ตะลึง! นักดาราศาสตร์ค้นพบหลุมดำขนาดใหญ่และหายากที่สุดในประวัติศาสตร์! หนักเป็น 150 เท่าของดวงอาทิตย์!

กู๊ดดรีม | 3 ก.ย 2563 14:33:48

809

VIEWS กู๊ดดรีม

ตะลึง! นักดาราศาสตร์ค้นพบหลุมดำขนาดใหญ่และหายากที่สุดในประวัติศาสตร์! หนักเป็น 150 เท่าของดวงอาทิตย์!

ตะลึง! นักดาราศาสตร์ค้นพบหลุมดำขนาดใหญ่และหายากที่สุด
ในประวัติศาสตร์! หนักเป็น 150 เท่าของดวงอาทิตย์!

เมื่อพูดถึงการค้นพบทางดาราศาสตร์ มักเป็นการค้นพบที่นำไปสู่ปริศนาต่อไปอย่างไม่จบสิ้น ไม่สามารถหาคำอธิบายที่แน่ชัดได้ เป็นเพียงการคาดการณ์และความเป็นไปได้เท่านั้น ซึ่งล่าสุดวงการดาราศาสตร์ต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อมีการค้นพบหลุมดำขนาดใหญ่ที่ถูกระบุว่าเป็นหลุมดำขนาดใหญ่และทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบในประวัติศาสตร์ เป็นหลุมดำที่หายากระดับซุปเปอร์หรือหาได้ยากมากๆ โดยน้ำหนักมวลของหลุมดำนี้หนักกว่าดวงอาทิตย์ถึงประมาณ 150 เท่าเลยทีเดียว

หลุมดำจัดเป็นความลึกลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ที่ผ่านมามีการค้นพบหลุมดำแต่ละหลุมที่มีน้ำหนักประมาณ 85 และ 65 เท่าของดวงอาทิตย์ตามลำดับ การค้นพบหลุมดำที่ถูกบันทึกล่าสุดซึ่งถูกขนานนามว่า GW190521 นั้นเกินขีดจำกัดน้ำหนักทางทฤษฎีการยุบตัวของดาวฤกษ์ ที่นักดาราศาสตร์ได้คาดการณ์เอาไว้

หรืออธิบายง่ายๆ การเกิดหลุมดำส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของดาวฤกษ์จนหมดเกิดเป็นการระเบิดอย่างรุนแรงที่เรียกว่าซุปเปอร์โนวา โดยที่ผิวนอกของดวงดาวจะระเบิดตัวกระจายอยู่รอบๆ ส่วนแกนกลางจะยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว สามารถเกิดเป็นดาวนิวตรอน ดาวแคระขาวและหลุมดำขึ้นได้ โดยมีการคำนวณกันไว้ว่า ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์จะเกิดเป็นดาวแคระขาว แต่ถ้ามากกว่านั้นก็จะเป็นดาวนิวตรอน ซึ่งหลุมดำที่ได้ถูกค้นพบนั้น มีขนาดใหญ่และน้ำหนักเกินกว่าจะเกิดจากดาวฤกษ์ได้ นี่จึงเป็นปริศนาบทใหม่ที่ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่าหลุมดำมวลมหึมาเช่นนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

การค้นพบในครั้งนี้นักดาราศาสตร์ได้อธิบายว่ามันคือกระบวนการที่หายากมากๆ และต้องค้นคว้าอีกมากมายเพื่อทำความเข้าใจต้นกำเนิดของสิ่งนี้ แต่การค้นพบในครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะมันอยู่ห่างไกลจากโลกมากๆ เป็นสัญญาณที่เดินทางข้ามจักรวาลเป็นเวลาพันล้านปีก่อนที่จะถึงโลก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมันถึงเป็นหลุมดำที่หายากมากๆ จัดว่าเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในวงการดาราศาสตร์ ส่วนการคาดการณ์ทฤษฎีต่างๆในเรื่องนี้มันคืออะไรก็คงต้องรอการค้นคว้าและพิสูจน์กันต่อไป

Source: Engadgetarstechnica