Unbox : แกะกล่องพรีวิว OPPO A93 สมาร์ทโฟนดีไซน์เยี่ยม พร้อมความบาง เบา ในแบบที่คุณต้องตกหลุมรัก !!

เฮียแม็พ | 25 ต.ค. 2563 13:06:18 (อัพเดต 27 ต.ค. 2563 14:32:47)

11346

VIEWS เฮียแม็พ

Unbox : แกะกล่องพรีวิว OPPO A93 สมาร์ทโฟนดีไซน์เยี่ยม พร้อมความบาง เบา ในแบบที่คุณต้องตกหลุมรัก !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความแกะกล่องมือถือรุ่นใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับ OPPO A93 สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ นี่เลย รุ่นนี้มาพร้อมสโลแกนว่า “สนุกทุกโมเมนต์” ครบทุกฟังค์ชั่น สนุกทุกการดีไซน์, สนุกทุกโมเมนต์การถ่ายภาพ และสนุกทุกความบันเทิง ตอบโจทย์เพื่อน ๆ ที่ต้องการความครบครันในราคาเพียง 8,999 บาทเท่านั้น เริ่มสนใจขึ้นแล้วล่ะสิ วันนี้เราแกะกล่องพรีวิว OPPO A93 ให้ชมกันก่อน ติดตามครับ :D

แกะกล่อง OPPO A93

มาเริ่มกันที่ตัวกล่องกันก่อนเลย OPPO A93 มีให้เลือก 2 สีคือ สีขาว Metallic White และ สีดำ Matte Black ซึ่งที่หน้ากล่องจะโชว์เป็นสีขาว Metallic White ทั้งหมดนะครับถึงแม้ตัวเครื่องข้างในจะเป็นสีดำก็ตาม ซึ่งสีสันจริง ๆ ของเครื่องภายในจะมีระบุไว้ที่หลังกล่องอีกทีครับ

ที่มุมขวาบนของตัวกล่องจะมีระบุความจุไว้ชัดเจนตามสไตล์ OPPO รุ่นนี้ OPPO A93 ได้ความจุมาที่ 8GB + 128GB กันเลยทีเดียว

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังกล่องเราจะเห็นฟีเจอร์เด่นที่ระบุไว้รุ่นนี้มีอยู่ 4 อย่างหลัก ๆ คือ

  1. Dual Punch-Hole Super AMOLED Display
  2. 6 AI Portrait Cameras
  3. In-Display Fingerprint 3.0
  4. 7.48mm Ultra Sleek Body

และอย่างที่บอกไปสีสันของเครื่องภายในก็จะมีระบุไว้ที่ด้านหลังนี้ด้วย ซึ่งสีที่เราได้มารีวิวจะเป็นสีดำ Matte Black ครับผม

กล่องของ OPPO A93 ก็จะเป็นแบบ 2 ชั้นเมื่อถอดชั้นนอกที่เป็นตัวครอบออกมาเราจะเจอกล่องขาวเรียบ ๆ พร้อมโลโก้ OPPO วางอยู่เด่น ๆ ตรงกลางครับ

เปิดกล่องออกมาเราจะเจอกับตัวเครื่อง OPPO A93 นอนรอให้เราได้สัมผัสกันเลย ซึ่งตัวเครืองจะอยู่ในซองอย่างดีที่หน้าซองจะมีระบุคุณสมบัติเด่นแบบเดียวกับที่อยู่ด้านหลังกล่องด้วยครับ

หยิบเครื่องออกมาก่อนเดี๋ยวมาตั้งค่ากันอีกที โอ๊ะ...ตัวเครื่องเบามาก เบาแบบรู้สึกได้เลยจริง ๆ นี่คือสัมผัสแรกที่เราหยิบออกมาจากกล่องเลยนะ บอกไว้แค่นี้ก่อนเดี๋ยวมาดูตัวเลขกันอีกที

ลึกลงไปภายในกล่องจะมีกล่องเล็กที่รองตัวเครื่องอยู่อีกที ภายในจะมีอุปกรณ์เสริม 3 อย่างประกอบด้วย

  1. เอกสารคู่มือและใบรับประกัน
  2. เคสซิลิโคนใส
  3. เข็มจิ้มถาดซิม

ทุกอย่างถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบในกล่องเล็ก ๆ นี้ครับ

ต่อมาเราจะเจอกับอะแดปเตอรชาร์จไว 18W Fast Charge ของ OPPO A93 ที่มีขนาดมาตรฐานพอร์ตแบบ USB Type-A ครับ

และแน่นอนสายชาร์จก็เป็นแบบ USB Type-C to Type-A แบบมาตรฐานด้วยครับ

อ๊ะ ๆ ...และอย่างสุดท้ายก็คือหูฟังครับ รอบนี้ OPPO ยังใจดีแถมหูฟังแจ็ค 3.5 มม. มาให้ในกล่องอีกเหมือนเคย

เบ็ดเสร็จแล้วอุปกรณ์ภายในกล่องของ OPPO A93 ก็ให้มาครบดีครับ รวมแล้วอุปกรณ์ทั้งหมดมี 7 อย่างดังนี้

  1. ตัวเครื่อง OPPO A93
  2. เคสซิลิโคนใส
  3. เอกสารคู่มือ
  4. เข็มจิ้มถาดซิม
  5. สายชาร์จ USB type-C to type-A 
  6. อะแดปเตอร์ชาร์จไว 18W Fast Charge
  7. หูฟังแจ็ค 3.5 มม.

ตัวเครื่องบางเฉียบ เบาเพียง 164 กรัม

มายลโฉม OPPO A93 กันเลยดีกว่า อย่างที่ได้บอกไปตอนแกะกล่องว่าตัวเครื่อง OPPO A93 นั้นเบามาก ๆ เบาแบบรู้สึกได้จริง ๆ เพราะรุ่นนี้มาพร้อมความเบาเพียง 164 กรัมเท่านั้น แถมยังบางเฉียบเพียงแค่ 7.48มม. เท่านั้นเอง เรียกว่าบาง และเบาที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาไม่ถึงหมื่นเลยก็ว่าได้ครับ 

มาดูความบางเฉียบที่ด้านข้างกันอีกสักหน่อย อย่างที่บอกว่าความบางของรุ่นนี้มาเพียง 7.48มม. เท่านั้น ขนาดกะทัดรัดสุด ๆ เหมือนยกเอาความบางเบาทีเด็ดของ OPPO Reno4 Series มาไว้เลย เลยทำให้ OPOO A93 รุ่นนี้เป็น OPPO A Series ที่บางและเบาที่สุดด้วยนะ

หน้าจอ Super AMOLED ดีไซน์แบบ Mini Dual Punch-Hole Display

มาดูที่หน้าจอกันบ้าง OPPO A93 มาพร้อมหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.43” ความละเอียดระดับ FHD+ เรียกว่าแสดงผลได้สวยงามมาก ๆ มีการใช้พื้นที่หน้าจอไปมากถึง 90.7% อีกต่างหาก ยอดเยี่ยมครับ

ดีไซน์หน้าจอของรุ่นนี้จะใช้เป็น Mini Dual Punch-Hole Display หรือรูกล้องหน้าแบบคู่ที่มุมซ้ายบน แต่ด้วยความที่รูกล้องมีขนาดที่เล็กมาก เล็กเพียง 3.7 มม. เท่านั้น แต่ได้กล้องหน้าคู่ 16MP + 2MP มาเลยนะ OPPO เลยใส่คำว่า “Mini” เข้ามานำหน้าด้วย

ส่วนบนหน้าจอด้วยความที่เป็นจอแบบ Super AMOLED ก็สามารถใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเข้ามาได้ด้วย บน OPPO A93 เลยมีระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ In-Display Fingerprint Unlock 3.0 ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ แตะปุ๊บก็ติดปั๊บเลย

ฝาหลังแบบใหม่เทคโนโลยี Shiny Matte

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังกันบ้าง OPPO A93 มาพร้อมฝาหลังหรูหรามาก ๆ มีผิวสัมผัสแบบมันวาวผสมกับผิวด้านได้อย่างลงตัว แบ่งดีไซน์เป็นแบบ Two-Tone สำหรับสี Matte Black จะเห็นว่ามีความเข้มและอ่อนของสีด้านหลังได้กำลังพอดีเลย

และอย่างที่เห็นว่าตัวฝาหลังมีความมันวาวอยู่เวลาสะท้อนกับแสงแต่เมื่อสัมผัสจริง ๆ จะให้ความรู้สึกเป็นผิวด้านแบบชัดเจนมาก ซึ่งดูดีสุด ๆ ตัวเครื่องไม่ลื่นมือจนเกินไป คราบรอยนิ้วมือก็ไม่เก็บเท่าแบบฝาหลังมันทั่วไปด้วย คือดูพรีเมี่ยมและพิถีพิถันในการออกแบบอย่างมากเลยล่ะ

กล้องหลัง 4 ตัวจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

กล้องหลังของ OPPO A93 ให้มาด้วยกัน 4 ตัวเรียงอยู่ในกรอบแบบจัตุรัสเลย ดูมีระเบียบดีมาก พร้อมไฟแฟลชที่แยกออกมานอกกรอบเป็นแถบยาว ๆ กำลังดีครับ

ตำแหน่งปุ่มกดที่คุ้นเคย

OPPO เลือกว่าตำแหน่งปุ่มกดต่าง ๆ ไว้ในมุมที่คุ้นเคย มีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ที่มุมซ้ายแยกเป็น 2 ปุ่มให้เลือกกดได้ง่ายไม่สับสน

ส่วนปุ่ม Power ก็จะอยู่ที่ด้านขวา วางตำแหน่งไม่สูงหรือต่ำจนกดได้ยาก ตัวปุ่มกดเป็นแบบเรียบ ๆ ไม่มีการใส่แถบสีเขียวเข้ามาเหมือนรุ่นอื่น ๆ 

กรอบตัวเครื่องจะเป็น Polycarbornate ผิวมันวาวให้ความรู้สึกที่หรูหราดีเมื่ออยู่อยู่กับฝาหลังที่เป็นแบบด้าน ที่ด้านบนจะมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนด้วย 1 ตัว

ส่วนด้านล่างก็มีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสนทนา, ลำโพงหลักของตัวเครื่อง และช่องหูฟัง 3.5 มม. รุ่นนี้ยังมีอยู่นะจ๊ะ

ถาดใส่ซิมของ OPPO A93 จะเป็นแบบ Triple Slot คือสามารถใส่ได้ทั้ง 2 ซิมคู่กับ micro-SD ด้วยครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ OPPO A93 ทำออกมาได้ดีมาก ตัวเครื่องดูหรูหราด้วยเทคโนโลยีฝาหลังแบบใหม่ Shiny Matte พร้อมความบาง เบาที่สัมผัสได้จริงไม่ใช่แค่ตัวเลข ให้ความรู้สึกถึงความแตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นทั่ว ๆ ไปที่มักหนาและไม่น่าสัมผัสเท่านี้ครับ

สเปค OPPO A93

  • หน้าจอ Super AMOLED 6.43” ความละเอียด FHD+
  • อัตราส่วนหน้าจอ 20:9, refresh rate 60Hz
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio P95
  • แรม 8GB
  • ความจุ 128GB
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • รองรับชาร์จไว 18W Fast Charge
  • กล้องหน้าคู่ 
    • 16MP กล้องหลัก f/2.4
    • 2MP เลนส์ Depth f/2.4
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • 48MP กล้องหลัก f/1.8
    • 8MP เลนส์ Ultra Wide f/2.2
    • 2MP เลนส์ mono f/2.4
    • 2MP เลนส์ mono f/2.4
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า
  • ขนาดตัวเครื่อง 73.8 x 160.1 x 7.48 มม.
  • น้ำหนัก 164 กรัม
  • มีให้เลือก 2 สี Matte Black, Shiny White
  • รัน Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.2

ColorOS 7.2 ลูกเล่นเพียบ

ในส่วนของซอฟต์แวร์ OPPO A93 ใช้ ColorOS 7.2 ที่ครอบทับอยู่บน Android 10 มีความลื่นไหลและความสามารถมากมาย ทั้ง Dark mode, Smart SideBar, OPPO Relax, Icon Pull Down Gesture หรือ Gravity Wallpaper ด้วยครับ

มี Air Gesture ด้วย

รวมถึงฟีเจอร์เจ๋ง ๆ อย่าง Air Gesture ที่ให้เราผายมือโบกมือเพื่อรับสายโทรสัพท์ได้ด้วย เผื่อมือไม่สะดวกมาแตะที่หน้าจอก็ใช้สั่งงานด้วยท่าทางได้ครับ

6 AI Portrait Cameras

ในเรื่องกล้อง OPPO A93 ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน รุ่นนี้จะมาช่วยให้เราสนุกทุกโมเมนต์ในการถ่ายภาพด้วย 6 AI Portrait Cameras หรือกล้อง AI Portrait มากถึง 6 ตัว (กล้องหน้า 2 + กล้องหลัง 4) โดยมีสเปคคร่าว ๆ ดังนี้

  • กล้องหน้าคู่ 
    • 16MP กล้องหลัก f/2.4
    • 2MP เลนส์ Depth f/2.4
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • 48MP กล้องหลัก f/1.8
    • 8MP เลนส์ Ultra Wide f/2.2
    • 2MP เลนส์ mono f/2.4
    • 2MP เลนส์ mono f/2.4

มีฟีเจอร์เรื่องการถ่ายภาพ Portrait เจ๋ง ๆ อย่าง AI Color Portrait รวมถึง Night Flare Portrait จากรุ่นพี่อย่าง OPPO Reno4 ติดมาด้วย ช่วยให้ถ่ายภาพได้อย่างมีลูกเล่นมากขึ้นทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

หรือจะเป็นฟีเจอร์กล้องอื่น ๆ ทั้ง AI Super Clear Portrait, AI Beauty 2.0, Ultra Clear 108MP Image, Ultra Steady Video ก็มีให้เลือกใช้ครบ

ราคาและโปรโมชั่น

สำหรับ OPPO A93 ก็เปิดราคาอย่างเป็นทางการแล้วที่ 8,999 บาท มีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ Matte Black และสีขาว Metallic White เริ่มเปิดจองตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. - 3 พ.ย.63

รับของแถมเป็น OPPO Pillow Blanket และ OPPO E-VIP Card มูลค่ารวม 3,899 บาท

และพิเศษเมื่อซื้อกับโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่าย AIS, dtac, True ราคาพิเศษเริ่มต้น 4,489 บาทเท่านั้นครับ !

สรุปคร่าว ๆ หลังแกะกล่อง

OPPO A93 ถือว่าเป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจของ A Series จาก OPPO ทั้งในเรื่องดีไซน์ที่สวยลงตัว งานประกอบดีและมีจุดเด่นในเรื่องความบาง เบาที่สุดในสมาร์ทโฟนกลุ่มราคานี้ สเปคที่ให้มาเพียงพอต่อการใช้งาน กล้องที่น่าสนใจโดดเด่นไม่แพ้รุ่นพี่ หน้าจอที่สวยคมชัด Super AMOLED FHD+ น่าจะถูกใจใครหลาย ๆ คนไม่น้อย 

อันนี้เป็นความรู้สึกคร่าว ๆ หลังแกะกล่องก่อนเนาะ สำหรับการใช้งานจริง จะมีจุดที่เราชอบหรือไม่ชอบตรงไหนบ้าง เดี๋ยวขอไปลองใช้ก่อน แล้วจะมีอัปเดตให้อีกทีเนาะ สำหรับวันนี้ เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องลาไปก่อน ไว้พบกันใหม่บทความหน้า :D

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite