข็งใส
  • สาย Micro-USB
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • หูฟัง (แบบ Earbud)
  • เข็มจิ้มถาดซิม

จับตัวเครื่อง OPPO A83

ได้เวลามาจับตัวเครื่องกันแล้ว OPPO A83 มาพร้อมหน้าตาดีไซน์แบบเดียวกับ รุ่นพี่พวก F5 กันเลยทีเดียว ด้วยหน้าจอด้านหน้าแบบยาวในอัตราส่วนแบบ 18:9 ดูๆแล้วก็ให้อารมณ์แบบเดียวกันเลย มีความสมัยนิยมมากๆ ขอบหน้าจอต่างๆก็ถูกตัดทอนลงไปให้ใช้พื้นที่หน้าจอด้านหน้าได้แบบเต็มๆ

A83 มาพร้อมหน้าจอ TFT ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1440 x 720 พิกเซล) พร้อมกระจกแบบ 2.5D Gorilla Glass ด้วย ในเรื่องการแสดงผลอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ด้วยชนิดหน้าจอแบบ TFT มุมมองอาจจะไม่ได้กว้างมากเท่ากับพวก IPS แต่ก็ถือว่าพอรับได้ครับ

เหนือหน้าจอมีกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา , และเซนเซอร์วัดแสงและจับระยะครับ

ตัวเครื่องติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้วตั้งแต่ในกล่อง สำหรับใครที่กังวลว่าจะไปหาติดแยกก็หายห่วงครับ แต่ด้วยความที่ตัวกระจกหน้าจอเป็นแบบ 2.5D ฟิล์มที่ติดมาจึงไม่เต็มจอเท่าไหร่นัก จะมีขอบเหลืออยู่นิดหน่อย ส่วนฟิล์มที่ติดมาก็ยังแอบมีช่องให้ฝุ่นเข้าไปได้อยู่

พลิกกลับมาที่ด้านหลังจะเห็นดีไซน์ที่คล้ายกับพวกรุ่นพี่อีกเช่นกัน ด้วยบอดี้ด้านหลังจะเป็นแบบ Unibody ครอบไปทั้งชิ้นช่วยเพิ่มความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเวลาจับถือได้ได้ดีทีเดียว ส่วนวัสดุก็เป็นแบบพลาสติกด้านจับถือได้เหมาะมือครับ

ตำแหน่งของกล้องยังคงวางไว้ที่มุมซ้ายบนเช่นเคย ตัวเลนส์มีความนูนออกมาจากเครื่องนิดหน่อย พร้อมไฟแฟลชวางไว้ข้างๆอีก 1 ดวง ที่น่าเสียดายก็คือรุ่นนี้ไม่มีตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ที่ด้านหลังของตัวเครื่องแล้ว ด้านหลังเลยจะดูเรียบๆกว่าหน่อยน่ะนะ

ตัวปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะอยู่ที่ด้านซ้ายมือของตัวเครืองแยกเป็น 2 ปุ่มชัดเจนตรงนี้

ด้านขวามือมีช่องใส่ซิมและปุ่ม Power

ตัวถาดซิมของรุ่นนี้แบ่งเป็น 3 Slot เลย ซึ่งเท่ากับว่าเราสามารถใส่ได้ทั้ง 2 ซิมและใส่ Micro-SD ได้ด้วย ดีตรงนี้ไม่ต้องมีแยกว่าจะเลือกเม็มหรือซิมแบบถาดไฮบริดแล้ว

ด้านบนตัวเครื่องเรียบๆไม่มีพอร์ตการเชื่อมต่อหรือช่องไมโครโฟนตัดเสียงแต่อย่างใด

ด้านล่างมีลำโพงหลักของตัวเครื่อง , พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Micro-USB , ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องหูฟังแจ็ค 3.5 มม.

รวมๆแล้วในเรื่องของดีไซน์เรียกว่าไม่ฉีกจากรุ่นพี่มากนัก ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ได้หน้าตาสวยๆแบบนี้มาในราคาที่ถูกกว่าและขนาดที่เล็กลงมาอีกหน่อย ตัวขนาดหน้าจอ 5.7 นิ้วที่ดูเหมือนใหญ่ก็ไม่ใช่อุปสรรค์สักเท่าไหร่ เพราะตัวเครื่องมีขนาดที่เหมาะมือใช้ได้ ตรงนี้ต้องยกความดีให้กับหน้าจอแบบ Full Screen ที่ใช้พื้นที่ด้านหน้าได้เป็นอย่างดีเนอะ

สเปค OPPO A83

  • รัน Android 7.1.1 ครอบทับด้วย ColorOS 3.2
  • หน้าจอ TFT 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1440 x 720 พิกเซล) อัตราส่วนแบบ 18:9
  • ชิปเซ็ต MediaTek Helio P23 MT6763T Octa-core 2.5GHz
  • ชิปกราฟิก Mali-G71MP2
  • แรม 3GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3180 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า
  • ขนาดตัวเครื่อง 150.5 x 73.1 x 7.7 มม.
  • น้ำหนัก 143 กรัม
  • วางจำหน่าย 2 สี ทองและดำ

ในเรื่องของสเปคก็เรียกว่าใส่มาให้ใกล้เคียงกับรุ่น F5 เลย ในเรื่องของหน่วยประมวลผลหลักให้ MediaTek Helio P23 ตัวเดียวกัน จะมีลดหย่อนลงมาก็เป็นเรื่องของหน่วยความจำเป็น 3GB + 32GB และกล้องที่ลดลงมาพอสมควรให้เหลือกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลแทนครับ แต่รวมๆในเรื่องของประสิทธิภาพถือว่าน่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งครับ

ทดสอบคะแนนกันหน่อย

ไหนๆก็มาเรื่องนี้แล้ว เราเลยลองจับมาทดสอบด้วยแอป AnTuTu Benchmark กันหน่อยว่าผลคะแนนจะออกมาที่เท่าไหร่ ซึ่งผลคะแนนที่ได้ก็ทำได้น่าสนใจครับ ออกมาที่ 66,675 คะแนนเลยล่ะ ใกล้เคียงกับ F5 เลยคะแนนนี้

ระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์เบื้องต้น

OPPO A83 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 3.2 เช่นเดียวกับรุ่นพี่ทั้งหลายที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้

หน้าตา UI จึงมาในแบบเดียวกันเป๊ะๆ ตัวไอคอนต่างๆจะเรียงมาตั้งแต่บนหน้าจอไล่ลงมา เราไม่สามารถวางไอคอนมั่วซั่วแบบแอนดรอยด์รุ่นอื่นๆได้แล้ว และแน่นอนตามสไตล์ค่ายนี้ไม่มี App Drawer มาให้กดเรียกนะ แอปทุกอย่างที่ดาวน์โหลดมาหรือติดมากับเครื่องจะอยู่ที่หน้า Home Screen ทั้งหมดครับ

แถบแจ้งเตือนด้านบนจะเป็นเพียงการแจ้งเตือนล้วนๆไม่มีหน้า Toggle มาให้ปรับเปิด-ปิด Wifi แล้ว เพราะพวก Toggle Switch ถูกย้ายมาไว้ที่ล่างหน้าจอแทน การจะเรียกขึ้นมาก็เพียงปาดนิ้วขึ้นมาจากล่างหน้าจอครับตรงนี้ยังมีพวกทางลัดแอปอื่นๆอย่างการเปิด-ปิดไฟฉาย , เครื่องคิดเลขหรือเข้ากล้องด้วย

หน้า Recent App แสดงผลตัวอย่างแอปได้ใหญชัดเจน มีบอกสถานะของแรมที่เหลือใช้อยู่ด้านล่างนี้ด้วย และเราสามารถเคลียร์ทั้งหมดออกได้โดยการกดที่ปุ่มกากบาทด้านล่างครับ แรม 3GB ของรุ่นนี้จะเหลือใช้จริงราวๆ 1.2 - 1.5GB ก็ถือว่าเหลือใช้เยอะทีเดียวล่ะ

การปรับแต่งต่างๆอย่างพวก Theme ก็ยังคงมีให้เลือกปรับตามสไตล์เราเหมือนเคย โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่เลยด้วยว่าจะเลือกเปลี่ยนแบบทั้ง Theme หรือแบบ Wallpaper อย่างเดียว

ในหน้า Lock screen ทาง OPPO ยังคงมีรูปสวยๆสลับเปลี่ยนมาให้ดูเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพนางแบบ ภาพวิวสวยๆผลัดเปลี่ยนมาให้ชมตลอดๆ หรือจะเลือกเฉพาะหมวดใดหมวดนึงก็ได้นะ เราสามารถเข้าไปเลือก Lockscreen Magazine ไดได้ที่ Settings > Display & Brightness> Lockscreen Magazine & Wallpaper ครับ

ในเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วงได้ทาง OPPO ใส่แอป Security Center มาให้เราได้จัดการไฟล์ขยะ , ตั้งค่าความเป็นส่วน หรือแม้กระทั่งสแกนหาไวรัสก็ทำได้เช่นกัน

ฟีเจอร์ Gesture & Motion

ความสามารถด้านการควบคุมต่างๆก็ยังมีมาให้อยู่แต่ก็ตัดพวกที่ไม่จำเป็นออกไปเยอะแบ่งออกเป็น 3 โหมดหลักๆคือ Screen-off Gestures , Quick Gesture และ Smart call ตรงนี้เราสามารถเข้ามาตั้งค่าได้ที่ Settings > Gesture & Motion เลยครับ

Screen-off Gestures

ฟีเจอร์สำหรับตอนหน้าจอปิดอาทิการแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ , วาดสัญลักษณ์ตัว O เพื่อเข้ากล้อง , วาดสัญลักษณ์ตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย เป็นต้น

Smart Call

ฟีเจอร์สำหรับการโทรออกและรับสายอาทิรับสายอัตโนมัติเมื่อนำเครื่องมาแนบหู , คว่ำหน้าเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า

Gesture Screenshot

การรูด 3 นิ้วลงมาเพื่อแคปหน้าจอ เป็นต้น

Clone Apps แบ่ง 2 แอปแชทได้ง่ายๆ

ไหนๆเครื่องก็รองรับได้ 2 ซิมแล้ว พวกแอปแชทต่างๆก็น่าจะทำให้ใช้งานได้ 2 ตัวเหมือนกัน บน A83 นี้มาพร้อมความสามารถที่เรียกว่า Clone Apps มาให้เราได้แยกแอปแชทเด่นๆออกเป็น 2 แอป ทำให้เราใช้งานได้ 2 บัญชีได้ด้วย อาทิ LINE , Whatsapp หรือ WeChat เมื่อเราทำการ Clone App แล้ว ตัวแอปจะแบ่งออกมาให้เราอีกหนึ่งไอคอน พร้อมกันชื่อที่ลงท้ายด้วย (Clone)ครับ แต่ตัวไอคอนของแอปยังเหมือนเดิมนะไม่มีแถบสีอะไรคาดให้เด่นกว่า การเข้าไปเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ก็เข้าไปที่ Settings > Clone Apps และหาแอปที่เราจะโคลนได้เลยครับ

ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า

ถึงแม้ว่าเจ้า A83 นี้จะไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ แต่ก็ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างระบบสแกนใบหน้ามาให้ใช้อยู่ ซึ่งการใช้งานต่างๆก็ทำได้ลื่นไหลดีครับ หลังจากที่เราตั้งค่าจดจำใบหน้าเรียบร้อยก็เพียงกดปุ่ม Power แล้วมองไปที่หน้าจอครู่หนึ่งตัวเครื่องก็จะปลดล็อคให้แล้ว เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยสำหรับการปลดล็อคที่รวดเร็วมากขึ้นกว่าการต้องมากด PIN หรือเลื่อน Pattern น่ะนะ

ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมล่ะ

เข้าสู่เรื่องความบันเทิงบน A83 รุ่นนี้ให้ขนาดหน้าจอมาที่ 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ ซึ่งถ้าเทียบกับอัตราส่วนแบบ 18:9 นี้จะจะเท่ากับได้หน้าจอราวๆ 5.2 ของอัตราส่วน 16:9 ทั่วๆไป แต่ด้วยตัวหน้าจอที่ยาวกว่า การดูหนังที่มีอัตราส่วนยาวๆระดับโรงภาพยนตร์หรือ 21:9 บนรุ่นนี้เราก็จะได้จอที่ใหญ่ขึ้น

 

แต่อาจจะติดนิดหน่อยตรงความละเอียดหน้าจอที่ให้มาเพียง HD+ เพราะฉะนั้นเวลาดูวิดีโอบน YouTube จึงเลือกความละเอียดสูงสุดได้แค่ HD 720p เท่านั้น

เรื่องเสียงมีระบบเสียง Real HD Sound มาให้ เสียงจะออกแบนๆไปหน่อย ส่วนตัวผมว่าปิดเอฟเฟกต์เสียงจะดีกว่า เสียงของลำโพงจะออกกลางๆไม่มีมิติเท่าไหร่ แต่ในเรื่องความดังก็ใช้ได้อยู่ครับ

การวางตำแหน่งของลำโพงรุ่นนี้ยังคงวางไว้ที่มุมเดิม ซึ่งตรงนี้ผมบ่นมาตั้งแต่สมัย R9s แล้ว ว่าวางไว้ได้ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะถ้ามีการจับถือในแนวนอนอุ้งมือเรามักจะไปปิดโดนตำแหน่งลำโพงทำให้เสียงที่ได้เบาลง ซึ่งบนรุ่นนี้ก็ยังคงวางอยู่ที่เดิม = ="

ส่วนเรื่องการเล่นเกมรวมๆให้ประสบการณ์การเล่นที่ดีครับ ตัวเครื่องมีระบบ Game Acceleration ช่วยปรับจูนให้ตัวเกมเล่นได้ลื่นไหล ยิ่งได้หน่วยประมวลผลตัวเดียวกับพวก F5 ด้วยแล้วก็หายห่วง แต่ปัญหาเรื่องการวางตำแหน่งลำโพงยังคงกวนใจอยู่นะ เวลาเล่นเพลินๆแล้วเอามือไปปิดนี่แบบเสียอารมณ์ ><

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลพร้อม AI Beauty

ถึงแม้ว่าตัวกล้องหน้าที่ให้มาจะไม่ได้มีความละเอียดสูงสุดๆแบบรุ่นพี่ แต่ก็ได้ซอฟต์แวร์ AI Beauty มาช่วยในเรื่องการปรับแต่งใบหน้าให้เนียนได้อยู่ กล้องหน้าของรุ่นนี้ให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล ค่า f/2.2

ตัวเลือกหน้าชัดหลังเบลอยังติดมาให้หมดเลย พร้อมระบบ HDR Auto ด้วยเช่นกัน เลือกเปิด-ปิดได้จากแถบด้านบนของ UI กล้องเลยครับ

ส่วนโหมดการถ่ายภาพก็ให้ตามมาตรฐานค่ายนี้ครับ Auto , Video , Panorama , Time-Lapse และอย่างที่บอก Beauty ก็มีระบบ Auto ที่ผสาน AI Beauty เข้ามาด้วย ช่วยประมวลผลและปรับแต่งความเนียนให้เข้ากับใบหน้าของผู้ถ่ายมากขึ้น ไม่หลอกจนเกินไปด้วย หรือถ้าใครอยากจะเลือกแบบปรับเองก็ตามสะดวกครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ OPPO A83 คุณภาพของกล้องหน้ายังคงเนียนเหมือนเคย ทั้งเอฟเฟกต์ Beauty บนใบหน้าที่ปรับให้ได้อย่างลงตัวด้วยระบบ AI Beauty หรือจะเป็นการละลายฉากหลังที่สวยใช้ได้เช่นกันครับ

กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล

ในส่วนของกล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซล พร้อมค่า f/2.2 มีระบบ Auti HDR มาให้

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ OPPO A83 คุณภาพอใช้ได้เลย ด้วยระบบ Auto HDR ช่วยให้ได้ภาพสวยงามในหลายสถานการณ์ แต่ตัวกล้องมีความหน่วงในการโฟกัสหรือกดชัตเตอร์อยู่นิดหน่อย แถมยังไม่มี OIS เวลาถ่ายในที่แสงน้อยอาจจะต้องใจเย็นๆถือให้นิ่งขึ้นอีกนิดหน่อยครับ

การใช้งานแบตเตอรี่

ในเรื่องของแบตเตอรี่ OPPO ก็ทำมาได้ดีตลอด ด้วยแบตเตอรี่ความจุที่ให้มามักจะให้มาเยอะ พอใช้งานอยู่แล้ว อย่างรุ่นนี้ก็ให้มามากถึง 3,180 mAh ถ้าเทียบกับสเปคภายในและขนาดหน้าจอเรียกว่าพอเหมาะพอเจาะเลยล่ะ สามารถใช้งานได้ตลอดวันสบายๆ

สรุป

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟน OPPO ที่น่าสนใจ ด้วยราคาที่เบาลงมาหน่อย แต่ได้สเปคและความสามารถที่ครบครันไม่แพ้รุ่นใหญ่ ทั้งหน้าจอแบบ Full Screen แสดงผลได้เต็มตา, หน่วยประมวลผล Octa-core 2.5GHz, ระบบสแกนใบหน้า หรือกล้องหน้าที่มาพร้อมความสามารถ AI Beauty สวยได้เนียนหน้าไม่ลอยด้วย แต่ก็มีจุดที่น่าเสียดายตรงที่ไม่มีระบบสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย แต่ก็ยังใช้สแกนใบหน้าแทนได้เนาะ รวมๆแล้วสำหรับเพื่อนๆที่อยากได้สมาร์ทโฟนกล้องหน้าสวยเนียน พร้อมดีไซน์ Full Screen ให้ตามเทรนด์ได้ในราคาที่ไม่สูงนัก เจ้า OPPO A83 นี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว :D

ราคาค่าตัวของ OPPO A83 อยู่ที่ 7,990 บาท

 

จุดเด่น

  • หน้าจอ Full Screen ตามเทรนด์ปี 2018 ได้อย่างดี
  • สเปคภายในทำงานได้ครอบคลุม
  • กล้องหน้าคุณภาพเยี่ยมมีระบบ AI Beauty ปรับแต่งหน้าเนียนสวยๆ
  • ระบบสแกนใบหน้าทำงานได้รวดเร็ว
  • รองรับ 2 ซิมและ micro-SD ด้วยถาดซิมแบบ 3 Slot

จุดสังเกต

  • ชนิดหน้าจอเป็น TFT และความละเอียดให้มาเพียง HD+ อาจจะเห็นความหยักของภาพบ้าง
  • ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite