Game: Nintendo เปิดตัว Famicom Mini คอนโซลเท่าฝ่ามือพร้อมเกมส์คลาสสิคตรึม! (คลิป)

ป๋าเอก | 30 ก.ย 2559 09:54:29

42775

VIEWS ป๋าเอก

:: Game: Nintendo เปิดตัว Famicom Mini คอนโซลเท่าฝ่ามือพร้อมเกมส์คลาสสิคตรึม! (คลิป) ::

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางด้านของ Nintendo ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องเล่นเกมส์คอนโซลไซส์จิ๋วที่ไปรื้อของเก่าสุดคลาสสิคมาทำใหม่ให้ทันสมัยขึ้นอย่าง NES Mini กันไปแล้วและเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวกปู่นินได้ไม่เบา ล่าสุดเพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้าฝั่งอเมริกาทางด้านของ Nintendo เลยเปิดตัวรุ่นคู่ขนานอย่าง Famicom Mini ที่มาพร้อมหน้าตาแบบเครื่องเกมส์แฟมิคอมพร้อมจอยสีแดงที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ปี 1983 ออกมาให้ได้จับจองเป็นเจ้าของด้วยเช่นกัน

สำหรับชื่อเต็มๆในภาษาญี่ปุ่นของ Famicom Mini นั้นคือ “Nintendo Classic Mini: Family Computer” ซึ่งจะเป็นเครื่องเล่นเกมส์คอนโซลขนาดเล็กใกล้เคียงกับฝ่ามือเรานี่แหละแต่ได้รับการอัพเกรดให้สามารถเชื่อมต่อออกสู่จอใหญ่ผ่านพอร์ท HDMI พร้อมหน้าตาเมนูการใช้งานที่สะดวกมากขึ้น อย่างไรก็ตามน่าเสียดายว่า Famicom Mini นั้นจะต้องใช้จอยคอนโทรลเลอร์แบบมีสายที่ติดมากับตัวเครื่องเท่านั้น ซึ่งจะต่างจาก NES Mini ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ซึ่งสามารถใช้จอยแบบไร้สายได้นั่นเอง

โดยในส่วนของเกมส์ที่ติดมากับเครื่อง Famicom Mini นั้นก็มีถึง 30 เกมส์แถมยังเป็นเกมส์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีและน่าจะเคยเล่นกันมาแล้วทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น...

  • Donkey Kong
  • Mario Bros.
  • Pac-Man
  • Excitebike
  • Balloon Fight
  • Ice Climber
  • Galaga
  • Yie Ar Kung-Fu
  • Super Mario Bros.
  • The Legend of Zelda
  • Atlantis no Nazo
  • Gradius
  • Ghosts 'n Goblins
  • Solomon's Key
  • Metroid
  • Castlevania
  • Zelda II: The Adventure of Link
  • Tsuppari Ozumo
  • Super Mario Bros. 3
  • Ninja Gaiden
  • Mega Man 2
  • River City Ransom
  • Double Dragon II: The Revenge
  • Super Contra
  • Final Fantasy III
  • Dr. Mario
  • Downtown Nekketsu Koushinkyoku: Soreyuke daiundoukai
  • Mario Open Golf
  • Super Mario USA
  • Kirby's Adventure

ปิดท้ายกันที่ราคาวางจำหน่ายของ Famicom Mini จะอยู่ที่ 5,980 เยนหรือประมาณ 2,050 บาทโดยจะเริ่มวางขายในประเทศญี่ปุ่นวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไปจ้า

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

ที่มา: the verge