Review: รีวิว Oppo Finder ที่สุดแห่งความบางเบา เร้าใจกับสเปคแรงเกินตัว!

ทีมงานTechXcite | 18 ก.ค. 2555 17:08:23 (อัพเดต 20 ก.ค. 2555 09:24:50)

68000

VIEWS ทีมงานTechXcite

Review: รีวิว Oppo Finder ที่สุดแห่งความบางเบา เร้าใจกับสเปคแรงเกินตัว!

ติดตามรีวิวอุปกรณ์ IT ที่น่าสนใจกับ เฮียณัฐ TechXcite วันนี้ผมได้ของดีมารีวิวอีกแล้วครับ ใครที่หลงรักอุปกรณ์ IT ที่มีรูปร่างสวยๆ แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องความแรง พลาดรีวิวตัวนี้ไม่ได้เลยครับ กับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เลย Oppo Finder มือถือที่บางที่สุดในประเทศไทย ณ ตอนนี้เลยครับ ด้วยความบางเพียงแค่ 6.65 มิลลิเมตร แต่ถ้าวัดกันในระดับโลก Oppo Finder จัดเป็นอันดับ 2 ของโลกในเรื่องความบางครับ ส่วนเบอร์หนึ่งนั้น คือ ZTE Athena ด้วยความบางเพียงแค่ 6.2 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่ตัวนั้นยังไม่วางขาย รวมถึงสเปคเปิดเผยออกมานะครับ ดังนั้นวันนี้ก็มารีวิว Oppo Finder ของที่วางขายแล้วในบ้านเรากันดีกว่าครับ แค่นี้ก็บางมากแล้วล่ะถือว่าเป็นที่หนึ่งของโลก ณ ปัจจุบันในเรื่องความบางเลยทีเดียว

ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอขอบคุณทาง Oppo ประเทศไทยก่อนนะครับ ที่ให้ Oppo Finder มือถือดีไซน์เก๋ สุดบางเบามาให้ทีมงาน TechXcite ได้ทดสอบกันอย่างเต็มที่ ขอบคุณมากคร้าบบ ^^

ขอเข้าเรื่องรีวิว Oppo Finder กันเลยดีกว่าครับ มาดูกันที่เรื่องแรกก่อนเลยครับ กับเรื่องการออกแบบ

มาดูกันตั้งแต่เปิดกล่องกันเลยครับ Oppo Finder มาพร้อมกับกับแพ็คเกจสวยๆ เก๋ๆ แบบนี้นะครับ ใส่กล่องสีดำดุ ขนาดกระทัดรัด เปิดฝามาปุ๊บก็เจอกับตัวเครื่องแบบนี้เลย

จากนั้นหยิบตัวเครื่องออกมาเลยครับ จะพบกับคู่มือ และสายดาต้า, ที่ชาร์จ และหูฟังครับผม

 

จุดสังเกตในเรื่องของอุปกรณ์เสริมนะครับ หูฟังของ Oppo Finder จะใช้พอร์ตแบบ Micro USB นะครับ ไม่ใช่แบบ 3.5 มม. ทั่วไป ทำให้ไม่สามารถเอาหูฟังธรรมดามาใส่ได้ (ไม่แน่ใจว่า Oppo จะออกอุปกรณ์เสริมมาให้ภายหลังหรือเปล่านะครับ) แต่หูฟังที่มาในชุดนั้น คุณภาพก็ถือว่าโอเคครับ พอรับได้

ต่อไปมาดูตัวเครื่องกันบ้างครับ ดีไซน์จะมาในแนวเรียบหรูนะครับ โดยจะมีสีดำทั้งด้านหน้า และด้านหลัง โดยด้านหน้าจะเป็นพื้นผิวแบบมันเงา ส่วนด้านหลังจะดำด้าน และมีขอบตรงกลางเป็นสีเงิน ดูหรูหราเกินตัวทีเดียว

ขนาดของหน้าจออยู่ที่ 4.3 นิ้ว ความละเอียด 800x480 พิกเซล และที่สำคัญ Oppo Finder ใช้หน้าจอ Super AMOLED ของ Samsung ครับ ดังนั้นเรื่องสีสัน และความสวยสดนั้นกินขาดอยู่แล้ว เทียบเท่ากับ Samsung Galaxy รุ่นท็อปๆ เลยทีเดียว

มาดูปุ่มเมนูหลักกันบ้างครับ ที่ด้านล่างจะมาพร้อมกับปุ่มแบบ sensitive touch 3 ปุ่มตามมาตรฐานของ Android 4.0 ICS คือ ปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับครับ ส่วนถัดมาที่บริเวณขอบด้านล่างคือไมค์สนทนาครับ

ด้านบนนอกจากจะมีลำโพงสนทนา และกล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลแล้ว จะมีเซ็นเซอร์วัดแสง และดับหน้าจอเวลาถือสนทนาครับ

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card นะครับ โดย Oppo Finder จะใช้ MicroSIM เท่านั้นนะครับ ใครที่มีซิมแบบธรรมดาอยู่ให้นำซิมการ์ดไปเปลี่ยนได้ที่ผู้ให้บริการมือถือของตนเองได้นะครับ 

ส่วนถัดมาอีกหน่อยก็จะมี pin สำหรับเชื่อมต่อกับ docking ในอนาคตครับ

ด้านขวามีปุ่มปรับควบคุมเสียง ที่ใช้วัสดุชนิดเดียวกับขอบครับ คือเป็นอลูมิเนียมแข็งแรงทนทาน

ด้านบนมีปุ่ม Power ที่ใช้เปิด/ปิดการล็อคหน้าจอ และพอร์ตเชื่อมต่อ MicroUSB ที่มาพร้อมฝาปิดแน่นสนิทด้วยครับ

ส่วนด้านหลังสีดำด้าน แบ่ง 2 ส่วนนะครับ คือส่วนบน และส่วนล่างจะเป็นพลาสติกครับ และตรงกลางเป็นอลูมิเนียมที่ทาง Oppo บอกว่าจะช่วยในการระบายความร้อนได้ดีนั่นเอง

ส่วนกล้องหลังนั้นจะมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED สองดัง ช่วยส่องสว่างในการถ่ายภาพในที่มืดครับ ถ่ายภาพในผับโชว์หญิงสบายเลยล่ะ อิอิ ^^

บริเวณกล้องจะนูนๆ ออกมาหน่อยนะครับ จะวางที่ไหนคงต้องระวังนิดนึง

ดูความบางกันให้ชัดๆ อีกทีครับ Oppo Finder มาพร้อมกับความบางเพียงแค่ 6.65 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าบางที่สุดในโลก ณ ขณะนี้เลยครับ จนกว่า ZTE Athena ที่บาง 6.2 มม. เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 

  

ลองเทียบความบางกับมือถือที่เดินไปไหนก็เจออย่าง iPhone จะเห็นได้ว่า Oppo Finder บางกว่า iPhone 4 ค่อนข้างเยอะเลยครับ (แถมดีไซน์ยังดูคล้ายๆ กันอีกด้วย ไม่แน่ว่า Oppo Finder อาจมีพลังสาร หรือมวลงานบางอย่าง....ก็เป็นได้ ^^)

พอหอมปากหอมคอนะครับ กับดีไซน์ของ Oppo Finder ต้องยอมรับเลยว่าดีไซน์ และการออกแบบของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ค่อนข้างลงตัว โดยเฉพาะความบาง ที่อาจจะดูว่ารูปร่างบอบบางนะครับ แต่เอาจริงๆ แล้ว เรื่องความแข็งแรงคงทน มือถือตัวนี้ก็นับว่าไม่เป็นรองใครนะครับ ไม่เชื่อลองชมคลิปตัวอย่างด้านล่างนี้เลยครับ ใจไม่แข็งอย่าดู

ต่อไปลองมาชมเรืองสเปค และการทำงานของ Oppo Finder กันบ้างครับ โดยสมาร์ทโฟนเครื่องนี้จะมีสเปคดังนี้เลย

- มาพร้อมกับ CPU Dual-Core Snapdragon S3, GPU Adreno 220
- Android 4.0.3 Ice-Cream Sandwich
- RAM 1GB
- หน่วยความจำภายใน 16GB เพิ่มด้วย MicroSD ไม่ได้
- หน้าจอ Gorilla Glass ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 800x480 พิกเซล 
- ชนิดหน้าจอแบบ Super AMOLED 16 ล้านสี
- รองรับ Multi-touch 10 จุด
- น้ำหนัก 125 กรัม
- แบตเตอรี่ 1500mAh (ถอดแบตไม่ได้)
- กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช Dual LED, พร้อม Auto Focus, ใช้เซ็นเซอร์จาก Sony
- ถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียด Full HD 1080p (1920x1080 พิกเซล)
- กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล

จะเห็นได้ว่า ถึงแม้ว่าจะมีตัวเครื่องที่บางเบาขนาดนั้ แต่สเปคก็ถือว่าจัดหนักไม่แพ้มือถือจากค่ายอื่นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น CPU Dual-Core ความเร็ว 1.5GHz ทำงานร่วมกับ GPU Adreno 220 จากที่เทสดูก็ทำงานได้ลื่นไหล น่าประทับใจมากครับ 

ใครที่ชอบฟังค์ชั่น ตั้งเวลาเปิด/ปิดเครื่อง Oppo Finder ก็จัดไว้ให้นะครับ

ต่อไปลองมาชมผลเทส Benchmark ซึ่งเป็นการใช้วัดคะแนนการประมวลผลทางด้านกราฟฟิกนั่นเอง

 

มาดูกันที่แอพแรกก่อนเลยครับ กับ AnTuTu โดย Oppo Finder ทำคะแนนไปได้ที่ 6266 คะแนน เป็นรอง Galaxy Note อยู่นิดหน่อยเท่านั้นเอง

  

ข้อมูลอื่นๆ ภายในเครื่องครับ

 

ได้คะแนนจาก Vellamo ที่ 1644 คะแนน และหน้าจอรองรับ Multi-touch 10 จุด

 

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจของ Oppo Finder ก็คือสามารถปรับเปลี่ยน หรือเพิ่มเติมแถบการแจ้งเตือน หรือ Notification Bar ได้อย่างอิสระครับ อะไรที่เราใช้งานประจำก็สามารถเลือกมาไว้ที่ด้านบนได้เลยครับ สะดวกมาก

 

นี้เป็นคีย์บอร์ดที่มากับเครื่องนะครับ มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จะมีลักษณะแบบนี้ แต่ถ้าไม่ชอบก็สามารถไปดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ใน Google Play Store ครับ มีให้เลือกเพียบ

การเล่นเว็บทำได้ค่อนข้างเนียนเลยทีเดียว มีอาการกระตุกน้อยมาก

แอพไฟฉาย, เข็มทิศ ก็มีมาให้พร้อมครับ ไม่ต้องไปโหลดเอง วิธีใช้ก็เหมือนทั้วไปครับ

ต่อไปลองมาดูเรื่องที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันครับ นั่นก็คือเรื่องกล้องนั่นเอง โดย Oppo Finder มาพร้อมกับกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED 2 ตัว และระบบออโต้โฟกัส 

คุณภาพของกล้อง เฮียจัดว่าอยู่ในระดับกลางๆ นะครับ คือไม่ได้แย่ แต่ก็ยังพอมีข้อติบ้างเล็กน้อย ว่าแล้วก็ลองไปชมภาพตัวอย่างกันเลยครับ

ภาพที่ได้จัดว่ามีสีสันสดสวยใช้ได้นะครับ แต่มีจุดสังเกตอยู่ที่ระบบ Auto Focus นะครับ ที่จะโฟกัสค่อนข้างช้านิดนึง แต่ไม่ได้ช้าจนหน้าเกลียดนะครับ ถือว่ารับได้

ภาพสองภาพด้านบนนี้เป็นภาพทดสอบการซูมภาพนะครับ ซึ่ง Oppo Finder สามารถซูมภาพได้ 4 เท่า 

ภาพจากกล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล

ถึงแม้คุณภาพของภาพถ่ายจะอยู่ในระดับกลางๆ แต่ว่าจุดที่เฮียณัฐค่อนข้างประทับใจเลยก็เป็นเรื่องลูกเล่นของกล้องครับ โดยเฉพาะแอพ Lomo Camera ที่มีโหมดต่างๆ ให้เลือกเล่นมากมาย ยกตัวอย่างเช่น Fish Eyes, หรือจะเป็นภาพแนว Retro, ภาพการ์ตูน

แต่ที่มันที่สุดจะเป็นโหมดการถ่ายรูปกลุ่มครับ ซึ่งการทำงานของโหมดนี้ จะเป็นการถ่ายภาพต่อเนื่องกัน 5 ภาพ โดยคุณสามารถเลือกหน้าที่หล่อ หรือสวยที่สุดของแต่ละคนจาก 5 ภาพนั้นได้ และนำมารวมกันเป็นภาพเดียว เป็นไงบ้างครับ เจ๋งใช่มั้ยล่ะ ลองชมภาพตัวอย่างด้านล่างนี้เลยครับ

ถ่ายภาพแบบ Mirror

ภาพโทนน้ำตาล ดูวินเทจ โบราณๆ หน่อย

โหมดการถ่ายภาพแบบ Fish Eyes

ภาพถ่ายแนวๆ ภาพวาดแนวอาร์ตๆ

โหมด Tunnel

นี่เป็นโหมดที่เฮียณัฐชอบเล่นที่สุดครับ กับโหมดถ่ายรูปกลุ่ม ที่ช่วยแก้ปัญหาเวลาถ่ายภาพกลุ่ม ที่บางคนอาจจะหลับตา, ลืมยิ้ม, หรืออ้าปากอยู่ โดยคุณสามารถเลือกภาพที่ดีที่สุดของแต่ละคนได้ และนำมารวมเป็นรูปเดียวได้อย่างเทพเลยครับ ทำให้ภาพหมูบูชาของคุณเป็นภาพที่ Perfect ที่สุดเลย

ตัวอย่างภาพจากโหมดถ่ายรูปกลุ่ม

ขอเสริมในเรื่องกล้องอีกนิดเดียวครับ กับโหมดอีกหนึ่งโหมดที่น่าสนใจ นั่นก็คือโหมดช่วยในการ "ถ่ายภาพย้อนแสง" หรือ "HDR" นั่นเอง โดยโหมดนี้จะช่วยให้การถ่ายภาพย้อนแสงของคุณง่ายขึ้น โดยไม่ต้องใช้ไฟแฟลชช่วย ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างภาพครับ

ภาพย้อนแสงที่ไม่ได้เปิดโหมด HDR

ภาพย้อนแสงที่เปิดโหมด HDR แล้ว

Final Word

จากที่ได้มีโอกาสทดลองใช้ Oppo Finder ต้องขอยอมรับเลยว่า ตอนแรกที่เห็นมือถือเครื่องนี้เปิดตัวออกมา แอบคิดในใจเหมือนกันนะครับว่า มือถือเครื่องนี้คงเน้นแต่เรื่องดีไซน์สวยงาม บางเบา เพราะว่าตอนที่เปิดตัวมานั้น Oppo Finder จัดเป็นมือถือที่บางที่สุดในโลกเลยครับ ก็เลยคิดว่าเรื่องการใช้งานอื่นๆ คงจะไม่เท่าไหร่ แต่เอาเข้าจริงๆ เจ้านี่มีดีกว่าที่เห็นภายนอกเยอะครับ 

เรื่องแรกเลยคงต้องยกผลประโยชน์ให้กับ CPU Dual-Core ไปครับ เพราะว่ามือถือเครื่องจัดว่ามีความเร็วอยู่ในระดับแนวหน้าเลยทีเดียวครับ จากการใช้งานทั้งการเปิดเว็บที่ใช้ การเล่นเกม จัดว่าทำได้เนียนมากครับ ไม่ว่านะเป็นการเปิดเว็บที่มี Flash เยอะๆ หรือข้อมูลหนักๆ ก็ทำได้ลื่นไหลในระดับที่ประทับใจเลยทีเดียว รวมถึงการเล่นเกมด้วยครับ เฮียลองโหลดเกม Frontline Commando มาลองเล่นก็โหลดไว เล่นไม่กระตุก

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจเป็นห่วงนั่นก็คือเรื่องแบตครับ หลายๆ คนคงคิดว่า เครื่องนี้ใช้ CPU Dual-Core, หน้าจอ Super AMOLED แถมยังมีตัวเครื่องบางขนาดนีอีก จะใช้งานได้หมดวันเหรอเนี่ย ตรงนี้เฮียทดสอบโดยการใช้งานจริงในหลายๆ รูปแบบแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบคนปกติทั่วไป หรือใช้หนักฮาร์ดคอร์อ พบว่า Oppo Finder ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 1500mAh สามารถใช้งานปกติ โทรเข้า/ออก เล่นเน็ต เล่นเฟส เช็คเมล การใช้งานเหล่านี้ใช้งานได้ครบ 1 วันพอดิบพอดีครับ แต่ถ้าเล่นเกมนานๆ เล่นเน็ตผ่าน Wi-Fi ติดต่อกันแบบลุยๆ แล้วล่ะก็ ก็ใช้ได้ได้ประมาณครึ่งวันก็ต้องหาที่ชาร์จแล้วล่ะครับ

แต่จุดนี้ไม่ใช้ข้อเสียของ Oppo Finder นะครับ มือถือสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นๆ ก็เป็นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทาง iOS หรือ Android ก็ตาม เป็นเหมือนกันหมด ดังนั้นสบายใจได้ว่าแบตของ Oppo Finder นั้น ดีตามมาตรฐานของสมาร์ทโฟนครับ

มาถึงเรื่องที่ค่อนข้างจะขัดใจเฮียอยู่บ้างครับ อย่างแรกเลยนั่นก็คือเรื่องของหูฟังครับ Oppo Finder ไม่มีช่องสำหรับหูฟัง 3.5 มม. ครับ ดังนั้นจึงไม่สามารถหาหูฟังนอกมาใช้ได้เลย แถมยังใช้หูฟังเสียบช่องเดียวกับที่ชาร์จอีกตังหาก (Micro USB) จึงทำให้ไม่สามารถคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟังขณะชาร์จได้ 

ส่วนอีกเรื่องที่ขัดใจคนชอบดูหนังฟังเพลงนั่นก็คือ Oppo Finder ไม่สามารถเพิ่มเมมได้ด้วย MicroSD Card ครับ มีเพียงหน่วยความจำภายใน 16GB เท่านั้น ถ้าใครไม่เล่นเกมเยอะๆ หรือเอาหนังมาใส่ในมือถือหลายๆ เรื่องก็ถือว่าแล้วไป

สรุปแล้ว Oppo Finder น่าใช้มั้ย เฮียต้องบอกเลยครับว่ามือถือเครื่องนี้น่าใช้มาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดีไซน์ งานประกอบ หรือแม้แต่สเปค ก็ถือว่าซื้อเครื่องนี้ก็สามารถใช้ไปได้อีกยาวๆ เลยครับ เหมาะกับคนที่ชอบมือถือแรงๆ แถมด้วยดีไซน์โดนๆ อีกต่างหากกับราคาประมาณนี้ ใช้เครื่องนี้หล่อหรูเกินตัวแน่นอนครับ สำหรับวันนี้เฮียณัฐก็ต้องขอตัวลากันไปแล้ว แล้วพบกับรีวิวสินค้าไอทีโดนๆ แบบจัดเต็มกันได้ใหม่ในคราวหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีครับ ^^

Oppo Finder ราคา 14,990 บาท

Update: ตอนนี้ Oppo ได้ส่ง Firmware เวอร์ชั่น 3.02 ตัวล่าสุดออกมาแล้วนะครับ ซึ่งจะช่วยให้ Oppo Finder มีความเสถียรมากขึ้น รวมถึงแก้ไข bug บางอย่างที่อยู่ในมือถือด้วยครับ ลองอ่านเต็มๆ ได้ที่ข่าวด้านล่างนี้เลยครับ

Oppo ส่ง Firmware 3.02 ตัวล่าสุดสำหรับ Finder สุดบาง ให้ทำงานได้เนียนยิ่งขึ้น!


by เฮียณัฐ TechXcite