Motorola เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G รุ่นกลาง และรุ่นท็อปตระกูล Edge และ Edge+ มาพร้อมกล้อง 3 ตัว สเปคดี แบตใช้ได้ 2 วัน

MheeYokLoh | 23 เม.ย. 2563 10:12:20

5540

VIEWS MheeYokLoh

Motorola เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G รุ่นกลาง และรุ่นท็อปตระกูล Edge และ Edge+ มาพร้อมกล้อง 3 ตัว สเปคดี แบตใช้ได้ 2 วัน

Motorola กระโดดลงตลาดสมาร์ทโฟน 5G เรียบร้อยครับ หลังจากล่าสุดเปิดตัว Motorola Edge Series สองรุ่นที่มาพร้อมหน้าจอ waterfall screen เหมือนกัน มีกล้องหลัง 3 ตัว และรองรับเทคโนโลยี 5G

Motorola Edge+

มาดูกันที่ Motorola Edge+ รุ่นท็อปสุดก่อนครับ ตัวนี้มาพร้อมกับสเปคระดับเรือธง มีหน้าจอขนาด 6.7 นิ้วแบบ AMOLED รองรับ HDR10+ 90Hz ความละเอียด Full HD+ ใช้กล้องหน้าแบบ punch-hole ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล และรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

สำหรับเวอร์ชั่นที่ขายในสหรัฐฯ จะรองรับ mmWave 5G ที่สามารถดาวน์โหลดได้สูงสุด 4Gbps ผ่านเครือข่ายของ Verizon ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักในการเปิดตัว โดย Edge+ รุ่นนี้ ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่ายที่รองรับ 5G (โดยตรง ไม่ต้องผ่าน MotoMod) อีกด้วย

อีกหนึ่งเรื่องที่ถือเป็นความ First ของรุ่นนี้ คือมาพร้อมกล้องหลัง 108 ล้านพิกเซลตัวแรกของค่าย รูรับแสง f1.8 รองรับระบบกันสั่น OIS ทำงานร่วมกับกล้อง telephoto 8 ล้านพิกเซล รองรับ 3x optical zoom มี OIS และกล้อง ultrawide 16 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง 117 องศา รองรับการถ่าย macro และมีกล้อง ToF ปิดท้าย

ที่น่าแปลกคือ ตัวกล้องรองรับการถ่ายภาพวีดีโอ 6K ทั้งที่ตัวชิปเซ็ตรองรับได้ถึง 8K โดย CPU คือ Snapdragon 865 ทำงานร่วมกับ RAM 12GB LPDDR5 และหน่วยความจำภายใน 256GB UFS 3.0

Motorola Edge+ มาพร้อมแบตเตอรี่ 5000mAh (ทางโมโตบอกว่าสามารถใช้ได้ 2 วันเต็มๆ) รองรับ fast charge 18W ผ่านพอร์ต USB-C และรองรับการชาร์จไร้สาย 15W มี reverse charging 5W สำหรับชาร์จ gadget ติดตัว

Motorola Edge+ จะวางจำหน่ายแบบ exclusive กับ Verizon ในวันที่ 14 พฤษภาคม โดยเปิดตัวที่ราคาประมาณ 32,500 บาท และมีกำหนดวางขายทั่วโลกภายในเดือนพฤษภาคมเช่นกัน

Motorola Edge

Motorola Edge รุ่นนี้จะมาพร้อมหน้าตาแทบไม่ต่างจากตัว plus เลยครับ โดยมีหน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว รองรับความถี่ 90Hz แต่ไม่รองรับ HDR10+

เช่นเดียวกับในด้านระบบภายใน รุ่นนี้ใช้ CPU Snapdragon 765G รองรับ 5G RAM 4/6GB หน่วยความจำภายใน 128GB และรองรับ microSD Card

กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว โดยกล้องหลักๆ จะเหมือนกับรุ่นพี่ทุกอย่างครับ ยกเว้นแต่กล้อง 108MP จะเปลี่ยนเป็น 64MP โดยกล้องหน้าจะเหมือนกันที่ 25 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่รุ่นนี้น้อยกว่าเล็กน้อยครับ คือให้มาที่ 4500mAh ซึ่งก็ถือว่าเยอะอยู่ดี รองรับ fast charge 18W แต่ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย

สมาร์ทโฟนทั้ง 2 เครื่องเป็นแบบ stereo คุณภาพเสียงค่อนข้างดี ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 10 การันตีได้อัพเดต Android 11 แต่นอน

Motorola Edge จะวางจำหน่ายในเอเชียภายในเดือนพฤษภาคม โดยเปิดตัวที่ราคาประมาณ 20900 บาท

source: gsmarena, androidcentral