Review: Nokia Asha 230 จัดการทุกสิ่งด้วย 2 ซิม

MrXcite | 4 เม.ย. 2557 14:58:09 (อัพเดต 6 เม.ย. 2557 16:59:58)

7907

VIEWS MrXcite

Review: Nokia Asha 230 Dual SIM จัดการทุกสิ่งด้วย 2 ซิม 

สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกคน วันนี้กลับมาพบกันอีกครั้ง ครั้งนี้มาดูสมาร์ทโฟนในตระกูล Asha ที่พึ่งเปิดตัวในงาน MWC 2014 ที่ผ่านมา นั่นก็คือ Nokia Asha 230 Dual SIM จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ราคาย่อมเยา 2ซิม และหน้าจอ Touch Screen ใช้ระบบปฏิบัติการ Nokia Asha Software Platform 1.1.1 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนงบไม่เยอะ หรือ ต้องการหาเครื่องสำรองสักเครื่อง  ลองมาติดตามกันดูดีกว่าว่าเจ้าตัวนี้มีความน่าสนใจอย่างไร

มาดูภายนอกกันก่อนนะครับ ตัวเครื่องจับขนาดมือดีครับ หน้าจอมีขนาด 2.8 นิ้ว เป็นแบบหน้าสัมผัสซะด้วย ความละเอียดหน้าจอประมาณ 143 ppi ถือว่าชัดไม่มากครับ 

มาดูภายนอกกันก่อนนะครับ ด้านบนซ้ายจะเป็นที่เสียบหูฟัง และด้านขวาเป็นที่เสียบสายชาร์ตครับ

ด้านข้างเป็นปุ่มเพิ่มเสียง/ลดเสียง และปุ่มSleep/เปิด/ปิดเครื่องครับ

ด้านหลังเป็นพลาสติกแบบด้าน ซึ่งจะเลอะง่ายหน่อยนะครับ

มาดูในกล่องกันว่ามีอะไรกันมาบ้าง Asha 230 Dual SIM ทาง Nokia ใจดีแถม Memory Card แบบ microSD มาให้ตั้ง 4GB , หูฟังสีชมพูสดใส , สายชาร์ต , แบตเตอรี่ ,คู่มือ และใบประกัน

หูฟังมีขนาดเบามากๆ ที่ทำมาจากพลาสติก  ใส่แล้วไม่หนักหูครับ หลังจากทดลองฟังดูแล้ว เสียงที่ออกมาค่อนข้างแหลมไปนิดนึงและเสียงไม่ใส และถ้าใครอยากฟังเพลงเพราะๆนุ่มๆลองเปลี่ยนหูฟังเป็นตัวอื่นดูครับ

ต้องบอกก่อนนะครับตอนเปิดฝาหลังเพื่อที่จะใส่ซิมเนี่ย แกะฝาหลังยากมากกกก แต่ลองพลิกกล่องดู เค้ามีวิธีบอกนี่น่า 555 (งมอยู่ตั้งนาน) ง่ายๆครับ โดยกดตรงกลางบนฝาหลัง จากนั้นใช้นิ้วอีกนิ้วดันด้านบนขึ้น แค่นี้แหละครับ มือใหม่อาจจะยากนิดนึง แต่หลังจากลองหลายๆรอบก็ลื่นแล้วล่ะครับ

ข้อดีที่ Mr.TechXcite ชอบมากที่สุดคือ รองรับ 2 ซิม !! น่าจะถูกใจคนมีหลายเบอร์ แต่ไม่หลายใจนะครับ อิอิ และก็เหมาะสำหรับคนที่ต้องติดต่อธุรกิจ ไม่ต้องการพกมือถือหลายเครื่องให้หนักกระเป๋า ส่วนแบตเตอรี่มีความจุอยู่ที่ 1020 mAh ดูเหมือนจะน้อยนะครับ แต่เค้าเครมไว้ว่าใช้งานได้สูงสุด 11 ชั่วโมง  แต่ถ้าวางเครื่องไว้เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรกับมันเลย จะอยู่ได้ 792 ชั่วโมง !! ( ว่าแต่จะวางไว้เฉยๆทำไมเนี่ย ) อีกสิ่งหนึ่งที่ Nokia เค้าบอกว่าพิเศษก็คือว่ามีฟังก์ชั่น Fastlane ที่ช่วยให้อัพเดต Facebook และ Twitter ได้อย่างด่วนจี๋ แค่เพียงสไลด์หน้าจอ  ใครที่ชอบกดไลค์ กดแชร์ คอมม้ง คอมเม้นท์ ต้องถูกใจแน่ๆครับ (มีวีดีโอคลิปสาธิต Fastlane ข้างล่างนี้ครับ)

มาดูประสิทธิภาพของกล้องกันบ้างครับ กล้องหลังมาพร้อมกับความชัด 1.3 ล้านพิกเซลและไม่มีกล้องหน้าครับ ภาพที่ออกมาไม่ชัดมากนัก แต่พอถูๆไถๆได้ครับ 

มาดูภาพตัวอย่างจากกล้องหลังของ Nokia Asha 230 Dual SIM กัน

ปรับสีได้ 4 แบบ สีธรรมชาติ, ขาว-ดำ, ซีเปีย, สี X-ray

Nokia Asha 230 Dual SIM สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่  Nokia Store ได้ตามปกติเลยนะครับ แต่ต้องบอกก่อนว่า Asha รุ่นนี้ไม่รองรับไวไฟและ 3G นะครับ ใช้ได้แต่ GPRS และ EDGE เท่านั้น T^T เพราะงั้น Mr.TechXcite คิดว่าไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบเล่นเกม หรือ โหลดแอพพลิเคชั่นขนาดใหญ่ สำหรับสีมีให้เลือก 5 สี สีแดง,เหลือง,เขียว,ขาว และดำครับ ในราคาย่อมเยา 1,990 บาทเท่านั้น  

สรุป Asha 230 Dual SIM เหมาะกับคนที่มองหามือถือราคาย่อมเยาว์ มีเบอร์โทรศัพท์หลายเบอร์  รักการแชทเป็นชีวิตจิตใจ แต่ไม่เน้นเล่นแอพพลิเคชั่นหนักๆ ตัวนี้เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ แต่อย่าลืมว่ามันไม่รองรับ ไวไฟ และ 3G ยังไงลองเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกันดูนะครับ เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน นี่แหละ Nokia Asha 230 Dual Sim หวังว่าจะถูกใจใครหลายๆคนแล้วเจอกับรีวิวต่อไปจาก TechXcite ครับ บ๊ายบายย 

สเปคแบบละเอียด Nokia Asha 230 Dual Sim