Review : OPPO R7 Plus และ R7 Lite สองรุ่นสองสไตล์ จอใหญ่โดนใจกับเล็กกะทัดรัดพกสะดวก !!

เฮียแม็พ | 8 ก.ย 2558 18:27:42 (อัพเดต 9 ก.ย 2558 14:40:48)

14034

VIEWS เฮียแม็พ

Review : OPPO R7 Plus และ R7 Lite สองรุ่นสองสไตล์
จอใหญ่โดนใจกับเล็กกะทัดรัดพกสะดวก !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เรามีสมาร์ทโฟนมีรีวิวด้วยกันถึง 2 รุ่นเลย นั่นก็คือ OPPO R7 Series ทั้งรุ่นใหญ่ OPPO R7 Plus และรุ่นเล็ก OPPO R7 Lite นั่นเอง โดยสมาร์ทโฟน 2 รุ่นนี้ก็จะมาเจาะกลุ่มตลาดกลางถึงบนด้วยจุดเด่นในเรื่องของดีไซน์สวยโดดเด่น และสเปคเครื่องที่ครอบคลุมการใช้งานอย่างลงตัว เรามาติดตามกันดีกว่าว่าน่าสนใจแค่ไหน :D

การดีไซน์ของ OPPO R7 Plus และ R7 Lite

การดีไซน์ของทั้ง 2 รุ่นนี้จะบอกว่าคล้ายกันก็มีส่วนแต่จะบอกว่าแตกต่างก็ได้อยู่ เรามาดูกันเป็นจุดๆเลย ขนาดของตัวเครื่องก็เป็นจุดแรกที่แตกต่าง โดยตัวเครื่อง R7 Plus นั้นจะมีขนาดอยู่ที่ 82 × 158 × 7.75 มม. เรียกว่าใหญ่ระดับ Phablet ล่ะนะ ส่วน R7 Lite นั้นจะมีขนาดเล็กลงมาอยู่ที่ 71 × 143 × 6.3 มม. ดูจากภาพก็เห็นความต่างชัดเจนเลยล่ะ 

ส่วนในเรื่องน้ำหนักเจ้า R7 Plus ก็อยู่ที่ 192 กรัม ส่วน R7 Lite อยู่ที่ 147 กรัม

ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ต่างกันขนาดหน้าจอก็ต่างกันด้วยโดย OPPO R7 Plus จะมาพร้อมหน้าจอ Amoled ขนาดมหึมาถึง 6 นิ้ว ความละเอียด Full-HD ซึ่งการแสดงผลต้องยอมรับเลยว่า สวยงามจริงๆ ถึงจะไม่ได้มีความละเอียดเยอะระดับ 2K หรือ 4K แต่ด้วยความละเอียดระดับนี้ ก็แทบจะไม่เห็นความยักแล้วล่ะครับ

ส่วน OPPO R7 Lite ก็มาพร้อมกับขนาดหน้าจอเล็กกำลังดีที่ 5 นิ้ว ความละเอียด HD 720P แทน ซึ่งด้วยความละเอียดระดับนี้ก็กำลังพอเหมาะพอเจาะกับขนาดหน้าจอแล้วล่ะ สวยคมไม่แพ้บน R7 Plus เลย

จุดที่แตกต่างของการดีไซน์ด้านหน้าก็คงจะเป็นรูปแบบของปุ่มกด ที่ OPPO R7 Plus นั้นจะมีการย้ายปุ่มกดต่างๆไว้บนหน้าจอแทน (On Screen Button) ส่วน OPPO R7 Lite ก็ยังคงเป็นปุ่มสัมผัสปกติอยู่ กระจกด้านหน้าก็จะเป็นแบบ 2.5D ช่วยเพิ่มมิติการสัมผัสให้ดียิ่งขึ้นทั้ง 2 รุ่นเลยด้วย

ด้านบนหน้าจอมีพวกไฟ LED แจ้งเตือน , กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล , ลำโพงสำหรับสนทนา , เซ็นเซอร์วัดแสงจับระยะ ฮะ

ตัวกรอบรอบๆเครื่องก็จะเป็นโลหะแข็งแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ ปุ่ม Power และช่องใส่ซิมใส่ Micro-SD จะอยู่ทางด้านขวามือสำหรับ R7 Plus ส่วน R7 Lite จะอยู่ทางด้านซ้าย

ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง R7 Lite จะอยู่ด้านขวามือพร้อมกับช่องใส่ซิมและ Micro-SD ส่วนของ R7 Plus จะอยู่ด้านซ้ายมือ ก็เรียกว่าสลับซ้ายขวากันนั้่นเองฮะ ทั้ง 2 รุ่นนี้

ด้านล่างเครื่องมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาและพอร์ท Micro-USB 

ด้านบนก็เป็นพอร์ทหูฟัง 3.5 มม.

ส่วนด้านหลังตำแหน่งกล้องต่างกันเล็กน้อย R7 Plus จะอยู่ตรงกลางเครื่องพร้อมมีไฟแฟลช 2 ดวง และมี Laser Auto Focus ช่วยเพิ่มความเร็วในการโฟกัสด้วย ส่วน R7 Lite ก็จะอยู่มุมซ้ายแฟลชเหลือเพียงดวงเดียว และของ R7 Plus มีการเพิ่มตัวสแกนลายนิ้วมือเข้ามาด้วยนะ

ด้านล่างก็มีลำโพงหลักของตัวเครื่องเหมือนกันทั้งคู่ครับ

สเปค OPPO R7 Plus และ R7 Lite

มาต่อกันในเรื่องของสเปคของทั้ง 2 ตัวกันบ้าง โดยทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีสเปคที่ใกล้เคียงกันในหลายๆจุดทั้งหน่วยประมวลผล กล้องถ่ายภาพ เป็นต้น เอาเป็นว่ามาดูสเปคแบบเต็มๆกันเลยดีกว่าว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

สเปค OPPO R7 Plus

  • หน้าจอ Amoled ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด Full-HD (1080x1920 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 615 Octa-core 1.5GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 405 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูง 128GB
  • แบตเตอรี่ 4100 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อม Dual-LED แฟลช
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ

สเปค OPPO R7 Lite

  • หน้าจอ Amoled ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD (720x1280 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 615 Octa-core 1.5GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 405 GPU
  • แรม 2GB
  • รอม 16GB
  • รองรับ Micro-SD สูง 128GB
  • แบตเตอรี่ 2320 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED

ซึ่งถ้าดูจากสเปคด้านบนจุดที่แตกต่างหลักๆที่ R7 Plus มีมากกว่าบน R7 Lite ก็คือขนาดหน้าจอ , แรมที่บน R7 Plus มากกว่า 1GB , รอมที่ R7 Plus มากกว่าเป็น 32GB (R7 Lite มี 16GB) , แบตเตอรี่ที่เยอะกว่า , กล้องหลังที่มีไฟแฟลชคู่ และระบบสแกนลายนิ้วมือที่บน R7 Lite ไม่มี :D

ระบบปฏิบัติการและ User Interface

OPPO R7 ทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มาพร้อมกับUI ของทาง OPPO เองที่ชื่อว่า ColorOS และมาเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด 2.1 แล้ว ซึ่ง ColorOS 2.1 นี้ก็ครอบมาบน Android 5.1.1 รุ่นล่าสุดแล้วด้วย ก็แน่นอนว่าความลื่นไหลต่างๆทำได้ดีทีเดียว  ซึ่งหน้าตาก็มีการปรับเปลี่ยนให้ดูเรียบและสวยขึ้น และก็ยังคงมาพร้อมกับความสามารถอย่างการปรับแต่งหน้าตาหรือพวก Gesture Control ติดมาให้แบบรุ่นก่อนๆด้วย

ไอคอนต่างๆก็ปรับให้ดูกลมกลืนกันมากกว่าเดิม และเหมือนเดิมครับ ไม่มีหน้า App Drawer หรือหน้ารวมแอปทั้งหลายแล้ว ทุกแอปที่มีการติดตั้งหรือติดมากับเครื่องก็จะถูกวางอยู่บนหน้าจอ Home Screen นี้ทั้งหมด

หน้าซ้ายมือสุดจะมี Exclusive Space แบบรุ่นก่อนๆ แต่ว่าเหลือเพียงแค่หน้าเครื่องเล่นเพลงเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่ชอบก็สามารถเอาออกได้เพียงแค่กดปุ่ม Menu แล้วเอาติ๊กเครื่องเล่นเพลงออกไปฮะ

Theme ก็ยังคงมีให้เลือกโหลดเลือกเปลี่ยนกันมากมายจากแอป Theme ที่ให้มาครับ ไม่ต้องไปหา Launcher อื่นๆมาเพิ่มเติมเลย

ฟีเจอร์ Gesture Motion

ก็ถือเป็นอีกจุดเด่นของทาง ColorOS เลยที่จะมีลูกเล่นเกี่ยวกับ Gesture ต่างๆให้เลือก อาทิ เคาะหน้าจอ เพื่อปลุกหน้าจอ , วาดตัวหนังสือเพื่อเข้าสู่แอปฯ หรือใช้การปาดหน้าจอเพื่อดูสถานะเป็นต้น ตรงนี้เพื่อนๆสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ใน Settings > Gesture & motion ครับผม

ระบบสแกนลายนิ้วมือของ OPPO R7 Plus

มาถึงจุดเด่นที่รุ่นพี่ใหญ่อย่าง OPPO R7 Plus มีนอกเหนือจาก R7 Lite อย่างระบบสแกนลายนิ้วมือกันบ้าง อย่างที่ได้เห็นไปว่าที่ด้านหลังของตัวเครื่องนั้นจะมีที่สแกนลายนิ้วมืออยู่ การใช้งานต่างๆก็จะเหมือนกับ OPPO N3 สมาร์ทโฟนเรือธงเมื่อปีที่แล้วเลย

โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่านิ้วของเราได้ที่ Settings > Fingerprint and lockscreen จากนั้นก็เพิ่มนิ้วเข้าไปได้เลย ตัวเครื่องจะให้เราแตะนิ้วไว้ตรงที่สแกนหลายๆครั้งเพื่อจับความแม่นยำของนิ้วเรา

ซึ่งนอกจากจะใช้ไว้งานด้านปลดล็อกเครื่องแล้วยังใช้เป็นตัวปลดล็อกเข้าแอปต่างๆได้อีกด้วย อย่างเช่นเราไม่อยากให้ใครมายุ่งดูภาพถ่ายของเรา ก็สามารถสั่งให้ตัวแอปปลดล็อกด้วยการสแกนนิ้วได้ โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Application encrytion ครับผม

หรือถ้าอยากเอาแอปที่ล็อกไว้ออกสามารถเข้าไปปลดล็อกได้ที่แอป Security Center > Privacy Permissions > App encryption ครับผม

จากเท่าที่ได้ลองใช้งานจริงตัวสแกนลายนิ้วมือก็เรียกว่าตอบสนองได้เร็วมาก แตะปุ๊บก็ติดปั๊บและที่ดีกว่านั้นคือไม่จำเป็นต้องกดปุ่ม Power เพื่อปลุกหน้าจอขึ้นมาก่อนแล้วค่อนสแกนนิ้ว แต่สามารถแตะไปที่ตัวสแกนลายนิ้วมือขณะที่เครื่องล็อกได้เลย ตรงนี้ขอชมเลยยอดเยี่ยมจริงๆ

ประสิทธิภาพของ OPPO R7 ทั้งสอง

อย่างที่บอกไปว่าทั้ง 2 ตัวนี้มีสเปคที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อยอย่างเรื่องของแรมและรอม OPPO R7 Plus นั้นให้มาเยอะกว่าบน R7 Lite เราเลยจะแยกคะแนน Benchmark ออกเป็น 2 รุ่นเพื่อให้เห็นกันชัดๆเลย

โดย OPPO R7 Plus รุ่นใหญ่นั้น ได้คะแนนออกมาที่ 37788 คะแนนครับ

แรม 3GB ของ R7 Plus จะเหลือใช้จริงประมาณ 1.6-1.8 GB ครับผม

ส่วน OPPO R7 Lite จะได้น้อยลงมากว่านิดอยู่ที่ 32307 คะแนนครับ

แรม 2GB ของ R7 Lite จะเหลือใช้จริงประมาณ 1.0-1.3GB ครับ

การเล่นเกมบน OPPO R7 ทั้งสอง

มาถึงเรื่องการเล่นเกมบ้าง จากที่เห็นว่าตัวคะแนน Benchmark นั้นไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ถ้าไม่ลองเล่นเกมจริงๆก็คงไม่รู้ ผมเลยทำการลงเกมกราฟิกหนักๆอย่าง Marvel Contest of Champions , Unkilled , Driver Speed Boat ลงทั้ง 2 เครื่องดูเพื่อวัดประสิทธิภาพกันซะหน่อย 

ผลก็ออกมาตามคาดครับเล่นได้ลื่นไหลทั้งคู่ แต่บางเกมเจ้า R7 Lite ก็อาจจะมีอาการกระตุกบ้างเล็กน้อยในบางจังหวะ (อาทิเกม Marvel) แต่ถ้าบน R7 Plus เรียกว่าราบลื่นกว่านิดนึงครับ และแน่นอนด้วยขนาดหน้าจอที่ต่างกันมาก (ห่างกัน 1 นิ้วแหนะ) เลยอาจจะเห็นถึงความสะใจที่ต่างกันพอสมควร ตรงนี้ก็สรุปว่าถ้าอยากได้เกมใหญ่ๆเล่นแบบเต็มตาก็หันไปมอง R7 Plus แต่ถ้าอยากเล่นเกมแนวตั้งเล่นสบายๆมองมาที่ R7 Lite นี้สะดวกต่อการจับถือมือเดียวกว่าครับ :D

ความบันเทิงของ OPPO R7 Plus และ R7 Lite

มาต่อกันในเรื่องของความบันเทิงอย่างการดูหนังฟังเพลงกันบาง ตรงนี้ก็คงตัดสินใจกันง่ายๆล่ะครับ เพราะเรื่องการดูหนังดูไฟล์วิดีโอจอใหญ่กว่าก็ได้เปรียบ ซึ่ง OPPO R7 Plus ก็ให้ขนาดหน้าจอมาถึง 6 นิ้ว เรียกว่าเอามาดูไฟล์วิดีโอได้เต็มตาเต็มอารมณ์มากๆเลยล่ะ ส่วน R7 Lite นั้นถึงหน้าจอจะไม่ใหญ่มากแต่ด้วยขนาด 5 นิ้ว สำหรับคนที่ไม่ต้องการความใหญ่มาก ก็กำลังพอดิบพอดีมือดีครับ

ส่วนในเรื่องของเสียงนั้น OPPO ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นลำโพงของตัวเครื่องทั้ง 2 รุ่นก็ให้เสียงที่ดังใช้ได้เลย ส่วนการเชื่อมต่อผ่านหูฟังก็มีระบบ Diract HD เพิ่มมิติของการฟังเพลงเข้าไปอีกขั้นด้วยนะ

หรือว่าในเรื่องของการท่องเว็บไซต์ เล่น Social Network ก็ดูจะแบ่งได้ชัดเจน ตัวเครื่อง R7 Lite มีขนาดกำลังพอดีมือเหมาะกับการเล่นพวก Facebook , Twitter หรือ Line ได้เป็นอย่างดี ส่วนจอใหญ่ๆของ R7 Plus ก็เหมาะกับการใช้งานอ่านเว็บไซต์ได้อย่างเต็มตากันเลยทีเดียว :D

การถ่ายภาบน OPPO R7 Plus และ R7 Lite

OPPO R7 ทั้ง 2 รุ่นนี้มาพร้อมกับหลงความละเอียด 13 ล้านพิกเซลเท่ากัน เซ็นเซอร์ตัวเดียวกัน แต่ที่ต่างกันคือ R7 Plus นั้นจะมาพร้อมกับ Laser Autofocus กับไฟแฟลช 2 ดวง ส่วน R7 Lite มีไฟแฟลชตัวเดียวและไม่มีระบบ Laser Autofocus ครับผม ซึ่งตรงนี้จากการทดสอบจริงก็ถือว่า Laser Autofocus ช่วยในเรื่องการโฟกัสให้ไวขึ้นจริง แต่บน R7 Lite ที่ไม่มี Laser Autocus ก็ไม่ได้โฟกัสช้าอะไรมากมายฮะ

หน้าตา UI ของกล้องนั้นก็ออกแบบมาเรียบๆ เข้าใจง่ายแตะถ่าย เลื่อนเพื่อสลับไปถ่ายวิดีโอ และมุมขวามีให้เลือกโหมดการถ่ายภาพต่างๆ (แอบคล้ายค่ายผลไม้เอามากๆเลย :P)

โหมดการถ่ายภาพก็มีให้เยอะพอสมควร อาทิ Normal , Ultra-HD , Colorful night , Slow Shutter , Expert Mode , Beautify , HDR , RAW เป็นต้น หรือถ้ายังไม่จุใจ สามารถไปดาวน์โหลดเพิ่มได้อีกตรง More Fuctions ครับผม

เอาเป็นว่าลองไปชมภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องของ OPPO R7 Plus และ R7 Lite กันเลยดีกว่าฮะ

เรื่องกล้องของ OPPO นั้นก็ยังคงประทับใจเช่นเคย คุณภาพของไฟล์ภาพถือว่ายอดเยี่ยม ทั้งในที่แสงน้อยและแสงปกติ แถมระบบ Laser Autofocus บน R7 Plus ก็ทำได้รวดเร็ว ส่วน R7 Lite ก็ไม่น้อยหน้าด้วยตัวเครื่องขนาดกำลังพอดีมือถือถ่ายรูปได้ง่ายอีกด้วย

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล

ส่วนเรื่องกล้องหน้าก็เรียกว่าน่าจะตัวเดียวกันมาเลย มาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซลฟี่ได้เนียนโดนใจเลยล่ะอีกทั้ง OPPO ยังขึ้นชื่อในเรื่องชองความเนียน ฟรุ้งฟริ้งของโหมด Beauty ด้วยแล้ว สาวๆที่อยากจะได้มือถือเซลฟี่ดีๆมุมมองกว้าง R7 ทั้ง 2 รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน

โดยกล้องหน้าของทั้ง 2 รุ่นนี้นั้นยังมีความสามารถไฟแฟลชกล้องหน้าด้วยการใช้ ตัวหน้าจอสีขาวเป็นไฟช่วยเพิ่มแสงเวลาแสงน้อยได้อีกด้วย (คล้ายๆบนกล้องหน้าของ LG)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ OPPO R7 Plus และ R7 Lite

แบตเตอรี่และอายุการใช้งาน

ปิดท้ายกันที่เรื่องของแบตเตอรี่กันอีกเช่นเคยทั้ง 2 รุ่นนี้ให้ความจุแบตเตอรี่มาแตกต่างกันพอสมควร ส่วนหนึ่งก็ด้วยขนาดหน้าจอที่ต่างกันด้วย ซึ่ง R7 Plus ก็ให้ความจุมาถึง 4100 mAh กันเลยทีเดียว จากที่ได้ทดสอบการใช้งานมาจริงๆก็ถือว่าอึดทนอยู่นานจริงๆ สามารถใช้งานทั่วๆไปได้ถึง 2 วันเลย หรือถ้าเล่นหนักๆหน่อยก็อยู่ได้ตลอดวันอยู่ครับ

ส่วน R7 Lite ให้แบตเตอรี่ความจุมาที่ 2320 mAh การใช้งานจริงอาจจะไม่ได้อึดมากมายอะไรเหมือนตัว Plus แต่ก็พออยู่ได้ตลอดทั้งวันครับ

แต่เรื่องแบตเตอรี่คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของสมาร์ทโฟนจาก OPPO เพราะว่ามาพร้อมกับสายชาร์จความเร็วสูงอย่าง VOOC Rapid Charge ที่ช่วยให้การใช้งานต่างๆง่ายขึ้น ชาร์จไวกว่าที่ชาร์จทั่วๆไปถึง 4 เท่ากันเลยทีเดียว ถึงแบตจะใกล้หมดแต่ถ้ามีเวลาชาร์จทิ้งไว้สัก 10 นาทีก็รอดตายแล้วล่ะแบบนี้ :P

สรุปผลการทดสอบ

ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นในเรื่องของดีไซน์และความลงตัวในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นพี่เบิ่ม R7 Plus ก็เน้นมาทางความบันเทิงเต็มรูปแบบทั้งหน้าจอใหญ่ยักษ์ จะเล่นเกม จะดูหนัง ก็เต็มตาเต็มอารมณ์ไม่น้อย หรือจะเป็นรุ่นน้องอย่าง R7 Lite ก็โดดเด่นในเรื่องของความพอเหมาะพอเจาะสำหรับขนาดกะทัดรัดพกง่าย และจุดเด่นของ OPPO ก็ให้มากันครบใน 2 รุ่นนี้ ทั้งเรื่องของหน้าจอที่สวย คมชัด , ระบบเสียงขั้นเทพที่อัดแน่น , กล้องหน้าและหลังตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ และท้ายที่สุด ColorOS 2.1 เวอร์ชั่นใหม่ที่เหมาะกับผู้ที่ชอบการปรับแต่งไม่จำเจ ส่วนทั้ง 2 รุ่นนี้ ตัวไหนจะเหมาะกับคุณมากกว่าลองตัดสินใจกันฮะ :D

ราคาเปิดตัวของ OPPO R7 Plus อยู่ที่ 16,990 บาท

ราคาเปิดตัวของ OPPO R7 Lite อยู่ที่ 10,990 บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวยวัสดุเครื่องแข็งแกร่งเหมาะมือ
  • หน้าจอ Amoled แสดงผลสวยงามทั้งจอใหญ่และเล็ก
  • ColorOS 2.1 ที่รันบน Android 5.1 ทำงานลื่นไหล ลูกเล่นเพียบเช่นเคย
  • กล้องหน้าและหลังคุณภาพยังประทับใจเช่นเคย
  • ระบบชาร์จไว VOOC ชาร์จไวกว่าปกติ 4 เท่า
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือรวดเร็วและแม่นยำ (สำหรับ R7 Plus)

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับ NFC

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite