มาทำความรู้จัก Audi q6 E Tron EV ไม่ว่าจะเป็น Performance และ Design

Sankwan | 7 มิ.ย. 2564 14:00:00

637

VIEWS Sankwan

มาทำความรู้จัก Audi q6 E Tron EV ไม่ว่าจะเป็น Performance และ Design

Audi กำลังเดินหน้าเต็มกำลังในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% อยากได้ตัวนี้ที่เรากำลังจะได้ดูกันก็คือ Audi q6 E Tron EV แต่ยังไม่แน่ใจว่าอาจจะใช้ชื่อ q5 E Tron หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆมันถูกวางไว้เหนือกว่าเซ็กเมนต์ของ Audi q4 ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นาน

โดยภาพถ่ายที่ได้มานั้นตัวรถจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่กว่า Audi q4 อยู่พอสมควรฉะนั้นจึงยังไม่แน่ใจว่าจะเป็น Audi q6 E Tron หรือ Audi q5 E Tron แต่ในเวลานี้ทางสื่อต่างประเทศส่วนใหญ่จะเรียกกันว่าคิว 6 ปีตรอนซะมากกว่าสำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวรถจะมาในรูปทรงที่ดูสปอร์ตผสมผสานกับสัดส่วนที่ดูลงตัวทำให้ดูปราดเปรียวสไตล์ทางด้านหน้ารถโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Single เฟรมแล้วมีไฟหน้าแบบ LED Matrix

 มุมมองจากทางด้านข้างเผยให้เห็นแนวหลังคาที่ลาดลงมาอย่างนุ่มนวลโดยมีขอบหน้าต่างไหลผ่านเสาด้านหลังยิ่งกว่าอย่างนั้นที่ด้านหลังยังมีแขกไฟที่โดดเด่นเชื่อมต่อไฟท้าย led ที่สะท้อนให้เห็น Theme ของ E Tron รอที่ด้านใต้ยังมีดิฟฟิวเซอร์ที่ช่วยสร้างแรงกดให้ตัวรถเวลาขับเร็วๆด้วย

ภายในมาพร้อมกับความหรูหราควบคู่ไปกับวัสดุรีไซเคิลรอภายในห้องโดยสารของคิว 6 นั้นจะให้พื้นที่กับผู้ใช้มากขึ้น หน้าปัดตัวรถก็อย่ามาเป็นแบบดิจิตอลพร้อมหน้าจอแสดงผลบนกระจกบนหน้ารถพร้อมด้วยจอสัมผัสแบบ oled



ในด้านระบบความปลอดภัยนอกเหนือจากความหรูหราแล้วภายในยังมีระบบถุงลมอัจฉริยะแล้วก็มีโปรแกรมช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมายซึ่งรวมไปถึงระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้หรือที่เรียกว่า adaptive Cruise control  พร้อมโหมดการขับเคลื่อนที่หลากหลายตู้ช่วงล่างก็ใช้เป็นระบบถุงลมทำให้ปรับโหมดการขับขี่ได้อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นนุ่มนวลหรือเป็น Sport แบบพร้อมซิ่ง

ทางด้านมอเตอร์ไฟฟ้าของ Audi q6 eton คาดว่าจะใช้ระบบคล้ายๆกับ Porsche Macan EV ที่มีกำลังขับถึง 800 โวลท์พร้อมรองรับ DC Fast Charging ที่ 270 กิโลวัตต์สามารถชาร์จ  5 เปอร์เซ็นต์ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 25 นาทีส่วนทางด้านระบบขับเคลื่อนนั้นก็จะมีให้เลือกทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อหลังและ All Wheel Drive ตัวมอเตอร์เองจะมีกำลังอยู่ที่ 350 กิโลวัตต์เป็นแรงม้าก็จะอยู่ที่ 470 แรงม้ากับแรงบิดที่ 800 นิวตันเมตรสามารถวิ่งได้ไกลถึง 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้งและสามารถทำความเร็ว 0-100 ได้ในเวลาน้อยกว่า 4 วินาที

ที่มา : carscoops