เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง iPhone SE, 5s และ 6s ฉบับเข้าใจง่าย

TeamXcite | 22 เม.ย. 2559 13:34:18 (อัพเดต 29 เม.ย. 2559 11:02:56)

32507

VIEWS TeamXcite

เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง iPhone SE, 5s และ 6s ฉบับเข้าใจง่าย

หลังจาก Apple ได้เปิดตัว iPhone SE ที่เป็นกระแสฮือฮากันเป็นอย่างมาก ในวันนี้ทีมงาน TechXcite จะมาสรุปข้อแตกต่างระหว่าง iPhone ทั้ง 3 รุ่นได้แก่ iPhone SE, iPhone 5s และ iPhone 6s ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เอาเป็นว่าไปดูทีละเรื่องกันเลย

 

ในเรื่องของดีไซน์และตัวเครื่อง iPhone SE กับ iPhone 5s มีขนาดเท่ากันเป๊ะ ส่วน iPhone 6s จะมีขนาดใหญ่กว่าเพราะจอใหญ่กว่านั่นเอง และถ้าพูดถึงเรื่องน้ำหนัก iPhone 5s มีน้ำหนักเบาที่สุด โดยน้ำหนักเพียง 112 กรัม ซึ่งเบากว่า iPhone SE อยู่แค่ 1 กรัมเท่านั้น (ความรู้สึกเวลาใช้งานคงไม่ต่างแน่ๆ) ส่วน iPhone 6s น้ำหนักจะมากสุดเนื่องจากขนาดเครื่องและหน้าจอที่ใหญ่กว่าจึงทำให้นำหนักมากถึง 143 กรัม และในส่วนสีตัวเครื่องที่มีขาย iPhone SE และ iPhone 6s มีสีให้เลือกมากกว่า iPhone 5s (ทั้งนี้อยู่ที่ความชอบส่วนตัวแล้วล่ะว่ามีสีที่ชอบหรือไม่)

ต่อมาในเรื่องของหน้าจอแสดงผลสำหรับ iPhone 6s จะมีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่ 4.7 นิ้ว ส่วน iPhone SE และ iPhone 5s มีขนาดเท่ากันคือ 4 นิ้ว และหากพูดถึงความละเอียดของจอ iPhone 6s มีความละเอียดมากกว่าคือ 750x1334 px ส่วน iPhone SE และ iPhone 5s มีความละเอียดจอที่เท่ากันคือ 640x1136 px

คราวนี้ในเรื่องฟีเจอร์กันบ้านง iPhone SE กับ iPhone 5s จะไม่มีฟีเจอร์ 3D Touch, Display Zoom และ Dual-domain มาให้ ซึ่งจะต่างกับ iPhone 6s ที่มีฟีเจอร์ทั้งสามตัวนี้ โดยฟีเจอร์ 3D Touch (Force Touch) ก็คือระบบแยกน้ำหนักการตอบสนองการสัมผัสบนหน้าจอ ส่วนฟีเจอร์ Display Zoom ซึ่งก็คือการสั่งให้การแสดงผลใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแอปและคอนเทนต์ต่างๆ และสุดท้าย Dual-domain ฟีเจอร์นี้จะช่วยทำให้มุมมองของจอภาพมีสีสันสมจริงในมุมมองที่กว้างกว่าปกติ 

ส่วนในเรื่องของ CPU นั้น iPhone 5s จะใช้ชิปเซ็ต A7 ส่วน iPhone SE และ iPhone 6s ใช้ชิปเซ็ตตัวเดียวกันคือ A9 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่กว่าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเร็วกว่า (ส่วนเรื่องตัวเลขว่าเร็วกว่าแค่ไหนขอข้ามแล้วกัน เพราะอธิบายยาวแน่นอน^^)

มาถึงเรื่องหน่วยความจำภายในตัวเครื่องที่มีวางจำหน่ายกัน สำหรับ iPhone SE จะมีตัวเลือกเพียง 2 ขนาดเท่านั้น คือ 16 กับ 64GB ส่วน iPhone 5s จะมีให้เลือกมากกว่า 1 รุ่นคือรุ่นความจุ 32GB สุดท้าย iPhone 6s จะมีให้เลือก 3 รุ่นเช่นกันแต่ความจุมากสุดคือ 128GB และถ้าพูดถึงแรมก็ต้องขอบอกว่า iPhone 5s ให้มาเพียง 1 GB เท่านั้น ซึ่งจะต่างจาก iPhone SE และ iPhone 6s ที่ให้มากกว่าอยู่ที่ 2 GB

ตอนนี้มาว่ากันในเรื่องกล้องหลังกันเริ่มจาก iPhone 5s ความละเอียดสูงสุดที่ถ่ายได้เพียง 8 เมกะพิกเซล และถ่าย VDO ความละเอียดสูงสุด 1080P เท่านั้น แต่ถ้าเป็น iPhone SE กับ iPhone 6s  จะมีความละเอียดถึง 12 เมกะพิกเซล และยังสามารถถ่ายวีดีโอได้สูงสุดถึง 4K แถมยังมี Live Photos ให้อีกด้วย (Live Photos เป็นการบันทึกภาพที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการถ่ายรูป อย่างละ 1.5 วินาที รวมเป็น 3 วินาที โดยภาพที่ได้จะมีลักษณะเป็นเคลื่อนไหวพร้อมเสียง)

ส่วนกล้องหน้า iPhone SE และ iPhone 5s มาพร้อมความละเอียดเท่ากันคือ 1.2 เมกะพิกเซล ส่วน iPhone 6s จะมีความละเอียดมากถึง 5 เมกะพิกเซล ต่อมาในเรื่องแฟลชกล้องหน้า iPhone 5s จะไม่มีมาให้ส่วนที่เหลือมีนะครับ (สรุปเรื่องกล้อง iPhone 5s จะด้อยกว่าทุกอย่าง)

คราวนี้ถ้าเรื่องการเชื่อมต่อไร้สาย (WLAN) ถ้าเป็น iPhone SE กับ iPhone 6s รองรับมาตรฐาน ac (ทำงานย่านความถี่ 5 GHz ความกว้างช่องสัญญาณ 80/160 MHz ความเร็วสูงสุดประมาณ 6 Gb/s) จึงทำให้การทำงานกับอุปกรณ์ที่รองรับจะเร็วกว่า iPhone 5s อยู่ 2 เท่า 

อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือระบบ NFC ที่ iPhone SE และ iPhone 6s สามารถใช้งานได้ (เฉพาะเชื่อมต่อ Apple Pay เท่านั้น) ส่วน iPhone 5s อดไปใช้ไม่ได้ ต่อมาในเรื่อง 4G สำหรับเจ้า iPhone SE กับ iPhone 5s มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps เท่านั้น ส่วน iPhone 6s มีความเร็วสูงสุดมากกว่าคือ 300 Mbps 

อีกเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจนั่นก็คือแบตเตอรี่ โดยเจ้า iPhone SE สามารถใช้งานในหลายๆ เรื่องได้นานกว่าไม่ว่าจะเป็นเชื่อมต่อผ่านไวไฟ, 3G, ดูคลิปวิดีโอหรือฟังเพลง เป็นต้น แต่ถ้าวัดเรื่องความจุดแบตเตอรี่ที่ให้มาก็ไม่ได้มากที่สุด นั่นอาจเป็นเพราะความละเอียดหน้าจอที่น้อยกว่า iPhone 6s ทำให้ประหยัดพลังงานกว่า (ข้อมูลแบตเตอรี่จาก ifixit )


ราคาอ้างอิงมาจาก Apple Store

สุดท้ายนี้ถ้าพูดถึงเรื่องความคุ้มค่า iPhone SE ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเพราะด้วยสเปคกับราคาที่เปิดมาก็น่าสนใจไม่น้อย (เทียบกับราคาไอโฟนที่เคยเปิดตัวมา) ซึ่งถ้าใครที่ชอบใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอไม่ใหญ่มาก iPhone SE ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก แต่หากใครที่ชอบใช้หน้าจอใหญ่สมาร์ทโฟนในท้องตลาดก็มีให้เลือกอยู่พอสมควร ทั้งนี้ทีมงาน TechXcite ก็เพียงสรุปข้อแตกต่างของ iPhone ที่อาจทำให้หลายคนสงสัยว่ามีอะไรที่ต่างกันบ้าง คิดว่าเพื่อนๆ คงอ่านและเข้าใจมากขึ้นไม่มากก็น้อยนะครับ

 

ที่มา : Appleifixit