Apple ปล่อยอัปเดต iOS 14 เวอร์ชั่นเต็มแล้ววันนี้ มีอะไรใหม่บ้าง มาดูกัน !!

เฮียแม็พ | 17 ก.ย 2563 09:04:20

1116

VIEWS เฮียแม็พ

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 14 เวอร์ชั่นเต็มแล้ววันนี้ มีอะไรใหม่บ้าง มาดูกัน !!

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 14 เวอร์ชั่นเต็มแล้ววันนี้
มีอะไรใหม่บ้าง มาดูกัน !!

iOS 14 ปล่อยอัปเดตอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบของ iOS ครั้งใหญ่ พลิกโฉมประสบการณ์การใช้งาน iPhone โดยอัปเดตหน้าจอโฮมครั้งใหญ่ด้วย Widget ที่ออกแบบใหม่อย่างสวยงาม รวมทั้ง App Library, วิธีใหม่ในการใช้แอปด้วย App Clips และการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับแอปข้อความ รายละเอียดเต็ม ๆ ฟีเจอร์น่าสนใมจมีอะไรบ้าง มาดูกันเล้ยยย !

หน้าจอโฮมโฉมใหม่

Widgetใหม่จะแสดงข้อมูลที่ใช่ในจังหวะที่ต้องการให้ผู้ใช้เหลือบมองได้ง่ายๆ และยังสามารถเพิ่มวิดเจ็ตขนาดต่างๆ ไว้บนหน้าจอโฮมหน้าใดก็ได้ โดยผู้ใช้สามารถเลือก Smart Stack รวมวิดเจ็ต ซึ่งจะใช้ระบบอัจฉริยะในตัวอุปกรณ์เพื่อแสดงวิดเจ็ตที่ใช่ขึ้นมาให้เห็นตามเวลา สถานที่ และกิจกรรมที่ทำอยู่ เช่น คุณอาจเห็นวิดเจ็ตข่าวในตอนเช้า เห็นกิจกรรมในปฏิทินในระหว่างวัน และสรุปการออกกำลังกายในตอนเย็น หน้าจอโฮมแต่ละหน้าสามารถปรับแต่งให้แสดงวิดเจ็ตที่เหมาะสำหรับการทำงาน ความบันเทิง กีฬา และเรื่องๆ อื่นที่สนใจ

และที่ท้ายสุดของหน้าจอโฮมยังมี App Library ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ที่จะจัดระเบียบแอพทั้งหมดของผู้ใช้รวมไว้ในมุมมองเดียวที่เรียบง่ายโดยอัตโนมัติเพื่อให้เลือกใช้ได้ง่าย และยังสามารถแสดงแอพที่น่าจะมีประโยชน์ในขณะนั้นได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย และผู้ใช้ยังสามารถเลือกซ่อนหน้าจอโฮมบางหน้าได้ง่ายๆ เพื่อให้เข้าใช้ App Library ได้เร็วขึ้น

ดีไซน์แบบประหยัดพื้นที่โฉมใหม่สำหรับการโทรและ Siri

พบกับดีไซน์แบบประหยัดพื้นที่โฉมใหม่สำหรับสาย FaceTime และโทรศัพท์ที่โทรเข้ามารวมถึงการโต้ตอบกับ Siri ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำสิ่งที่ทำอยู่ขณะนั้นต่อไปได้ พร้อมด้วยการรองรับ Picture-in-Picture ที่ช่วยให้วันนี้ผู้ใช้ iPhone สามารถดูวิดีโอหรือคุย FaceTime ไปด้วยได้ขณะใช้งานอีกแอปหนึ่งอยู่

วิธีใหม่ในการค้นพบและใช้งานแอปด้วย App Clips

App Clips คือส่วนเล็กๆ ของแอพที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้ค้นพบในเวลาที่จำเป็นต้องใช้ โดยที่ App Clips จะเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง และจะโหลดขึ้นมาในเวลาไม่กี่วินาทีเพื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เสร็จเรียบร้อย เช่น การสั่งอาหารกลับบ้าน หรือการเติมน้ำมันรถ อีกทั้งยังค้นพบและเข้าใช้ได้ง่ายๆ เพียงแค่สแกนรหัส App Clips ใหม่ที่ออกแบบโดย Apple, ใช้งานผ่านแท็ก NFC และรหัส QR หรือแชร์ผ่านแอพข้อความหรือจาก Safari ก็ได้ โดยที่ยังคงปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัวอย่างที่คุณควรได้รับจากแอพเช่นเดิม

การอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับแอปข้อความ

แอปข้อความคือศูนย์กลางในการติดต่อกับเพื่อนๆ และครอบครัว มาวันนี้การติดต่อถึงกันนั้นก็จะง่ายยิ่งขึ้น และยังเปิดดูข้อความสำคัญได้อย่างรวดเร็ว เพราะผู้ใช้สามารถปักหมุดการสนทนาไว้ด้านบนสุดของรายการข้อความ รวมถึงติดตามกลุ่มสนทนาที่คุยกันเยอะๆ ได้ง่ายโดยใช้วิธีพูดถึงและตอบกลับแบบอ้างอิงข้อความเดิม อีกทั้งยังปรับแต่งการสนทนาได้มากขึ้นโดยการตั้งรูปภาพประจำกลุ่มเป็นรูปหรืออิโมจิก็ได้ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกใหม่ๆ ที่หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับ Memoji ในแอปข้อความ ไม่ว่าจะเป็นทรงผม อุปกรณ์สวมศีรษะ รวมถึงหน้ากากแบบใหม่ๆ และอีกมากมาย

สำรวจเมืองด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น พร้อมด้วยคู่มือนำเที่ยวใหม่ในแอปแผนที่

แอป Apple Maps ช่วยให้การนำทางและสำรวจเมืองเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นด้วยคุณสมบัติใหม่ ๆ อย่างเส้นทางปั่นจักรยาน การกำหนดเส้นทางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และคู่มือแนะนำสถานที่ โดยเส้นทางปั่นจักรยานจะพิจารณาจากระดับความสูง ปริมาณรถบนท้องถนน และยังดูว่าในเส้นทางนั้นมีบันไดหรือไม่ การกำหนดเส้นทางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจะมีการเพิ่มจุดชาร์จตามเส้นทางที่วางแผนไว้โดยอ้างอิงจากระดับแบตเตอรี่ปัจจุบันของรถและประเภทของเครื่องชาร์จ2 นอกจากนี้ยังมีคู่มือแนะนำสถานที่น่าสนใจสำหรับเมืองนั้นๆ ซึ่งคัดสรรมาจากแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือหลายแห่ง เรียกได้ว่าคู่มือนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีดีๆ ในการค้นหาสถานที่น่าสนใจที่เป็นที่นิยม การค้นพบร้านอาหารใหม่ และการสำรวจสถานที่ใหม่ๆ ที่แนะนำโดยแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับ

ยกระดับความโปร่งใสและการควบคุมด้วยคุณสมบัติด้านความเป็นส่วนตัวที่ดียิ่งขึ้น

ตอนนี้ผู้ใช้สามารถเลือกแชร์ตำแหน่งคร่าวๆ กับนักพัฒนาแอปโดยไม่ต้องบอกตำแหน่งจริงเมื่ออนุญาตให้แอปเข้าถึงตำแหน่งของตน และยังเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับข้อมูลการใช้ไมโครโฟนและกล้องของแอพอีกด้วย นักพัฒนาแอพสามารถเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้อัพเกรดบัญชีที่มีอยู่แล้วเป็นบัญชี "ลงชื่อเข้าด้วย Apple" ภายในปีนี้ หน้าผลิตภัณฑ์ App Store จะมีข้อมูลสรุปแนวทางด้านความเป็นส่วนตัวของนักพัฒนาแอพในรูปแบบที่อ่านและทำความเข้าใจง่าย และในช่วงต้นปีหน้า แอปทั้งหมดจะต้องขออนุญาตจากผู้ใช้ก่อนติดตามการใช้งาน

ประสบการณ์การฟังที่ยอดเยี่ยมขึ้นสำหรับ AirPods

AirPods และ AirPods Pro ดึงประสิทธิภาพออกมาได้มากขึ้นบน iOS 14 นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงสมจริงรอบทิศทางพร้อมด้วยการติดตามศีรษะแบบไดนามิกที่จะนำประสบการณ์ระดับโรงภาพยนตร์มาสู่ AirPods Pro มีการใส่ฟิลเตอร์กำหนดทิศทางของเสียง และปรับความถี่ที่หูแต่ละข้างได้ยินอย่างละเอียด จึงสามารถวางตำแหน่งของเสียงต่างๆ ได้แทบทุกจุดเพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่เต็มอิ่มสมจริง มีระบบการสลับอุปกรณ์อัตโนมัติที่ให้คุณฟัง AirPods และ AirPods Pro ได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่าง iPhone, iPad และ Mac Headphone Accommodations เป็นคุณสมบัติการช่วยการเข้าถึงใหม่ที่จะขยายเสียงที่เบาให้ดังขึ้นและปรับจูนเพื่อให้เสียงดนตรี ภาพยนตร์ โทรศัพท์ และพ็อดคาสท์คมชัดยิ่งขึ้น

คุณสมบัติอื่นๆ ของ iOS 14

  • Translate ได้รับการออกแบบมาให้เป็นแอปที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดสำหรับแปลการสนทนา โดยสามารถแปลทั้งเสียงและข้อความเป็นภาษาต่างๆ ได้ถึง 11 ภาษาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีโหมดการทำงานในตัวอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานคุณสมบัติทั้งหมดของแอปแบบออฟไลน์เพื่อแปลเสียงและข้อความในแบบส่วนตัวได้
  • Siri ขยายขอบเขตความรู้และคำตอบสำหรับคำถามที่ซับซ้อนโดยจะหาข้อมูลจากทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต ส่วนการป้อนตามคำบอกบนคีย์บอร์ดก็จะทำงานอยู่ในตัวอุปกรณ์เมื่อผู้ใช้บอกให้พิมพ์ข้อความ โน้ต อีเมล และอื่นๆ
  • แอป Home ทำให้การควบคุมสมาร์ทโฮมง่ายยิ่งขึ้น เพราะมีคุณสมบัติใหม่ๆ อย่างการแนะนำการทำงานอัตโนมัติ และส่วนควบคุมในศูนย์ควบคุมที่ขยายเพิ่มเพื่อให้เข้าถึงอุปกรณ์เสริมและบรรยากาศต่างๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น ทั้งยังมี Adaptive Lighting สำหรับระบบแสงไฟที่รองรับ HomeKit ซึ่งจะคอยปรับอุณหภูมิสีให้เหมาะกับแต่ละช่วงของวันโดยอัตโนมัติ พร้อมด้วยการรู้จำใบหน้าที่ทำให้กริ่งประตูบ้านแบบวิดีโอและกล้องที่รองรับสามารถระบุตัวตนของแขกที่มาได้โดยอาศัยระบบอัจฉริยะในตัวอุปกรณ์ของ Apple TV หรือ HomePod นอกจากนี้แอพบ้านและ HomeKit ยังออกแบบมาให้มีความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว จึงมีการเข้ารหัสข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมภายในบ้านของผู้ใช้ตั้งแต่ต้นจนจบ
  • กุญแจรถดิจิตอลช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อคและสตาร์ทรถได้อย่างปลอดภัยโดยใช้ iPhone  อีกทั้งยังสามารถแชร์กุญแจรถดิจิตอลได้ง่ายๆ ด้วยแอพข้อความ หรือปิดการทำงานผ่านทาง iCloud ในกรณีที่อุปกรณ์สูญหาย ซึ่งทั้งหมดนี้พร้อมให้ใช้งานแล้วสำหรับรถยนต์ที่รองรับซึ่งใช้เทคโนโลยี NFC
  • Safari มีปุ่มรายงานความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ผู้ใช้สามารถดูการติดตามข้ามเว็บไซต์ที่ถูกบล็อคได้ง่ายๆ และมีการตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่าน ซึ่งจะเตือนให้ผู้ใช้ทราบเมื่อตรวจพบว่ารหัสผ่านที่บันทึกไว้อาจอยู่ในกลุ่มข้อมูลที่รั่วไหล อีกทั้งยังมาพร้อมคุณสมบัติการแปลภาษาทั้งหน้าเว็บไซต์อีกด้วย
  • แอป Health มาพร้อมประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่หมดสำหรับจัดการกับการนอน และทำความเข้าใจกับระดับเสียงที่อาจส่งผลกระทบต่อการได้ยินให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเช็คลิสต์สุขภาพใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับจัดการกับคุณสมบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น SOS ฉุกเฉิน, ID ทางแพทย์, ECG, การตรวจจับการล้ม และอื่นๆ นอกจากนี้แอพสุขภาพยังรองรับข้อมูลประเภทใหม่ๆ สำหรับการเคลื่อนไหว ข้อมูลสุขภาพ อาการต่างๆ และ ECG อีกด้วย
  •  แอปสภาพอากาศจะคอยอัปเดตข้อมูลสภาพอากาศรุนแรงให้ผู้ใช้ทราบอยู่ตลอด และยังมีแผนภูมิใหม่ที่จะแสดงโอกาสเกิดฝนตกในชั่วโมงถัดไปแบบนาทีต่อนาทีเมื่อมีการพยากรณ์ว่าฝนอาจตก
  • Apple One เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการสมัครใช้บริการทั้งหมดของ Apple ในราคาประหยัด โดยลูกค้าสามารถเลือกแผนบริการที่เหมาะกับตัวเองหรือทั้งครอบครัวได้ ลูกค้าสามารถสมัคร Apple One ได้ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้
  • คุณสมบัติการช่วยการเข้าถึง มีระบบ Back Tap ซึ่งเป็นวิธีใหม่ในการเรียกใช้คำสั่งนิ้ว งาน ปุ่มลัดการช่วยการเข้าถึง การตรวจจับภาษามือใน FaceTime แบบกลุ่ม และการรู้จำเสียง ซึ่งจะใช้ระบบอัจฉริยะในอุปกรณ์เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเมื่อตรวจพบสัญญาณเตือนอัคคีภัยหรือเสียงกริ่งประตู และตัวอ่านหน้าจอสำหรับผู้มีปัญหาด้านการมองเห็นระดับชั้นแนวหน้าของวงการอย่าง VoiceOver ก็สามารถบอกได้โดยอัตโนมัติว่าสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอคือภาพของอะไร ซึ่งช่วยให้ผู้คนอีกมากมายสามารถเข้าถึงแอพและเว็บไซต์ได้ดียิ่งขึ้น

iOS 14 อัปเดตได้แล้ววันนี้

สำหรับ iOS 14 เวอร์ชั่นเต็มตอนนี้ก็สามารถกดเข้าไปอัปเดตกันได้แล้วตอนนี้ อุปกรณ์ที่รองรับก็ตั้งแต่ iPhone 6s ขึ้นไปหรือตามนี้เลยครับ

  • iPhone 11
  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max
  • iPhone XS
  • iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone X
  • iPhone 8
  • iPhone 8 Plus
  • iPhone 7
  • iPhone 7 Plus
  • iPhone 6s
  • iPhone 6s Plus
  • iPhone SE (1st generation)
  • iPhone SE (2nd generation)
  • iPod touch (7th generation)

ที่มา : Apple