iPhone 5 : ข่าวล่าสุด รีวิว ราคา iPhone 5 (ไอโฟน 5 ) ทุกเรื่องต้องรู้รวมไว้ทีเดียว

ป๋าเอก | 11 ส.ค. 2554 11:02:28 (อัพเดต 15 ก.ย 2555 22:06:42)

407938

VIEWS ป๋าเอก


 iPhone 5 : ข่าวล่าสุด ราคา iPhone 5 (ไอโฟน 5 ) 

สรุปโดยเว็บ..TechXcite เว็บวาไรตี้ไอทีอันดับ 1 

:: iPhone 5: วางขายแล้ว iPhone 5 บอดี้ทองคำแท้ด้วยราคา 1 ล้านบาท! ::



iPhone 5 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite ไหนๆ iPhone ก็ได้ชื่อว่าเป็น Gadget ที่ช่วยเพิ่มความดูดีมีชาติสกุลให้กับผู้ใช้งานอยู่แล้ว อย่ากระนั้นเลยป๋าแนะนำว่าเรามาซื้อ iPhone 5 รุ่นพิเศษที่มีความเลอค่าเหมาะสมกับคุณมากกว่าใครด้วยบอดี้ผลิตจากทองคำแท้ 100% กันเลยดีกว่า!

โดย iPhone 5 สุดหรูที่ทุกท่านเห็นกันอยู่ตรงนี้ได้รับการออกแบบโดย Stuart Hughes ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษที่ได้จับเอา iPhone 5 มาประดับประดาไปด้วยทองคำแท้และเพชรเม็ดงามมากมาย ซึ่งบอดี้ของ iPhone 5 เครื่องนี้ได้รับการผลิตขึ้นจากทองคำแท้ 18 กะรัตน้ำหนัก 128 กรัม ในขณะที่โลโก้รูป Apple สุดคลาสสิคก็จะถูกตกแต่งไปด้วยเพชร 1 กะรัตจำนวน 53 เม็ดดูสวยงามเก๋ไก๋ไม่หยอกค่ะคุณพี่ ที่สำคัญตา Stuart Hughes นี่ฝีมือการันตีว่าไม่เบาเพราะก่อนหน้านี้พี่แกเคยออกแบบ iPad 2 Gold History Edition ไอแพดรุ่นทองคำแท้มาแล้วเหมือนกันนะเอ้อ

ทั้งนี้ถ้าใครที่อยากซื้อ iPhone 5 ทองคำแท้ฝีมือนาย Stuart Hughes ก็อาจจะต้องรีบกันหน่อยเพราะเขาบอกว่าจะวางจำหน่ายเพียง 100 เครื่องทั่วโลกเท่านั้น โดยสนนราคา iPhone 5 สุดหรูนี้ก็อยู่ที่ £21,995 หรือประมาณ 1,100,000 บาทเท่านั้นเองนะคะคุณพี่ขา แต่อิชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่า iPhone 5 เครื่องนี้จะกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่าเครื่องราคา 20,000 นิดๆทั่วไปที่เขาใช้กันหรือเปล่านะ อิอิอิ

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: ibnlive

:: iPhone 5: เผย iPhone 5 ประหยัดค่าไฟมากกว่า Samsung Galaxy S3! ::


iPhone 5 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite ใครบอกว่าซื้อ iPhone 5 แล้วเป็นของสิ้นเปลืองเห็นทีต้องกลับไปทบทวนความคิดเสียใหม่หลังมีการเปิดเผยว่า iPhone 5 สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจาก Apple ช่วยประหยัดค่าไฟจากการชาร์จแบตเตอรี่ได้เยอะทีเดียว แถมยังมากกว่า Samsung Galaxy S3 คู่แข่งโดยตรงฝั่ง Androidของพวกเขาเสียอีกนะนั่น!

โดยผลการวิจัยของบริษัทวิเคราะห์พลังงาน Opower ระบุว่าเจ้าของ iPhone 5 จะต้องเสียค่าไฟเพิ่มจากการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยไฟบ้านต่อปีเพียง $0.41 เท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าต่ำกว่าของทาง Samsung Galaxy S3($0.53) อยู่ไม่น้อยทีเดียวอันเนื่องมาจากฝ่ายหลังมีขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่านั่นเอง ยิ่งถ้ามาคำนึงถึงในแง่ที่ว่าiPhone 5 สามารถใช้งานผ่านระบบ 3G/4G LTE ได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 8 ชั่วโมงเต็มก็ถือได้ว่าคุ้มค่าไม่น้อยทีเดียวเลยละ

อย่างไรก็ตามถ้านำไปเทียบกับฝั่งแท็บเล็ตแล้วก็ต้องบอกว่า iPhone 5 ยิ่งดูประหยัดพลังงานเข้าไปกันใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ New iPad แท็บเล็ตรุ่นล่าสุดของ Apple ที่มีค่าใช้จ่ายจากการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยไฟบ้านต่อปีถึง $1.36 ด้วยกันครับ

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: cnet

แกะกล่องรีวิว และ อัพเดทราคาล่าสุด เกี่ยวกับ ไอโฟน 5 (iPhone 5)

:: iPhone 5: เผยแบตเตอรี่ iPhone 5 ใช้นานกว่าเดิมเพราะ CPU เปลี่ยนความเร็วได้! ::



iPhone 5 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite งานนี้ต้องปรบมือให้กับ Apple ไปเลยเต็มๆสำหรับ iPhone 5 ที่หลายท่านอาจจะรู้สึกได้ว่าอายุการใช้งานแบตเตอรี่ใน iPhone 5 มันดูยาวนานขึ้นกว่าเดิมพิกล ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นเพราะความเร็ว CPU clock speed ของ iPhone 5 นั้นสามารถปรับได้โดยอัตโมัติตามรูปแบบการใช้งานนั่นเอง...บร๊ะ!!!

ทั้งนี้แม้ว่า iPhone 5 จะมาพร้อมกับความเร็ว CPU ที่ 1GHz อันเป็นมาตรฐานทั่วไปของสมาร์ตโฟนในปัจจุบัน ทว่าจากการทดสอบของหลายๆเว็บไซต์ด้วยแอปฯ Geekbench ปรากฏว่าความเร็ว CPU ของ iPhone 5 กลับหลากหลายกันไปไม่ซ้ำกัน มีทั้งที่ความเร็วลดลงไปต่ำระดับ 550MHz หรือแม้กระทั่งความเร็วทะยานทะลุระดับ overclockไปที่ 1.1GHz หรือ 1.3GHz ก็มีให้เห็นมาแล้ว



ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์จากการที่ CPU ของ iPhone 5 สามารถคำนวณความเร็วและปรับตั้งค่าให้เหมาะสมได้ตามรูปแบบการใช้งานแบบนี้ก็จะส่งผลให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ iPhone 5 ยาวนานขึ้นกว่าเดิมนั่นเองครับ :)

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: tuaw



iPhone 5 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite เปรียบเทียบความเร็วของ iPhone 5 กับคู่แข่งอย่างSamsung Galaxy S III หรือ Nokia Lumia 920 กันมาก็หลายคลิปแล้ว วันนี้เราลองมาย้อนรำลึกถึงความทรงจำดีๆในยุคก่อนด้วยการเปรียบเทียบความเร็วของ iPhone 5 กับ iPhone รุ่นก่อนๆหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นiPhone 4S, iPhone 4, iPhone 3GS, iPhone 3G และ iPhone 2G กันดูบ้างดีกว่าว่า Apple มีพัฒนาการอะไรกันบ้างภายในเวลาเพียง 4-5 ปีเท่านั้น!



โดยในคลิปดังกล่าวทีมงาน EverythingApplePro ได้ทำการทดสอบความเร็วของทั้ง iPhone 5iPhone 4SiPhone 4iPhone 3GS, iPhone 3G และ iPhone 2G ไปพร้อมๆกันด้วยการเช็คเวลาปิดเครื่องและเปิดเครื่อง รวมไปจนถึงการเปิดหน้าเบราเซอร์ของ Google และเว็บไซต์หลักของ Apple ด้วยนั่นเอง ส่วนความแตกต่างกันจะมากน้อยขนาดไหนก็เชิญไปชมกันได้ในคลิปด้านบนเลยเจ้าค่ะ :)

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: youtube

 


iPhone 5 ซูเปอร์สมาร์ตโฟนความหวังใหม่จากค่าย Apple ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาและออกวางจำหน่าย iPhone 5 กันอย่างเป็นทางการไปแล้ว ซึ่งแม้ว่าในบ้านเราจะยังไม่มี iPhone 5เครื่องศูนย์ออกขายจริงแล้วก็ตาม ทว่าเหล่าสาวก Apple ระดับเดนตายทั้งหลายก็ยังอุตส่าห์เดินทางข้ามาน้ำข้ามทะเลไปหิ้วเครื่อง iPhone 5 เข้ามาจนได้จากในหลายประเทศ ซึ่งแน่นอนว่างานนี้ TechXcite เองก็ไม่พลาดที่จะไปสอยเครื่องหิ้ว iPhone 5 (ราคาแพงเวอร์) มาทำการ Review แบบ Hands-on สัมผัสแรก iPhone 5ให้แฟนๆของเราได้ชมกันก่อนใครเหมือนเช่นเคย...เรียกว่าทำออกมาเพื่อยั่วกิเลสสาวก Apple โดยแท้!

แต่ก่อนที่จะไปติดตามชม iPhone 5 Hands-on ของเรากันนั้น ป๋าเอก TechXcite ก็คงขอออกตัวก่อนเลยว่าคราวนี้เรามีโจทย์เวลาจำกัดเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น (เพราะทีมงานอื่นในบริษัทของเราต้องนำ iPhone 5 ไปทำอย่างอื่นกันต่อ...ความลับๆ) เลยอาจทำได้แค่ Preview แบบคร่าวๆแรกสัมผัส iPhone 5 ประมาณนั้น ส่วนiPhone 5 Review เต็มๆจัดหนักๆผมคงสามารถขึ้นให้ทุกท่านได้อ่านกันช่วงวันพฤหัสนี้ครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าแฟนๆ TechXcite ยังจำกันได้ว่าผมนั้นเคยบ่นเสียอกเสียใจตอน iPhone 5 เปิดตัวว่า Apple ทำได้แค่นี้เองเหรอ (จากใจสาวก Apple คนหนึ่ง) จนถึงขนาดเปลี่ยนใจไปสั่ง iPod Touch 5th Gen มาแทนกันแล้วด้วย!

อย่างไรก็ตามงานนี้ก็ต้องมาดูกันว่า 2 ชั่วโมงกับการขลุกอยู่กับ iPhone 5 แบบสองต่อสอง (ทำอะไรกัน?) ของผมนั้นจะทำให้อาการเปลี่ยนใจกลับคืนสู่อ้อมอก Tim Cook กลับคืนมาหรือไม่หนออออออ...


สำหรับ iPhone 5 เครื่องที่ป๋ามาลองจับกันในวันนี้เป็นรุ่นสีดำความจุ 16GB เรื่องราคาที่เราซื้อมาคงไม่บอกละกัน (เอาเป็นว่าโหดสัส!) แน่นอนครับว่าความแตกต่างที่เห็นไดชัดเจนในแวบแรกจากการมองด้วยสายตาก็คือ iPhone 5 ตัวเครื่องยาวขึ้นกว่าเดิมประมาณหนึ่งแถวไอคอน...ก็ไอ้ที่แรกกันว่า iPhone 5 แถวนั่นแหละ 555+ 

ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลมาจากการที่ตัวเครื่องขยายขนาดหน้าจอเป็น 4 นิ้วนั่นเอง โดยหน้าจอ iPhone 5 ก็ยังคงรัศมีความเป็น Retina Display จอเทพด้วยอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 1136*640 พิกเซล (326ppi เท่า iPhone 4S เหมือนเดิม) เรื่องความคมชัดเลยยังอาจไม่เห็นความแตกต่างจากเดิมซักเท่าไหร่



สิ่งที่พอจะบอกความแตกต่างของ iPhone 5 จาก iPhone 4S ได้หากวัดกันด้วยสายตาเพียงอย่างเดียวก็เห็นจะเป็นฝาหลังนี่แหละ ที่ในคราวนี้ Apple บอกลากระจกแบบ Gorill Glass อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้มาพักใหญ่ๆแล้วหันไปใช้วัสดุที่เป็นโลหะแบบ Anodized Aluminum สองสีซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับฝาเครื่อง MacBookนั่นแหละ ซึ่งจากที่ผมสัมผัสมาคิดว่ามันสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นรอยได้ง่ายอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆนะ งานนี้ไม่เหมาะกับคนที่อยากถือ iPhone 5 เพียวๆตัวเปล่าเล่าเปลือย (แต่ถ้าซื้อมาแล้วใส่เคสเลยคงไม่มีปัญหาหรอกครับ)



ด้านบน iPhone 5 เป็นปุ่ม Power/Lock-Unlock หน้าจอไม่มีอะไรพิเศษ



ส่วนด้านล่างนี่แหละที่มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นเยอะใน iPhone 5 ไม่ว่าจะเป็นตะแกรงลำโพงดีไซน์ใหม่, พอร์ตเชื่อมต่อขนาดเล็กลงแบบใหม่ที่มีชื่อว่า Lightning รวมไปจนถึงช่องหูฟังที่ในท้ายที่สุดก็ย้ายลงมาทางด้านล่างเสียที



ทางด้านขวานี่ชาวไทยอาจต้องสนใจกันเยอะหน่อยเพราะช่องใส่ซิมของ iPhone 5 หนนี้รองรับซิมการ์ดแบบใหม่ที่มีชื่อว่า Nano-SIM แล้วนะจ๊ะ ซึ่ง Nano-SIM ที่ว่ามีขนาดเล็กลงไปจาก Micro-SIM ของเดิมใน iPhone 4S เข้าไปอีก โดยในเวลานี้เท่าที่เราทราบข้อมูลมาทางฝั่ง AIS และ DTAC เริ่มให้บริการเปลี่ยนซิมการ์ดเป็นNano-SIM ได้ตามศูนย์ให้บริการทั่วไปแล้วนะครับ (ส่วน TrueMove H ยังเงียบอยู่เบย)



ในขณะที่ทางฝั่งซ้ายของตัวเครื่อง iPhone 5 ก็มีปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่ม Mute เหมือนเช่นเคย แต่อาจมีการปรับเลื่อนตำแหน่งเล็กน้อยไม่สลักสำคัญเท่าไหร่



อีที่สำคัญมันอยู่ตรงตอนที่ป๋าได้ลองหยิบจับ iPhone 5 ขึ้นมาใช้งานจริงๆนี่แหละ คือจะบอกทุกท่านว่านี่คือiPhone ที่มีน้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อ เบาจริงๆจนตกใจเลยว่านี่ถือเครื่อง Mock-up อยู่หรือเปล่า 555+ ส่วนหนึ่งที่ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาลงก็น่าจะเป็นเพราะการตัดกระจกด้านหลังออกไปนี่แหละ

นอกจากนี้ตัวเครื่อง iPhone 5 ยังมีขนาดความบางมากกว่า iPhone รุ่นก่อนๆหน้านี้อยู่เยอะทีเดียวเลยแหละ อันเป็นผลบุญมาจากเทคโนโลยี in-cell display ซึ่งผนวกรวมหน้าจอสัมผัสเข้ากับหน้าจอ LCD เป็นชิ้นเดียวบางๆไปเลย ไม่อยากจะคิดถึงตอน iPod Touch 5th Gen เลยว่าจะยิ่งเบาลงไปโคตรๆกว่านี้เลยมั้งเนี่ย!

และอีกหนึ่งข้อครหา (ผมเองก็เป็นตัวการผลักดันเลย 555+) ก็คือในเรื่องของไซส์หน้าจอที่ยาวขึ้นมาแบบผิดหูผิดตาจนเกิดเป็นภาพล้อเลียน iPhone 5 ฟุตลองออกมาตามสื่อต่างๆมากมาย อันนี้ผมก็ต้องบอกเลยว่า iPhone 5 ของจริงไม่ได้ยาวกว่าที่ทุกท่านคิดเลยครับ ยังเล็กกว่ามือถือของหลายๆเจ้าเอาเสียด้วยซ้ำ 

แต่ที่แอบอึ้งเกี่ยวกับ iPhone 5 ก็คือหน้าจอที่เห็นยาวๆอย่างนี้ได้รับการออกแบบมาโดย Apple ให้คุณสามารถใช้งานได้สะดวกสบายสุดๆด้วยการใช้มือเพียงข้างเดียว (ในขณะที่มือถือเจ้าอื่นยาวขึ้นในแนวกว้างซึ่งการใช้งานในบางอย่างก็อาจต้องใช้ทั้งสองมือเลย) นิ้วโป้งเดียวของขนาดมือมนุษย์ผู้ชายมาตรฐานอย่างผมสามารถกวาดใช้งานบนหน้าจอได้ตั้งแต่ด้านบนลงมาด้านล่างได้จนสุดจริงๆ จากที่ลองเล่นมา 2 ชั่วโมงบอกตามตรงผมโคตรโดนเลยกับการออกแบบในลักษณะนี้ของ iPhone 5...ข้าขอชาบูๆๆ



กำลังมองหา Samsung Galaxy S III อยู่เหรอ? (ประโยคนี้คุ้นๆนะ 555+) ว่าแล้วก็ต้องจับสองผู้ยิ่งใหญ่ในเวลานี้ทั้ง iPhone 5 และ Samsung Galaxy S III มาเปรียบเทียบไซส์กันหน่อย เมื่อ 4 นิ้วปะทะ 4.8 นิ้ว ผมไม่เล็กนะครับ :)



ด้านความบาง iPhone 5 เชือด Samsung Galaxy S III ไปแบบปลายจมูกด้วยขนาด 7.6 มม. vs. 8.6 มม.



หันไปชนคู่แข่งต่างค่ายแล้วก็ต้องมาเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมค่ายกันบ้างกับ iPhone 4 ของน้าป๋วย (พอดีหาiPhone 4S แถวนั้นไม่ได้พอดี) จะเห็นได้ว่าหน้าจอของ iPhone 5 มีสีสันที่สดใสจัดจ้านกว่าของ iPhone 4อยู่เยอะทีเดียวเพราะ Apple ไปอัพเกรดค่า saturation บนหน้าจอ Retina Display ให้เพิ่มขึ้นไปอีก 44% นั่นเอง ส่วนเรื่องบอดี้นั้น iPhone 5 ยาวกว่า iPhone 4 อยู่พอสมควรแต่มีดีตรงเชปบ๊ะเอวคอดได้ใจกว่ากันเยอะ :P



เรื่องความบางตัวเครื่อง iPhone 5 นอนมาอยู่แล้วค่ะ



เกือบลืมให้ดูกล่อง iPhone 5 คราวนี้ต้องบอกว่า Apple ผลิตบรรจุภัณฑ์ออกมาได้ใหญ่กว่าปกติจริงๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าน่าจะเป็นเพราะของแถมที่มาในกล่องนั่นแหละ (มีอะไรบ้างไปดูกันด้านล่างเบย)



สำหรับอุปกรณ์เสริมภายในกล่อง iPhone 5 นั้นจะประกอบด้วยตัวเครื่อง iPhone 5 (ก็แหงสิ!), หูฟัง in-ear ดีไซน์ใหม่ชื่อว่า Earpod, สายเคเบิล Lightning to USB Adapter, หัวปลั๊กไฟ Wall Charge และหนังสือคู่มือ iPhone 5 แผ่นกระจิ๋วหริว



ในส่วนของหูฟังดีไซน์ใหม่ Earpod ที่ Apple ออกมาโปรโมตเต็มที่ว่าพวกเขาได้นำไปทดสอบกับใบหูของคนทั่วไปมาแล้วหลายร้อบใบรับรองว่าฟังเพลงแล้วอินกันได้ทุกคนแถมยังมีดีไซน์โอเวอร์อลังการเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซ-ไฟนั้น ซึ่งจากที่ให้น้าป๋วยคนเล่นหูฟังของเราไปฟังมาคร่าวๆแล้วก็ต้องบอกว่า Earpod ดีกว่าหูฟังของApple ก่อนๆหน้านี้ทุกรุ่นแน่นอน โดยน้าแกบอกมาว่าหูฟัง Earpod นี้ เสียงกลางแหลมทำได้ดีเป็นพิเศษ ในขณะที่ sound stage เองก็กว้างขวางไม่เบา ติดอยู่นิดว่าเสียงเบสเก็บตัวช้าไปหน่อยแต่ก็เข้าขั้นใช้ได้เลยแหละ :P



เช่นเดียวกับพอร์ตใหม่ Lightning ของ iPhone 5 ก็มีข้อดีตรงที่มันมีขนาดเล็กลงจนทำให้ตัวเครื่องสามารถทำได้บางลงตามไปด้วย แถมที่ชอบมากๆเลยก็คือคุณสามารถเสียบสาย Lightning นี้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมามะงุมมะงาหราดูว่าด้านไหนด้านบนหรือล่างด้วย...อันนี้ถือว่าเจ๋งกว่า Micro USB ที่ใช้อยู่เลยแหละ



เอาละพูดถึงเรื่องดีไซน์ภายนอกกันไปก็เยอะแล้วมาว่ากันถึงความประทับใจแรกของผมกับ iPhone 5 ในเวลา 2 ชั่วโมงกันเลยดีกว่า จริงๆก็ไม่เคยนึกหรอกนะว่าตามสเปคบนหน้ากระดาษแล้ว iPhone 5 เพิ่มหน้าจอมาเป็น 4 นิ้วแล้วมันจะมีอะไรดีขึ้นมาจากเดิม แต่ปรากฏว่าพอมาใช้จริงดูเหมือนว่า iPhone 5 จะขยายโลกทัศน์ของผมขึ้นอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการท่องหน้าเว็บเบราเซอร์หรือเช็คอีเมล์ก็มีพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวางไม่แออัดเหมือนสมัย iPhone 4(iPhone 4S) แม้แต่น้อย



เช่นเดียวกับการชมภาพยนตร์หรือดู YouTube ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบเต็มๆที่ 16:9 ของ iPhone 5 ที่เหมาะแก่การดูหนังยิ่งนัก (อีตากังนัม สไตล์นี่ก็ด้วย 555+) อย่างไรก็ตามในส่วนของการใช้งานแอปฯหรือเกมส์บางอย่างนั้นก็ยังไม่รองรับหน้าจอ iPhone 5 ที่ยาวขึ้น ซึ่ง Apple ได้แก้ปัญหาด้วยการเพิ่มขอบสีดำออกมาทดแทนหน้าจอส่วนที่หายไปนั่นเอง ซึ่งถ้าเป็นรุ่นสีดำก็ถือได้ว่าแนบเนียนทีเดียว (แต่จะกลับไปดูเหมือน iPhone 4S อีกครั้ง 555+)



ที่ต้องบอกว่าเป็นไปตามคาดเห็นจะเป็นชิปเซ็ต A6 ใน iPhone 5 ที่เขาบอกว่ามันลื่นเร็วแรงและไวเวอร์เสียกว่าQuad Core CPU ของฝั่ง Android หลายๆเจ้าเสียอีก ซึ่งจากที่ผมเล่น iPhone 5 เปิดแอปฯต่างๆดูต้องบอกว่าตอบสนองได้ไวจริงดังคาด (แถมเปิดพร้อมๆกันหลายสิบแอปฯก็ยังไวอยู่เหมือนเดิม) 

การเล่นเกมส์เองก็มีกราฟฟิคลื่นไหลสุดๆจากที่ลองกด Asphalt 7 ไปประมาณสองสามด่าน เช่นเดียวกับตอนที่เปิดแผนที่ 3D Maps แบบนี้ก็ไม่ต้องใช้เวลาโหลดมากอย่างที่คิดจริง แผนที่สามมิติของเมืองที่รองรับนั้นสวยงามมากแต่ข้อมูลยังมีอาการป้ำๆเป๋อๆอยู่ประมาณหนึ่ง ส่วนประเทศไทยของเราเป็นแผนที่แบบไก่กาเลยไม่มีอะไรให้พูดถึงเท่าไหร่ 555+



แน่นอนว่าหากพูดถึงสเปคของ iPhone 5 ตามหน้ากระดาษแล้วก็คงไปสู้ฝั่ง Android ที่เขาตัวเลขเยอะกว่าคงจะไม่ไหว ทว่าสาเหตุสำคัญที่สาวกยังคงผูกพันอยู่กับอุปกรณ์ของ Apple ก็น่าจะเป็นเพราะระบบปฏิบัติการภายในเครื่องมากกว่า ซึ่งในคราวนี้ iPhone 5 มาพร้อมกับ iOS 6 เวอร์ชันใหม่ที่มีความสามารถใหม่มากมายไม่ว่าจะเป็นApple 3D Maps (อันนี้ยังไม่เวิร์คเท่าไหร่), ระบบ Passbook (อันนี้คนไทยคงยังได้ใช้น้อย), Facebook Integration (อันนี้ได้ใช้แน่ตามประสาลูกอีช่างแชร์), FaceTime ผ่าน 3G (อันนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง) รวมไปจนถึง Siri เวอร์ชันอัพเกรดที่สามารถถามคำถามหรือออกคำสั่งได้มากขึ้นกว่าเก่า (ถามผลบอลแมนยูชนะหงส์เมื่อคืนก็ยังได้...ฮี่ๆๆ)



อีกหนึ่งคุณสมบัติใน iOS 6 ที่ทุกคนอยากเห็นภาพกันเหลือเกินก็คือคีย์บอร์ดภาษาไทยแบบ 4 แถวที่สร้างความปวดหัวให้กับหลายๆคนอยู่ในเวลานี้นั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะ iPhone 5 หน้าจอมันมีพื้นที่มากกว่ามั้งเลยทำให้ขนาดปุ่มจะใหญ่กว่า iPhone 4S อยู่เล็กน้อย ช่วยให้กดพิมพ์กันง่ายขึ้น...มั้ง :P



ขณะที่ในฝั่งกล้องของ iPhone 5 ยังอาจไม่ได้เทสต์กันเต็มที่นะครับ แต่ที่ผมได้ลองเล่นมาก็ต้องบอกว่าคุณภาพการถ่ายรูปด้วยกล้อง iPhone 5 ยังคงความยอดเยี่ยมไว้ได้เหมือนตอน iPhone 4S นั่นแหละ แอปฯกล้องเองก็ดูเหมือนว่าเปิดใช้งานได้เร็วขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ซึ่งถ้าหากใช้กล้องหน้าจะเห็นได้ว่าภาพมันชัดขึ้นกว่าเดิมสมกับที่เป็นFaceTime HD จริงๆ ส่วนอีโหมด Panorama นั้นก็ถ่ายรูปพาโนราม่าได้ง่ายแต่ก็ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่นะเพราะiPhone 4S ก็ใช้ได้ (ถ้าอัพเป็น iOS 6)



เอาเป็นว่าขอสรุปส่วนตัวจากที่ได้ใช้งาน iPhone 5 แบบจำกัดเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ป๋าประทับใจ iPhone 5 กว่าที่คาดไว้ชนิดที่ออกอาการกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้ iPhone 5 เครื่องศูนย์โดยพลัน (แว่วๆว่าจะมากลางเดือนตุลาคมด้วย...เชดดด) หน้าจอยาวขึ้นแต่ไม่ใหญ่อย่างที่คิดพกพาสะดวกโคตรแถมใช้ง่ายด้วยมือเพียงข้างเดียว ประสิทธิภาพการทำงานในเครื่องหลายๆส่วนก็ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก

เพียงแต่ในคราวนี้ป๋าอาจไม่ได้ถึงกับต้องวิ่งไปหรอยเครื่องหิ้ว iPhone 5 ตามนิสัยแต่อย่างใดเพราะคราวนี้ iPhone 5 ไม่ได้มี wow factor เหมือนอย่างเมื่อครั้งที่ Steve Jobs พาตัว iPhone รุ่นแรกขึ้นมาเปิดตัวเมื่อ 4-5 ปีก่อนแต่อย่างใด ทว่าในคราวนี้คุณพี่ Tim Cook แกหากินง่ายด้วยการอัพเกรดสมาร์ตโฟนที่ดีอยู่แล้วให้กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดในตลาดเวลานี้เท่านั้นแหละ...ง่ายๆแบบนี้ก็สามารถขาย iPhone 5 ผมได้แล้วหวะคนนึง :)

อย่างไรก็ตาม Review iPhone 5 เวอร์ชันเต็มกำลังจะตามมาภายในสัปดาห์นี้นะครับทุกท่าน...สาวก Apple ชาว TechXcite ทั้งหลายอย่าลืมมารอติดตามกันด้วย อย่างน้อยๆก็เอาไว้อ่านฆ่าเวลารอ iPhone 5 เครื่องศูนย์แล้วกัน เชื่อผมเถอะฮะว่าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้จะเปลี่ยนชีวิตคุณอย่างแน่นอน!!!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ภาพโดย: น้าป๋วย TechXcite

:: iPhone 5: Unboxing iPhone 5 (แกะกล่องไอโฟน 5) 

ชมภาพงามๆได้ที่นี่! ::




iPhone 5 กับการแกะกล่อง Unboxing ไอโฟน 5 ของจริงในฐานะสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจาก Apple ที่ทุกท่านรอคอยกัน โดยในคราวนี้ป๋าได้รับเกียรติจากสมาชิกลับทีม TechXcite ท่านหนึ่งที่อุตส่าห์ดั้นด้นหาทางไปนำiPhone 5 ตัวจริงเสียงจริงมาให้พวกเราได้สัมผัสกันก่อนใครพร้อมทั้งเก็บภาพงามๆครบทุกรายละเอียดของไอโฟน 5 จัดมาให้เต็มๆ แล้วมีหรือที่งานนี้ป๋าเอกจะไม่นำมาฝากชาว TechXcite ให้ทุกท่านได้เข้าไปยลโฉมความอลังการงานสร้างของ iPhone 5 จาก Apple ตัวเป็นๆกันเลยดีกว่า :)

หน้าตาบรรจุภัณฑ์ของจริงของ iPhone 5 ครับดูจากภายนอกโดยรวมแล้วจะมีขนาดใหญ่ขึ้นจริงๆ (อย่างว่าแหละหน้าจอยาวกว่าเดิมไหนจะเครื่องเคราที่แถมมาในกล่องอีก)



ในกล่อง iPhone 5 ก็ยังคงความเรียบๆเก๋ๆของ Apple เอาไว้ได้ตามปกติ โดยอุปกรณ์เสริมภายในกล่อง (ไม่นับiPhone 5 นะ) ก็จะมีหูฟังแบบใหม่ Earpod, สายชาร์จหัวเล็กแบบใหม่ Lightning to USB Connector และคู่มือการใช้งานเล่มเล็กของ iPhone 5 มาให้ด้วย



ถ่ายรูปโชว์คู่กับหน้าเว็บ TechXcite ซะหน่อยว่า iPhone 5 ของเราไม่ใช่รูปเมืองนอกแน่นอน อิอิอิ

พลิกมาดูฝาหลัง iPhone 5 หนึ่งตลบ



ซูมให้ดูหูฟัง Earpod กับหัวชาร์จแบตเตอรี่ Wall Charge แบบใกล้เข้ามาอีกนิด



อุปกรณ์เสริมหลักๆของ iPhone 5 ทั้งสามอย่างที่คุณต้องใช้ชีวิตกับมันไปอีกยาวๆทั้งหูฟังโฉมใหม่ Earpod มาพร้อมกล่องเก็บหูฟังซะด้วย, สายชาร์จพอร์ตหัวเล็ก Lightning to USB Connector และหัวเสียบ Wall Charge สำหรับชาร์จไฟบ้านครับ



หน้าตาเต็มๆของพอร์ต Lightning หัวเล็กกระจิ๋วหริวตัวการสำคัญที่ทำให้ iPhone 5 มีขนาดบางลงได้กว่าเดิม ข้อดีของมันคือสามารถเสียบใช้งานได้เลยโดยที่ทุกท่านไม่ต้องมาพะวงว่าอันไหนด้านบนหรือด้านล่างครับ







ว่าแล้วก็มาดู iPhone 5 ของจริงกันเลยดีกว่า!!!



ด้านซ้ายตัวเครื่อง iPhone 5 มีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและสวิทช์เปิด-ปิดเสียงเหมือนเดิม เช่นเดียวกับด้านบนiPhone 5 ก็เป็นปุ่ม Power/Lock-Unlock หน้าจอไม่ได้มีอะไรพิเศษ



ที่น่าสนใจก็คืออีด้านขวา iPhone 5 นี่แหละซึ่งก็เป็นสล็ตอใส่ซิมเหมือนรุ่นที่ผ่านๆมา เพียงแต่ว่าคราวนี้ Appleหันไปใช้ Nano-SIM มาตรฐานใหม่ที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมหลายโข ซึ่งของบ้านเราเท่าที่ทราบตอนนี้ AIS กับ DTAC เปิดตัวไปแล้วเหลือแต่ทาง TrueMove H นี่แหละเมื่อไหร่จะมาน้อ :P



เปรียบเทียบถาดใส่ Micro-SIM แบบเก่ากับ Nano-SIM แบบใหม่ใน iPhone 5 จ้า



ลงมามองด้านล่าง iPhone 5 กันบ้างก็อย่างที่ทุกท่านพอทราบกันครับว่าตอนนี้ช่องหูฟังย้ายลงมาอยู่ทางด้านล่างแล้ว เช่นเดียวกับการหันไปเลือกใช้งานพอร์ต Lightning หัวเล็กแบบใหม่ และช่องลำโพงที่มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ไปจาก iPhone 4S อยู่พอสมควรด้วย



พลิกมาดูฝาหลัง iPhone 5 เป็นโลหะทูโทนสองสีโดยจะมีแค่ด้านบนกับด้านล่างเท่านั้นที่เป็นวัสดุแบบเงาๆพอสะท้อนแสงได้ ในขณะที่บอดี้โลหะตรงกลางนั้นให้อารมณ์คล้ายๆฝาหลัง New iPad เลยละครับ



มาดูความบางของ iPhone 5 กันแบบเต็มๆเลย (มีวัดไม้บรรทัดให้ดูด้วยนะ) ที่แน่นอนก็คือบางกว่า iPhone 4S ชัดเจนครับ







ลองเปรียบเทียบขนาด iPhone 5 กับ iPhone 4S ดูจะเห็นว่าอย่างแรกยาวขึ้นมาจากเดิมพอสมควรประมาณหนึ่งขอบโลหะด้านบนเลยทีเดียว 



มาดูด้านขวางของ iPhone 5 เทียบกับ iPhone 4S กันบ้าง






ก็จบลงไปแล้วครับกับการ Preview Hands-on แกะกล่อง iPhone 5 Unboxing ตามประสาชาวTechXcite แน่นอนว่ามันยังเป็นแค่ออร์เดิร์ฟเท่านั้นครับเพราะยังมีการ Review ด้านการใช้งาน iPhone 5 โดยป๋าเอก TechXcite มาฝากทุกท่านกันเหมือนเช่นเคย (ขอเวลาไปใช้ดูก่อนนะจ๊ะ) 

ยังไงก็อย่าลืมมาติดตามกันอีกในตอนต่อไปนะครับสาวก Apple ทั้งหลาย...บอกได้คำเดียวว่าถ้าคุณรอ iPhone 5 อยู่ก็ห้ามพลาดเด็ดขาด!!!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
เครดิตภาพ: สมาชิกลับ TechXcite ทีมงาน BMW Society




ติดตามข่าว Apple iPhone 5 ที่น่าสนใจกับ เฮียณัฐ TechXcite หลายท่านคงได้เห็นรายงานที่บอกว่า ฝาหลัง iPhone 5 สีดำเป็นรอยง่ายกันไปแล้ว คราวนี้ของมาชม "Drop Test" หรือ "ทดสอบการตกกระแทกแรก" ของ iPhone 5 กันดีกว่าครับ โดยคลิปนี้เป็นความร่วมมือของทาง 9to5Mac และ iFixYouri เพื่อทดสอบความทนทานของ iPhone 5 ด้วยการตกกระแทกพื้นให้ดูกันจะๆ ในระดับความสูงใกล้เคียงกับการใช้งานจริงที่สุด รวมถึงการขูดหน้าจอกันแบบสดๆ อีกด้วย ว่าแล้วพวกเราขาซาดิสต์ก็ไปชมกันเลยครับ รับรองว่ามาทุกมุมแน่นอน



นอกจากนี้ยังมี Drop Test อื่นๆ ที่รวมไปถึงการทดสอบ iPhone 5 กับ Samsung Galaxy S III ให้ชมด้วย ติดตามได้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ รับรองว่าขาซาดิสก์ต้องชอบแน่นอน แต่รู้สึกว่า iPhone 5 จะแข็งแรงกว่าiPhone 4S อยู่นะครับ 









by เฮียณัฐ TechXcite
source: 9to5mac, bgr, androidauthority




หลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone 5 สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจาก Apple ไปเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ในที่สุดก็ได้เวลาแล้วที่ Apple จะอนุญาตให้สื่อดังในหลายประเทศทั่วโลกตีพิมพ์บทความ Review iPhone 5 อย่างเป็นทางการกันได้แล้วหลังจากที่พวกเขาเหล่านี้ได้รับ iPhone 5 กันไปก่อนใครเพื่อน 

วันนี้ป๋าเลยอยากพาชาว TechXcite ทุกท่านไปติดตามทรรศนะจากมืออาชีพในวงการนี้ของฝรั่งมังค่ากันว่าเขาคิดเห็นกับ iPhone 5 กันอย่างไรบ้างหนอ...เผื่อจะเป็นตัวช่วยตัดสินใจสำหรับคนที่กำลังเล็งๆจะซื้อ iPhone 5เครื่องใหม่ (ไม่ว่าจะเป็น iPhone 5 เครื่องหิ้วหรือ iPhone 5 เครื่องศูนย์ก็ตามที) กันอยู่ในเวลานี้ไม่มากก็น้อยครับ :)

CNET Review - iPhone 5

- เรื่องหน้าจอยาวขึ้นนี่ทุกคนคงจะเห็นกันชัดเจนอยู่แล้วแต่ทีเด็ดก็คือมันเป็น Retina Display เหมือนเดิมนี่ละ ยังไงเสียถ้าคุณได้จับ iPhone 5 แล้วรับรองว่าไม่อยากกลับไปใช้รุ่นก่อนแน่นอน
- 4G LTE ใน iPhone 5 ที่เราเทสต์มาวิ่งได้ประมาณ 10-20 Mbps ซึ่งถือได้ว่าเร็วกว่าความเร็ว WiFi ที่บ้านอีกนะ
- ที่ Apple บอกว่าถ่ายภาพได้ในระหว่างกำลังอัดวิดีโอนั้นมันไม่ได้ใช้กล้อง 8 ล้านพิกเซลนะครับ แต่เหมือนกับการแคปฯหน้าจอมาด้วยอัตราส่วนที่แตกต่างกันมากกว่า ดังนั้นเรื่องคุณภาพอาจจะไม่ดีเท่าตอนใช้กล้อง iPhone 5 ถ่ายภาพนิ่งจริงๆนะฮะ
- คนที่เราโทรไปหาด้วยบอกว่าเสียงพูดผ่านไมโครโฟนของ iPhone 5 นั้นชัดเจนกว่า iPhone 4S อย่างเห็นได้ชัด
- iPhone 5 สามารถใช้งานได้แบบเกือบครบวันต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง โดยเราใช้ iPhone 5 ตั้งแต่ถอดปลั๊กตอน 8 แปดโมงเช้าไปกับการโทรศัพท์, ต่อเน็ต, ดูวิดีโอ, ดาวน์โหลดนู่นี่นี่นั่น, เล่นเกมส์, FaceTime ผ่าน WiFi และ 4G รวมถึงปล่อย 4G ฮอตสปอตให้กับ MacBook Air ของเราด้วยนะนั่น

The Loop Review - iPhone 5

- ถ้ามีคนมาบอกผมว่าคุณจะมองเห็นอีเมล์ได้เพิ่มมาอีกแถวหรือดูหน้าเว็บเพจแล้วมันกว้างขึ้น ผมว่ามันก็ไม่เห็นมันจะสลักสำคัญตรงไหน แต่ทันทีที่ผมได้สัมผัสกับ iPhone 5 บอกได้คำเดียวว่าคุณจะรู้ว่ามันทำอะไรได้มากกว่านั้นอีกเยอะครับ

The New York Times Review - iPhone 5

iPhone 5 มีมาให้เลือกถึงสองสีคือสีขาวและสีดำซึ่งสวยงามทั้งคู่นั่นแหละ แต่เราว่า iPhone 5 สีดำนี่งามหยดย้อยเลยแหละด้วยตัวเครื่องสีดำสลับเทาเข้ม, บอดี้กึ่งโลหะกึ่งกระจกเงาวับจับตาจนชวนให้นึกว่าเป็นเหมือนลูกระเบิดน้อยๆเลยละ!
- กล้องหลังคุณภาพเยี่ยมที่สุดเท่าที่เราเคยจับมือถือมาทดสอบกัน เรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อยด้วย iPhone 5บอกตามตรงว่ากินขาดระดับเดียวกับ iPhone 4S นั่นละ
- น่าเสียดายอยู่นิดตรง Dock Connector ที่ Apple ตัดสินใจเปลี่ยนขนาดจนไม่รู้ว่าเหล่าสาวกหน้าเก่าจะเกิดอาการงอนจนอาจกระทบยอดขาย iPhone 5 หรือเปล่าก็ไม่รู้แฮะ

Engadget Review - iPhone 5

- ด้วยน้ำหนักเพียง 112 กรัมหรือก็คือเบากว่า iPhone 4S ถึง 20% ถ้าดูแค่ตัวเลขแค่นี้คงไม่ได้รู้สึกอะไรกันขึ้นมา แต่เชื่อผมเถอะว่าทุกคนที่พูดถึง iPhone 5 นั้นจะไม่ได้นึกถึงหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นหรือความบางของมันหรอก แต่พวกเขาจะปิ๊งกับน้ำหนักเบาหวิวของ iPhone 5 เป็นอย่างแรกแน่นอนถ้าได้มีโอกาสสัมผัสกับ iPhone 5 ของจริงในมือครับ
- พอร์ตและสายเคเบิล Lightning แบบใหม่นี่มันเสียบเชื่อมต่อเข้าหากันได้ง่ายมาก แถมสามารถเสียบใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องดูว่าอันไหนด้านบนด้านล่างอีกด้วย
- ปัญหาใหญ่คือความเร็วของ Lightning พอร์ตแบบใหม่ใน iPhone 5 ที่มันพัฒนามาจาก USB 2.0 นี่แหละ เลยไม่ได้เร็วไปกว่าสายเคเบิลทั่วไปเลยแม้แต่น้อย
- ความเร็วในการถ่ายรูปของ iPhone 5 นี่มันไวกว่าเดิมจริงๆวุ้ย
- จากที่ผมไปทดสอบแบตเตอรี่มาด้วยการเล่นวิดีโอวนไปวนมาพร้อมทั้งเปิด 4G LTE และ WiFi ไว้ทั้งหมด (แถมเชื่อมต่อกับ Social Network ทุกอย่างด้วยนะ) ปรากฏว่า iPhone 5 สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องน่าประทับใจถึงราว 11 ชั่วโมง 15 นาทีเลยทีเดียว
- โดยทั่วไปแล้ว iOS 6 ก็ถือได้ว่าเป็นการปรับปรุงหน้าตาการใช้งานนู่นนิดนี่หน่อยจาก iOS 5 ให้เสถียรและสวยงามขึ้นกว่าเดิม iCloud เองก็ทำงานได้รัดกุมยิ่งขึ้น Safari ก็ดีขึ้นกว่าเดิม เช่นเดียวกับประสบการณ์การใช้งานที่ไหลลื่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่บอกไว้ก่อนนะครับว่านี่มันไม่ใช่ก้าวกระโดดสุดอลังการแต่อย่างใด

Wall Street Journal Review - iPhone 5

- เราพบว่าหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นของ iPhone 5 นั้นมันจับกระชับมือใช้งานได้สะดวกกว่ามือถือคู่แข่งที่มีหน้าจอใหญ่ๆเหมือนกันเสียอีกและบอกตามตรงว่าเราก็ชอบมันแฮะ เอาเป็นว่า Apple พยายามหาทางให้มือถือตัวเองสามารถใช้งานได้ด้วยมือเดียวจริงๆและก็สามารถทำได้จริงซะด้วย
- แบตเตอรี่ใน iPhone 5 มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 9-12 ชั่วโมงต่อวันแบบเฉลี่ยการใช้งานหลายๆอย่าง อย่างน้อยๆก็ใช้งานกันได้วันต่อวันแบบไม่ต้องลนลานรีบหาที่ชาร์จก็แล้วกัน
- เรื่องที่เราไม่ปลื้มเลยจริงๆนะก็คือโปรแกรมแผนที่ตัวใหม่ที่ Apple ถอด Google Maps ของเดิมออกไปแล้วใช้ของตัวเองนี่ละ

T3 Review - iPhone 5

- อย่าเข้าใจผมผิดนะเว้ย เพราะแม้ว่าเราจะมั่นใจว่า iPhone 5 จะถูกใจคนเป็นล้านแน่ๆกับดีไซน์ที่บางและเบากว่าเดิมที่คงได้ใจสาวก Apple กันไปเยอะ แต่ส่วนตัวผมยังชอบสัมผัสหนักแน่นแข็งแรงแบบใน iPhone 4S มากกว่าแฮะ
- ก็ในเมื่อ iPhone 4S มันก็อัพเกรดเป็น iOS 6 ได้เหมือนกันแถมยังทำได้เกือบจะทุกอย่างแบบใน iPhone 5เช่นเดียวกับมือถือฝั่ง Android หลายๆรุ่นที่ก็สามารถทำได้แบบเดียวกับ iPhone 5 แต่ราคาถูกกว่ากันเยอะ ผมละก็มั่นใจเลยว่าถ้าเป็นคนที่รอบคอบเรื่องเงินละก็อาจไม่ได้ทุ่มสตุ้งสตางค์ให้กับ iPhone 5 กันทั้งหมด 100% แน่ๆ คือ iPhone 5 มันก็เป็นมือถือที่เยี่ยมมากๆเหมือนเดิมอะนะ แต่คงไม่เยี่ยมที่สุดแบบสมัยก่อนแล้วละ

Pocket Lint Review - iPhone 5

- เครื่อง iPhone 5 สีดำที่เราได้มาเทสต์นั้นดูเหมือนว่าจะมีปัญหาเล็กน้อยตรงที่ฝาหลังมันแอบเปื่อยจนเห็นโลหะตรงขอบแพลมออกมาจากผิวสีดำของตัวเครื่องซะงั้น ก็ได้แต่หวังว่ามันจะเป็นความผิดพลาดในการผลิตแค่ไม่กี่ตัวอะนะ

TechCrunch Review - iPhone 5 

- ข้อดีของหน้าจอ 4 นิ้วที่เพิ่มเข้ามาใน iPhone 5 ก็คือแอปฯต่างๆยังอาศัยประโยชน์จากหน้าจอขนาดใหญ่นี้ได้เหมือนเดิม ยกตัวอย่างเช่นถ้ามีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาใน Push Notifications ด้านบนหน้าจอ ตัวโปรแกรมก็จะถูกเลื่อนลงมาด้านล่างนิดหน่อยแต่ก็ยังคงไซส์ 3.5 นิ้วในการใช้งานไว้เหมือนเดิมจนคุณแทบไม่รู้สึกนั่นเอง

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: macrumors




iPhone 5 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite ใครที่อดใจรอ iPhone 5 เครื่องศูนย์ไทยไม่ไหวและพร้อมจะจัด iPhone 5 เครื่องหิ้วได้ทุกเวลา วันนี้ป๋าเอกมีราคา iPhone 5 เครื่องหิ้วในไทยมาฝากกันครับ :)

ทั้งนี้แม้ว่า iPhone 5 เครื่องหิ้วนั้นจะยังไม่เข้ามาวางจำหน่ายในเมืองไทยก็ตาม ทว่าหลายๆร้านในห้างมาบุญครองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า iPhone 5 เครื่องหิ้วจะมีของเข้ามาวางจำหน่ายในร้านของพวกเขาภายในวันที่ 23-24 กันยายน 2555 นี้แทบจะทุกร้าน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็น iPhone 5 เครื่องหิ้วมาจากประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์เป็นหลัก โดยราคา iPhone 5 เครื่องหิ้วจากที่ป๋าไปลองสืบเสาะหาข้อมูลจากเว็บบอร์ดทั่วไปในบ้านเราได้รายละเอียดมาประมาณนี้ครับ

ราคา iPhone 5 (ไอโฟน 5) เครื่องหิ้วจากมาบุญครอง (MBK)

iPhone 5 16 GB สีดำ/ขาว ราคา 36,500 บาท
iPhone 5 32 GB สีดำ/ขาว ราคา 39,500 บาท
iPhone 5 64 GB สีดำ/ขาว ราคา 43,500 บาท

ราคา iPhone 5 (ไอโฟน 5) เครื่องหิ้วจากเว็บซื้อขายต่างๆ

iPhone 5 16 GB สีดำ/ขาว ราคา 30,000 บาท
iPhone 5 32 GB สีดำ/ขาว ราคา 35,000 บาท
iPhone 5 64 GB สีดำ/ขาว ราคา 39,000 บาท

เอาเป็นว่าใครใคร่ซื้อ iPhone 5 งานนี้ก็ตามสบาย มีเงินพร้อมก็จัดไปเถอะครับถ้ามันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน...เชื่อป๋า!!!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: getapple




iPhone 5 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite เปิดตัวกันไปอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ iPhone 5สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจาก Apple เมื่อคืนที่ผ่านมา ทว่ากระแสตอบรับอาจจะไม่ได้เป็นไปในทางบวกเท่าไหร่เพราะดูเหมือนว่า iPhone 5 จะได้รับการอัพเกรดคุณสมบัติใหม่ๆจาก iPhone 4S เพียงอย่างละนิดอย่างละหน่อยเท่านั้น จนเล่นเอาสาวก Apple หลายคนผิดหวังไปตามๆกัน (แต่ก็ยังซื้ออยู่ดี 555+)

สเปคและรายละเอียดของ iPhone 5 




- หน้าจอ Retina Display ขนาด 4 นิ้ว 326 ppi ความละเอียดหน้าจอ 1136*640 พิกเซล อัตราส่วน 16:9
- ตัวเครื่องกว้างเท่าเดิมแต่ยาวขึ้น
A6 CPU แรงกว่า A5 CPU ใน iPhone 4S ถึง 2 เท่า
- Dock Connector แบบใหม่ 8-pin ที่ใช้ชื่อว่า Lightning เล็กกว่าของเดิม 80%
- มี Adapter สำหรับ Lightning แยกขายเผื่อเอาไปใช้กับอุปกรณ์เสริมขนาดหัวเดิม
- รองรับเครือข่าย 4G LTE, HSPA+, DC-HSDPA และ 802.11 a/b/g/n Wifi
- แบตเตอรี่อายุการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม สนทนาผ่านระบบ 3G/4G ต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง
- กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซลเวอร์ชั่นอัพเกรดมาพร้อมฟิลเตอร์ Hybird IR, เลนส์ 5 ชั้น และ f/2.4 aperture
- ถ่ายรูป Panorama ได้พร้อมผลงานความละเอียดสูงสุด 28 ล้านพิกเซล
- ระบบปฏิบัติการในเครื่องเป็น iOS 6 พร้อมความสามารถเหมือนที่เคยประกาศมาแล้วใน WWDC 2012
- หน้าจอให้สีสันมากกว่าเดิม 44% และมีระบบสัมผัสที่ดีขึ้น
- มีไมโครโฟนในตัวถึงสามช่องและระบบ Enhanced Audio
- ตัวเครื่องบางเพียง 7.6 มม. น้ำหนัก 112 กรัม
- แถมหูฟังแบบใหม่ Earpod ให้ในแพ็คเกจ
- มีให้เลือกทั้งสีดำและสีขาวด้วยรุ่นความจุ 16GB, 32GB และ 64GB
- ราคาแบบบวกสัญญาสองปีอยู่ที่ $199, $299 และ $399 ตามลำดับ
- เริ่มสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน ก่อนส่งสินค้าต่อไปวันที่ 21 กันยายนนี้

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: cultofmac




หลังจากที่มีการประกาศเปิดตัว iPhone5 แล้ว หลายคนที่ชอบถ่ายรูปคงอยากรู้ว่าประสิทธิภาพกล้อง iPhone5ที่โม้ว่าดีขึ้น (แต่ดันทำเซ็นเซอร์เล็กลง) จะถ่ายรูปได้เจ๋งขึ้นหรือเปล่า วันนี้มีภาพเปรียบเทียบให้ดูกันเล่นๆว่าภาพจากกล้อง iPhone4s กับ iPhone5 แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน เชิญรับชมได้เลยครับ





คลิกที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่ 100% ได้เลยครับ แล้วก็ถามต่อเลยว่า ภาพบนกับภาพล่างอันไหนถ่ายด้วย iPhone5อันไหนใช้ iPhone4s ถ้าไม่รู้ลองไปดูภาพครอป 100% เปรียบเทียบกันอีกทีพร้อมดูเฉลยเลยครับ





เฉลยคือ ภาพบนเป็นภาพจากกล้อง iPhone4s ส่วนภาพล่างมาจาก iPhone5 ครับ โดยภาพของ iPhone5หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าแนวโขดหินมีความคมชัดมากกว่า และสีของน้ำทะเลจะสดกว่า iPhone4s ส่วนท่านผู้ชมมีความเห็นกันว่าอย่างไรก็ลองพิจารณากันครับ

บทความโดย : น้าป๋วย TechXcite
ที่มา : Dpreview , Petapixel




ติดตามข่าว iPhone 5 ล่าสุดกับ เฮียณัฐ TechXcite หลังจากชมบทความเปรียบเทียบข้อแตกต่างของiPhone 5 กับ iPhone 4S รุ่นก่อนไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงได้คำตอบกันไปแล้วนะครับว่า iPhone 5 จะคุ้มค่า น่าซื้อหรือเปล่า คราวนี้เราลงมาเทียบสเปค ฟีเจอร์ของมือถือตัวท็อปของค่ายอื่นบ้าง ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญเลยทีเดียว นั่นก็คือ Samsung Galaxy S III นั่นเอง ซึ่งทำยอดขายที่เรียกได้ว่า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว ที่มาพร้อมกับความสามารถที่โดดเด่นตามสไตล์ของ Android และยังมีฟีเจอร์ และลูกเล่นใหม่ๆ ให้เล่น แต่ทาง Apple iPhone 5 ก็มาพร้อมกับ iOS 6 ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้เล่นเช่นกัน รวมถึงรูปร่างดีไซน์ที่เปลี่ยนไปด้วย ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก เราลองมาเปรียบเทียบฟีเจอร์ และสเปคเบื้องต้นของมือถือ เครื่องนี้กันดูครับว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง





Design and Build Quality - ดีไซน์ และงานประกอบ

iPhone 5

iPhone 5 มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียกได้ว่า All-New Design เลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะมีกลิ่นอายของ iPhone Gen ก่อนๆ มาบ้าง แต่พอดูแล้วก็น่าจะแยกออกว่ารุ่นนี้แหละ เป็นรุ่นล่าสุด (ไม่เหมือนตอนที่เปิดตัว iPhone 4S ที่คล้าย iPhone 4 อย่างมาก) โดย iPhone 5 จะมีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ ขาวกับดำ ฝาหลังมีสีสันแบบทุโทน ตัวเครื่องบาง 7.6 มม. หนัก 112 กรัม มีหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 4 นิ้ว ตัวเครื่องที่ยาวขึ้น จับถนัดขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเก่า วัสดุเป็นอลูมิเนียมผสมกระจก ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม หรูหรามีระดับ

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับความบาง 8.6 มม. หนัก 133 กรัม มีสีมาตรฐาน 2 สีคือ Pebble Blue และ Marble White (มีสีพิเศษมากมาย) ตัวเครื่องเน้นความโค้งมนซึ่งทาง Samsung บอกว่า เป็นการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ตัวเครื่องเป็นพลาสติกมันเงา 

Screen - หน้าจอ การแสดงผล

iPhone 5

iPhone 5 พกพาหน้าจอแบบ Retina Display ขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 1136x640 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซลที่ 326 ppi ที่ถูกพัฒนาด้านการแสดงสีสันให้ดีขึ้น 44% จากรุ่นก่อน และยังเป็นหน้าจอลดแสงสะท้อนได้ดีขึ้น แม้จะใช้กลางแดดก็ตาม

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.8 นิ้ว แบบ Super AMOLED HD 1280x720พิกเซล (309ppi) เรื่องการแสดงผล หน้าจอ AMOLED สามารถแสดงสีสันได้สดกว่า แต่ก็มีความหนาแน่นของพิกเซลที่น้อยกว่า iPhone 5 (ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ามองด้วยตาเปล่า ก็มองไม่ออก)



Processor - การประมวลผล

iPhone 5

iPhone 5 มาพร้อมกับ CPU ตัวใหม่ล่าสุดจาก Apple คือ A6 processor ซึ่งทาง Apple บอกว่าเร็วกว่าตัวเดิมที่ใช้อยู่บน iPhone 4S ถึง 2 เท่า แต่ก็ไม่ได้บอกจำนวน Core ที่ใช้อยู่ภายในไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะประมวลผลได้เร็วขึ้น แต่ก็กินไฟน้อยลง

Samsung Galaxy S III

ด้านการประมวลผล Samsung Galaxy S III จัดเต็มด้วย CPU Quad-Core 1.4GHz Exynos ซึ่งทำให้การทำงานมีความลื่นไหล ไม่สะดุด (หรือมีก็น้อยลงกว่ารุ่นก่อนๆ มาก) และด้วยชิปประมวลผลที่ทรงพลัง ทำให้ S III มีฟีเจอร์พิเศษที่เรียกว่า Pop-up Play หรือเปิดดูภาพยนตร์หน้าจอขนาดเล็ก พร้อมกับใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ไปได้พร้อมๆ กัน รวมถึงสามารถเล่นไฟล์หนังแบบความละเอียดสูงได้เต็มตา เต็มจอไม่มีกระตุก

Storage - หน่วยความจำ

iPhone 5

iPhone 5 มีหน่วยความจำให้เลือก 3 รุ่น คือ 16GB, 32GB, และ 64GB ไม่สามารถเพิมหน่วยความจำนอกได้ แต่ก็มี iCloud ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลบน cloud storage ได้

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มีหน่วยความจำให้เลือกเหมือนกับ iPhone 5 แต่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ด้วย microSD Card ได้สูงสุดถึง 64GB แถมยังมีพื้นที่ Dropbox แถมให้อีก 50GB


Battery - แบตเตอรี่

iPhone 5

iPhone 5 สามารถสแตนด์บายต่อเนื่องได้นาน 225 ชั่วโมง, สนทนาต่อเนื่องผ่าน 3G หรือ LTE ได้ 8 ชม., เล่น Wi-Fi ต่อเนื่องได้ 10 ชม. แต่ไม่มีรายงานเรื่องความจุแบตของ iPhone 5 ออกมา ซึ่งเชื่อว่าแบตเตอรี่ถ้าใช้งานจริงๆ ก็จะเป็นแบบวันต่อวัน คล้ายกับ iPhone 4S ที่มีเวลาสแตนด์บายใกล้เคียงกัน

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับแบต 2100mAh ซึ่งฟังดูแล้วอาจจะดูเยอะ แต่การที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่กว่า และใช้ CPU Quad-Core ทำให้ Galaxy S III เป็นมือถือที่ต้องชาร์จวันต่อวันเช่นกัน

Software and Apps - ซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่น

iPhone 5 

แอพพลิเคชั่นของ iOS ใน App Store นั้นรู้ๆ กันดีอยู่แล้วครับว่า มีแอพดีมากกว่าแอพไม่ดี เพราะว่า iOS มีใช้กับอุปกรณ์ของ Apple เท่านั้น ไม่เหมือนกับทาง Android ที่มีมือถือหลากหลายรุ่น ทำให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นพัฒนาได้ลำบากกว่า ส่วนฟีเจอร์พิเศษของ iPhone 5 (iOS 6) นั้นมาพร้อมกับ Siri คือแอพเลขาสุดฉลาด (แต่เธอยังไม่เก่งภาษาไทย), ตัด Google Maps ออกไป และใช้แผนที่ของตัวเอง  แต่ยังมีการจัดเรียงแอพแบบโบราณอยู่ คือ เรียงเป็นแถวๆ เหมือนเดิม ไม่สามารถจัดได้เองเหมือน Android

Samsung Galaxy S III 

Galaxy S III ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice-Cream Sandwich แต่จะอัพเป็น Android 4.1 Jelly Bean ได้เดือนหน้า แต่อย่างไรก็ตาม แอพ Android นั้นดูเหมือนจะด้อยกว่า iOS อยู่พอสมควรตามเหตุผลที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ แต่ข้อดีของ Android OS ก็คือ คุณสามารถปรับแต่งหน้าจอ หรือตัวเครื่องได้อย่างที่ใจคุณต้องการ สามารถโหลด Widgets สวยๆ มาแต่งตัวเครื่องของคุณได้  นอกจากนี้ S III ยังมีฟีเจอร์พิเศษพกติดตัวมาด้วย นั่นก็คือ Pop-up Play, S Bean หรือการส่งข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในเวลาอันสั้นผ่าน NFC ที่ iPhone 5 ไม่มี, Smart Stay ระบบตรวจจำดวงตาผู้ใช้ หน้าจอจะไม่ดับถ้าหากว่าเรามองหน้าจออยู่, และ S Voice ระบบตอบคำถาม และเลขาส่วนตัว เหมือนกับ Siri



Camera and Video Recording - การถ่ายภาพ และบันทึกวีดีโอ

iPhone 5 

Apple ได้เพิ่มความสามารถด้านการถ่ายภาพบน iPhone 5 แต่ก็ถือว่าไม่มากขึ้นจากเดิมเท่าไหร่นัก โดยมีโหมด dynamic low-light mode ที่สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีขึ้น มี 5-element lens และ f/2.4 aperture และเพิ่มโหมด Panorama หรือโหมดถ่ายภาพมุมกว้างเป็นครั้งแรกสำหรับมือถือ iPhone โดยสามารถถ่ายภาพได้ถึง 360 องศาด้วยความละเอียดภาพ 28 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ CPU A6 ยังช่วยในการโฟกัสภาพ และจับภาพให้เร็วขึ้น รวมถึง smart filter ที่ช่วยให้สีสันของภาพสมจริง และลด noise ได้ดียิ่งขึ้น และยังมี Shared Photo Streams ที่ให้คุณแชร์ภาพที่คุณถ่ายให้เพื่อนได้ทันทีผ่านทาง iCloud
กล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล บันทึกภาพระดับ HD 720p

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับระบบกล้องถ่ายภาพความละเอียด ล้านพิกเซลที่น่าประทับใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเริ่มต้นถ่ายภาพด้วยความเร็ว 990ms และสามารถถ่ายได้ที่ความเร็ว 3.3 ภาพต่อวินาที ถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 20 ภาพต่อครั้ง, Best Shot หรือโหมดเลือกภาพที่ดีที่สุด พร้อม Zero Shutter Lag หรือการถ่ายภาพแบบไร้ซึ่งการหน่วงเวลา, ระบบจดจำใบหน้าเพื่อนเวลาถ่ายภาพ ซึ่งสามารถแชร์ภาพให้เพื่อนได้ทันที, มีฟีเจอร์ HDR, Panorama, Smile Shot, Beauty Mode มาเต็มบนเครื่อง, กล้องหน้าความละเอียด1.9 ล้านพิกเซล 

ด้านการบันทึกวีดีโอ สามารถบันทึกที่ระดับ Full HD 1080p พร้อมระบบกันสั่น กล้องหน้าบันทึกภาพระดับ HD 720p

Price - ราคา

iPhone 5 

iPhone 5 เปิดราคา รุ่น 16GB มาเท่ากับราคาเดิมตอนเปิดตัวของ iPhone 4S คือประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท (อ้างอิงจากราคาในประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง)

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III รุ่น 16GB ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 21,900 บาท ซึ่งก็ถือว่าสูสีกันกับ iPhone 5



สรุป

สำหรับคนที่ชื่นชอบ Apple หรือเป็นสาวก iDevice อยู่แล้ว ถึงแม้ว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 5 มาแบบไม่ฮือฮาเท่าไรนัก แต่ก็เชื่อว่าสาวกกลุ่มนี้ (บางคน) จะยังคงเชื่อมั่นใน Apple ต่อไป และจะเลือก iPhone 5เป็นสมาร์ทโฟนในดวงใจต่อไป รวมถึงระบบปฏิบัติการ iOS ที่ยังคงน่าใช้อยู่เสมอ เชื่อว่าคงทำให้ iPhone 5 จะยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีเช่นเคย

ส่วนทางฝั่ง Samsung Galaxy S III ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา, ฟีเจอร์พิเศษที่โดดเด่น, และกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูง ก็ยังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ iPhone 5 ต่อไป 

สมาร์ทโฟนรุ่นท็อป 2 เครื่องนี้มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปครับ ถ้าให้เทียบกันจริงๆ ก็คงกินกันไม่ลง ขอสรุปเป็นว่า ถ้าอ่านบทความนี้แล้ว ชอบข้อดีของ iPhone 5 หรือ Samsung Galaxy S III มากกว่ากัน ก็จัดตัวนั้นไปครับผม ^^



by เฮียณัฐ TechXcite
source: redmondpieappletechdigest




ติดตามข่าว iPhone 5 ที่น่าสนใจกับ เฮียณัฐ TechXcite หลายท่านคงจะได้ชมงานเปิดตัว iPhone 5 กันไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา และก็คงได้ทราบกันไปแล้วว่าน้องใหม่ iPhone 5 นั้นมาพร้อมกับฟีเจอร์ และลูกเล่นอะไรใหม่ๆ บ้าง แต่สำหรับท่านที่ยังไม่รู้ เรามีบทความเปรียบเทียบสเปค iPhone 5 และ iPhone 4S มาฝาก มาดูกันครับว่า iPhone 5 นั้นมีอะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาบ้าง

 

Design and Build Quality - การออกแบบ และงานประกอบ

iPhone 4S

ด้วยดีไซนที่ออกมาคล้ายกับ iPhone 4 (คล้ายมาก จนแทบจะเรียกว่าเหมือนเดิมเลยทีเดียว) แต่ก็ได้แก้ไขเรื่องของสัญญานที่มีปัญหาจากตัว iPhone 4 ทำให้ iPhone 4S ยังคงเป็นมือถือที่มีดีไซน์ติดตลาด จนเป็นที่ชื่นชอบของทั้งสาวก iDevice โดยเจ้านี่จะมีขนาด 115.2x58.66x9.3 มิลลิเมตร มีบอดี้เป็นกระจกที่เวลาตกพื้นแล้วเหมือนจะแตกง่าย และไม่มีพอร์ต HDMI (ที่เริ่มเป็นพอร์ตมาตรฐานของมือถือ Android ส่วนมากในขณะนี้) 

iPhone 5

iPhone 5 มาพร้อมกับดีไซน์สดใหม่ ตัวเครื่องบางลงกว่าเดิม โดยมีความบางที่ 7.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 112กรัม เบากว่า iPhone 4S ประมาณ 20% มี 2 สีให้เลือกคือสีขาว และสีดำ โดยเครื่องสีขาวที่ด้านหลังจะมีแผ่นอลูมิเนียมสีเงินตัดกับขอบบนล่างที่เป็นสีขาว ส่วนสีดำจะมีสีดำด้าน และดำเงาตัดกันเช่นกัน และที่สำคัญหน้าจอของ iPhone 5 จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น นิ้ว มีตัวเครื่องที่ยาวขึ้นทำให้หน้าจอเป็นแบบ Widescreen ทำให้จับได้กระชับมือยิ่งขึ้น ส่วนวัสดุตัวเครื่องยังเป็นอลูมิเนี่ยมกับกระจกเช่นเคย




Screen - หน้าจอ

iPhone 4S

iPhone 4S มาพร้อมกับ Retina Display ที่ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดตัวหนึ่งของอุปกรณ์พกพา มีหน้าจอขนาด 3.5 นิ้วแบบ LED backlit IOS TFT LCD ความละเอียดของพิกเซลอยู่ที่ 326ppi ทำให้หน้าจอมีสีสัน และความคมชัดสูงมาก

iPhone 5

Retina Display ก็อยู่บน iPhone 5 เช่นกัน แต่จะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 4 นิ้ว มีความละเอียดหน้าจอที่ 1136x640 พิกเซล ทำให้เหมาะกับการดูภาพยนตร์บนมือถือมากขึ้น และยังมีความอิ่มตัวของสีที่ดีกว่าเดิมถึง 44% รวมถึงหน้าจอสามารถลดแสงสะท้อนให้ดียิ่งขึ้นทำให้เวลาใช้กลางแจ้งมองเห็นชัดกว่าเดิม




Processor - การประมวลผล

iPhone 4S

iPhone 4S มาพร้อมกับ CPU Dual-Core 800MHz A5 ที่อาจจะดูล้าหลังเล็กน้อยสำหรับยุคสมาร์ทโฟนQuad-Core แต่ด้วยการที่ iPhone 4S ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ที่มีการจัดการด้าน Software และHardware ที่ลงตัว ทำให้การใช้งาน iPhone 4S ลื่นไหล ไม่มีสดุด

iPhone 5

iPhone รุ่นล่าสุดนี้ มาพร้อมกับชิปประมวลผลแบบใหม่คือ A6 processor ที่ทาง Apple บอกว่าเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่าจากเดิมที่เร็วอยู่แล้วบน 4S และที่สำคัญ ยังประหยัดไฟขึ้นอีกด้วย การใช้งานแอพ หรือเปิดแอพต่างๆ จะเร็วขึ้น 2 เท่า แต่อย่างไรก็ตาม ทาง Apple ไม่เปิดเผยจำนวน Core บนชิป A6 ตัวใหม่นี้นะครับ




Storage - หน่วยความจำ

iPhone 4S

หน่วยความจำของ iPhone 4S ไม่สามารถเพิ่มได้ โดยจะมีให้เลือก 3 ขนาดคือ 16GB32GB, และ64GB 

iPhone 5

หน่วยความจำเท่ากับ iPhone 4S




Battery - แบตเตอรี่ การใช้พลังงาน

iPhone 4S 

iPhone 4S ตามสเปคแล้ว สามารถสแตนด์บายได้ 200 ชั่วโมง, สนทนาต่อเนื่องได้ ชม.แบบ 3G และ14 ชม. สำหรับ 2G, การเล่นอินเตอร์เน็ตผ่าน 3G ได้ต่อเนื่อง ชม. ส่วน Wi-Fi ได้ ชม., ดูหนังต่อเนื่อง10 ชม. ฟังเพลงได้ 40 ชม.

iPhone 5

iPhone 5 สามารถสแตนด์บายได้ 225 ชม., คุยต่อเนื่องผ่าน 3G หรือ LTE ได้ต่อเนื่อง 8 ชม., และใช้Wi-Fi ต่อเนื่องได้ 10 ชม. สรุปแล้ว ถึงแม้ว่า iPhone 5 จะสามารถสแตนด์บายได้นานกว่า iPhone 4Sเล็กน้อย แต่ด้านอื่นๆ ยังเท่ากันอยู่ ดูแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่




Software and Apps - ซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่น

iPhone 4S 

ตอนนี้ใน iOS App Store มีแอพต่างๆ ให้เลือกใช้เกิน 700,000 แอพพลิเคชั่น ดังนั้นบน iPhone 4S จึงมีแอพมากมายหลายอย่าง หลายสไตล์ให้เลือกใช้ และสำหรับบน iPhone 4S ยังมาพร้อมกับ Siri หรือโปรแกรมเลขาส่วนตัว (สำหรับคนภาษาอังกฤษแข็งแรง) ใช้สำหรับค้นหาข้อมูล, ตั้งการแจ้งเตือน หรือนัดหมายต่างๆ, อ่านอีเมล, หรืออื่นๆ ได้โดยใช้เสียงของคุณในการสังการ

iPhone 5

iPhone 5 จะมาพร้อมกับ iOS 6 เวอร์ชั่นล่าสุด (แต่ iPhone 4S คาดว่าจะอัพเดตได้เร็วๆ นี้เช่นกัน) โดยใน iOS 6 นี้ Apple ได้เพิ่มความสามารถของ Siri, ใช้แผนที่ใหม่ของ Apple เอง, การทำงานร่วมกันของมือถือและ Facebook ที่ดีขึ้น, ปรับปรุง FaceTime, การอ่านหน้าเว็บแบบ Offline และแท็บของ Safari ที่ซิงค์กับ iCloud, และฟีเจอร์ใหม่ของ Passbook ที่จะเก็บข้อมูลบัตรเครดิต หรืออื่นๆ ของคุณเอาไว้


Camera and Video Recording - การถ่ายภาพ และบันทึกวีดีโอ

iPhone 4S

iPhone 4S มาพร้อมกับกล้องดิจิตอล ล้านพิกเซล มีรูรับแสง (f stop number) อยู่ที่ f/2.4 รวมถึงซอฟต์แวร์ HDR และ Macro ทำให้การถ่ายภาพด้วย iPhone 4S ได้รับได้รับคำชื่นชมอย่างมาก (เฉพาะถ่ายภาพกลางวัน) และที่สำคัญ เรื่องของชัตเตอร์สปีดที่เร็วมากที่ช่วยให้การถ่ายภาพมีความเร็วการจับภาพที่ดี รวมถึงมีแอพถ่ายภาพมากมายให้เลือกใช้ใน App Store แต่ก็ยังไม่สามารถปรับตั้งค่าที่โปรกว่านั้นได้ เช่น White Balance หรือ Exposure

ส่วนการถ่ายวีดีโอนั้น สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียด 1080p พร้อมด้วยระบบกันสั่น และมี iMovie ให้ทำหนังสั้นเล่นกับเพื่อนได้ด้วย

iPhone 5

Apple ได้เพิ่มความสามารถด้านการถ่ายภาพบน iPhone 5 แต่ก็ถือว่าไม่มากขึ้นจากเดิมเท่าไหร่นัก โดยมีโหมด dynamic low-light mode ที่สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีขึ้น มี 5-element lens และ f/2.4 aperture และเพิ่มโหมด Panorama หรือโหมดถ่ายภาพมุมกว้างเป็นครั้งแรกสำหรับมือถือ iPhone โดยสามารถถ่ายภาพได้ถึง 360 องศาด้วยความละเอียดภาพ 28 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ CPU A6 ยังช่วยในการโฟกัสภาพ และจับภาพให้เร็วขึ้น รวมถึง smart filter ที่ช่วยให้สีสันของภาพสมจริง และลด noise ได้ดียิ่งขึ้น และยังมี Shared Photo Streams ที่ให้คุณแชร์ภาพที่คุณถ่ายให้เพื่อนได้ทันทีผ่านทาง iCloud




Price - ราคา

iPhone 4S

นี่ถือเป็นข้อสำคัญของ iPhone 4S เลยครับ เพราะว่าเนื่องจากการมาของ iPhone 5 ทำให้ราคาของiPhone 4S ลดลง โดยในรุ่น 16GB ราคาในไทยก็ลดลงมาอยู่ที่เริ่มต้น 19,500 บาท จากเดิม 22,450บาท ทำให้เป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก

iPhone 5

ราคาของ iPhone 5 สำหรับรุ่น 16GB เปิดออกมาที่ $199, $299, และ $399 สำหรับเครื่องติดสัญญา (ไม่ใช่ราคาเครื่องเปล่า) ราคาเท่ากับตอนที่ iPhone 4S เปิดตัว ซึ่งก็เชื่อว่า iPhone 5 จะมีราคาในประเทศไทยไม่ต่างจาก iPhone 4S มากนัก




สรุป

iPhone 5 ที่เปิดตัวออกมาอย่างยิ่งใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีจุดที่ปรับปรุง พัฒนาขึ้นจาก iPhone 4S  รุ่นที่แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของการประมวลผล, และหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม iPhone 4S ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่เช่นกันครับ เพราะว่าจุดที่ทาง Apple พัฒนาให้กับ iPhone 5 นั้น อาจจะยังไม่เยอะ สะใจ อย่างที่เราคาดหวังไว้ หรือที่เรียกได้ว่าพลิกวงการมือถือได้เท่าเหมือนที่สมัย Steve Jobs เคยทำเอาไว้ 

ความคิดเห็นส่วนตัว ถ้าคุณยังไม่มี iPhone ใช้ ก็ซื้อ iPhone 5 ไปเถอะครับ ดีอย่างแน่นอน แต่สำหรับท่านที่ใช้ iPhone 4S อยู่แล้ว iPhone 5 อาจจะยังไม่มีเหตุผลที่จะซื้อเท่าไรนัก เพราะยังไม่ถือว่าอัพเกรดมากเท่าไหร่ (หรือจะส่ง iPhone 5S ออกมาภายหลังอีกหรือเปล่าไม่รู้) ดังนั้น iPhone 4S ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเช่นกัน


by เฮียณัฐ TechXcite
source: appletechdigest

บทความก่อนจะถึง 12 กันยายน 2555

ก่อนหน้านี้ทีมงาน TechXcite ได้เคยรวบรวมและนำเสนอความเป็นไปได้เกี่ยวกับสมาร์ตโฟนรุ่นต่อไปจาก Apple อย่าง iPhone 5 ในรูปแบบภาพกราฟฟิก Infographic ไปแล้วถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน ซึ่งอย่างที่รู้กันว่า Infographic นั้นสามารถนำเสนอข้อมูลมากมายให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่ายๆในเวลาเพียงไม่นานนั่นเอง

ทว่าสำหรับวันนี้เรามีของทีเด็ดดวงกว่านั้นมานำเสนอกันครับเมื่อเว็บไซต์ NoWhereElse ได้สร้างสรรค์คลิปวิดีโอใหม่ล่าสุดที่เป็นการรวบรวมทุกข่าวลือและความเป็นไปได้เกี่ยวกับสเปคและคุณสมบัติต่างๆที่จะได้รับการนำมาใส่ไว้ใน iPhone 5 ทั้งหมดพร้อมนำเสนอเป็นวิดีโอวิชวลกราฟฟิกที่ดูแล้วลื่นไหลแถมยังเข้าใจได้ไม่ยากภายในเวลาเฉียดๆ 2 นาทีเท่านั้นด้วย

รับรองว่าดูวิดีโอด้านล่างนี้แล้วคุณจะเข้าใจอะไรๆเกี่ยวกับ iPhone 5 เพิ่มมากขึ้นอีกเยอะเลยเชียวแหละ! 

สรุปความเป็นไปได้ทั้งหมดเกี่ยวกับ iPhone 5 จากคลิปวิดีโอ Infographic ของ NowhereElse

100% - iPhone 5 มาพร้อมรุ่นสีขาว, iPhone 5 รองรับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย CDMA, iPhone 5 ใช้งานชิปเซ็ตซีพียู A5, iPhone 5 เปิดตัวทางการเดือนกันยายนนี้, iPhone 5 พร้อมวางขายช่วงกันยายน-ตุลาคม

95% - iPhone 5 เพิ่มขนาดหน้าจอเป็น 4 นิ้ว

80% - iPhone 4 กลายเป็นรุ่นราคาประหยัด, iPhone 5 ใช้งานกล้องความละเอียดสูงขึ้น, iPhone 5 พัฒนาระบบการสั่งงานด้วยเสียงให้ดีขึ้น, iPhone 5 เพิ่มความจุ RAM ขึ้นอีก

60% - iPhone 5 มาพร้อมรุ่นความจุ 64GB, iPhone 5 มาพร้อมกับพอร์ต HDMI

70% - iPhone 5 ใช้งานดีไซน์แบบใหม่, iPhone 5 รองรับเทคโนโลยีชำระเงินไร้สาย NFC

50% - iPhone 5 รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ Full HD 1080p, iPhone 5 รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE

40% - iPhone 5 เพิ่มความละเอียดหน้าจอมากขึ้น, iPhone 5 ใช้งานหน้าจอโค้งมน, iPhone 5 มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น

30% - iPhone 5 ใช้งานดีไซน์แบบเดิม

20% - iPhone 5 ตัดปุ่ม Home ออกไป

บทความโดย: ekk TechXcite

ที่มา: nowhereelse