Mini Review: Samsung Punch WiFi แชตง่ายโดนใจได้ทุกที่ที่มีแพนเค้ก...เอ้ย! WiFi

ป๋าเอก | 14 ก.พ. 2554 14:59:50

21856

VIEWS ป๋าเอก

:: Mini Review: Samsung Punch WiFi แชตง่ายโดนใจได้ทุกที่ที่มีแพนเค้ก...เอ้ย! WiFi ::

Introduction

สวัสดีครับแฟนๆชาว TechXcite ที่รักทุกท่าน กลับมาพบกับการรีวิว Gadget ดี อุปกรณ์ IT โดนๆกันได้อีกครั้งในเว็บ TechXcite แห่งนี้ที่นี่ที่เดิม สำหรับวันนี้ถือเสียว่าเป็นควันหลงจากงาน Thailand Mobile Expo 2011 ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนก็แล้วกัน ซึ่งในมหกรรมโทรศัพท์มือถือแห่งชาติครั้งนี้นั้น ทางด้านของบริษัท Samsung ก็ยังถือได้ว่าเป็นค่ายระดับท็อปที่มีผู้ให้ความสนใจไปเยี่ยมเยือนบูธกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเหมือนเช่นเคย

สำหรับงาน TME 2011 ครั้งนี้นั้นในฝั่งของ Samsung เองก็มีผลิตภัณฑ์ในฝั่งโทรศัพท์มือถือมาเปิดตัวพร้อมๆกันถึง 2 รุ่นซึ่งก็คือสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ในราคาที่คุณจ่ายได้อย่าง Samsung Galaxy Cooper (เตรียมพบรีวิวได้ใน TechXcite เร็วๆนี้) และตัวไฮไลต์ของงานที่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพลังพรีเซนเตอร์ประจำรุ่นอย่างน้องแพนเค้กอย่างเจ้า Samsung Punch WiFi หรือ Samsung Chat 335 ที่เรากำลังจะหยิบจับมารีวิวกันในวันนี้นั่นเอง

ซึ่งหากจะบอกว่า Samsung Punch WiFi นั้นออกมาเพื่อสานต่อความสำเร็จของรุ่น Samsung Punch 2 SIMS อีกหนึ่งเมสเซสจิ้งโฟนในระดับราคาสบายๆที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็ว่าได้ เพราะคุณสมบัติโดยทั่วไปนั้นก็จะมีลักษณะคล้ายคลึงกันอยู่พอสมควร แต่รุ่น Punch WiFi นั้นก็จะเข้ามากลบจุดอ่อนของรุ่น 2 SIMS ที่ผู้ใช้งานจะต้องเล่นโปรแกรมออนไลน์ต่างๆผ่านระบบ EDGE ตลอดเวลาด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่น WiFi เพื่อให้ทุกท่านมีทางเลือกในการออนไลน์มากยิ่งขึ้น

ทีนี้ก็ต้องมาดูกันละครับว่า Samsung Punch WiFi จะสามารถเข้ามาทดแทนรุ่น Punch 2 SIMS ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากน้อยเพียงใดจากบทความรีวิวชิ้นนี้เลยครับ! 

Quick Spec

Body & Design

Samsung Punch WiFi เป็นมือถือสไตล์ QWERTY ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกและการวางเลย์เอาต์คีย์บอร์ดต่างๆที่แสนจะคล้ายคลึงกับ BlackBerry ดีทีเดียว บอดี้ตัวเครื่องเองก็ให้สัมผัสที่ดูหรูหรามากกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัดแม้จะทำจากพลาสติกเหมือนๆกัน ขณะที่หน้าจอของ Punch WiFi นั้นได้รับการอัพเกรดให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่น 2 SIMS ที่ 2.4 นิ้วซึ่งก็ช่วยให้เวลาแชตหรือเข้าเว็บเบราเซอร์ต่างๆดูสบายตาขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยละ  

ด้านซ้ายของตัวเครื่องนั้นจะมีแผงปรับแต่งความดังของเสียงพร้อมทั้งช่องสำหรับร้อยสายห้อยมือถือมาให้ด้วย

ฝั่งขวาเรียบๆไม่ได้ใส่ฟังก์ชั่นอื่นใดมาให้แต่อย่างใด

ขณะที่ด้านบนของ Punch WiFi นั้นจะมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 นิ้วและพอร์ตเชื่อมต่อ microUSB สำหรับการถ่ายโอนไฟล์และชาร์ตแบตเตอรี่มาให้ ที่สำคัญคือมีฝาปิดพอร์ตแบบเลื่อนมาด้วยช่วยกันฝุ่นได้อีกต่างหาก

ขณะที่ด้านล่างของตัวเครื่องนั้นมีเพียงแค่ช่องไมโครโฟนและร่องสำหรับแงะฝาหลังตัวเครื่องเท่านั้นเอง

ในฐานะของเมสเซสจิ้งโฟนแล้วถือว่า Samsung Punch WiFi ทำได้ดีทีเดียวในระดับหนึ่งกับ Trackpad ที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีแถมยังสามารถเข้าไปปรับแต่งได้หากคุณไม่พอใจ ขณะที่การวางรูปแบบแป้นพิมพ์ในลักษณะนี้ก็ช่วยให้ผู้ใช้งานจากแพลตฟอร์มอื่น (โดยเฉพาะ BlackBerry) สามารถข้ามมาใช้งานได้แบบไม่ต้องเรียนรู้กันเลยแม้แต่น้อย

ฝาหลังของ Samsung Punch WiFi ครับ กลับมาหนนี้ทาง Samsung เลือกใช้งานพลาสติกแบบไม่เรียบเป็นพื้นหลังซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งาน Punch WiFi สามารถจับตัวเครื่องได้ถนัดถนี่ดีกว่ารุ่นก่อนแถมยังดูมีคลาสขึ้นมากว่าเดิมเยอะ ขณะที่กล้องด้านหลังความละเอียด 2 ล้านพิกเซลนั้นได้รับการโยกย้ายให้มาอยู่บริเวณตรงกลางพอดี ส่วนถัดลงมานั้นจะเป็นช่องสำหรับลำโพงจ้า

เมื่อแกะฝาหลังของ Samsung Punch WiFi ออกมาก็จะเป็นตามภาพครับ แบตเตอรี่ของ Punch WiFi นั้นมีขนาดความจุอยู่ที่ 1,000 mAh พอใช้งานในระดับทั่วๆไปได้แบบข้ามวันสบายๆ แม้ว่า Punch WiFi นั้นจะยังใช้ระบบต้องแกะแบตเตอรี่ก่อนถึงจะเปลี่ยนซิมการ์ดได้ แต่ยังดีที่สล็อตใส่ microSD Card นั้นจะถูกแยกไว้ต่างหากทำให้สามารถเปลี่ยนเมมได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องปิดเครื่องแต่อย่างใด


ลองเทียบความแตกต่างภายนอกระหว่าง Samsung Punch WiFi และ Samsung Punch 2 SIMS กันดูได้จากภาพนี้ครับ

Everyday use

จากที่ผมได้ทดลองใช้งานตัวเครื่อง Samsung Punch WiFi นั้นก่อนอื่นต้องขอชมว่ารุ่น WiFi นี้มีรูปลักษณ์ที่ดีขึ้นกว่า 2 SIMS ให้สัมผัสในการใช้งานกระชับมือ แถมปุ่มต่างๆรวมถึง Trackpad ยังตอบสนองได้ดีทีเดียว (ถ้าใครเคยใช้งาน BlackBerry มาก่อนยิ่งไม่ต้องกังวลเลย) แม้ว่าในส่วนของระบบ 2 SIMS นั้นจะถูกตัดออกไป แต่ฟีเจอร์ WiFi ทีเข้ามาแทนที่นั้นก็สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีแถมเวลาไปที่ไหนที่มีสัญญาณ WiFi ให้ใช้งานก็ไม่ต้องเปลืองค่าซิมเน็ตอีกด้วย

การออนไลน์ผ่านระบบ WiFi ของ Samsung Punch WiFi สามารถทำได้ง่ายและไม่ได้ซับซ้อนเลยแม้แต่น้อย (น่าจะถูกใจผู้ใหญ่ทั้งหลายที่อยากออนไลน์แต่ไม่ต้องการทำตามขั้นตอนมากมายนัก) ขณะที่โปรแกรมสังคมออนไลน์ต่างๆนั้นก็ได้รับการใส่มาให้เต็มๆบน Punch WiFi ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, MySpace สำหรับคนมีสังคมทั้งหลาย Flickr, Photobucket, Picasa เพื่อคนชอบแชร์รูปและ MSN, Yahoo!, Palringo สำหรับนักแชตโดยเฉพาะ 

สำหรับรูปแบบการใช้งานโดยทั่วไปนั้น Samsung Punch WiFi ก็สามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์เข้า-ออกหรือส่งข้อความ, โปรแกรม Organizer ต่างๆหรือจะเป็นดิกชันนารี่ที่มีแถมมาให้ด้วยในเครื่อง แม้ว่ากล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซลของ Punch WiFi นั้นเวลาถ่ายรูปออกมาแล้วอาจไม่ค่อยโดนใจซักเท่าไหร่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่มืด แต่ยังดีที่ Samsung เองก็ยังใส่ลูกเล่นในการปรับแต่งภาพแบบเล็กๆน้อยๆมาให้กลบเกลื่อนความจริงกันไปแบบถูไถ

ในส่วนของความบันเทิงนั้นขึ้นชื่อว่า Samsung แล้วก็ไม่ยอมปล่อยผ่านละเลยแต่อย่างใดเพราะ Samsung Punch WiFi ก็จะมาพร้อมกับโปรแกรมเล่นเพลง, รับชมวิดีโอต่างๆรวมถึงวิทยุ (แบบเสียบหูฟัง) ขณะที่นักดาวน์โหลดทั้งหลายคงจะพอใจกับการหาแอพเพิ่มเติมจาก Samsung Application ยิ่งเครื่องนี้มีระบบ WiFi แล้วด้วยยิ่งไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้บริการ EDGE ปลายเดือนกันไปเลย...555 

Conclusion 

ข้อดี

- ราคาแค่ 4,390 บาทแต่คุณจะได้โทรศัพท์ที่สามารถตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้อย่างครบถ้วน

- ดีไซน์ดูดีขึ้นกว่ารุ่น 2 SIMS เยอะแถมยังกระชับมือมากกว่าเดิม แม้ขนาดอาจจะใหญ่ขึ้นซักเล็กน้อย แต่ก็มีขนาดบางลงกว่าเดิมเช่นกัน

- Optical trackpad ตอบสนองได้เร็วเวอร์ชนิดที่แฟน BB หลายรุ่นยังได้แต่อิจฉา

- เปลี่ยน microSD Card ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง

- ระบบ WiFi ประหยัดเงินค่าเน็ตซิมไปได้พอสมควร

- ฟีเจอร์สังคมออนไลน์มีมาให้เยอะมากกกกก...คนติดอินเตอร์เน็ตรับรองวางมือไม่ลงแน่

ข้อเสีย

- กล้องยังคงเห่ยได้ใจเหมือนเดิม ยิ่งไม่มีแฟลชก็ไม่ต้องพูดถึงการถ่ายรูปในที่มืดเลย

- ไม่มีระบบ 2 SIMS และหน้าจอสัมผัสเหมือนรุ่นก่อนอีกต่อไป

บทความโดย: ekk TechXcite