รวมข่าวหลุด Redmi K30 Pro 5G เผยภาพเรนเดอร์ คะแนนทดสอบ AnTuTu และข้อมูลสเปค ก่อนเปิดตัว 24 มี.ค.

MheeYokLoh | 18 มี.ค. 2563 10:47:51

569

VIEWS MheeYokLoh

รวมข่าวหลุด Redmi K30 Pro 5G เผยภาพเรนเดอร์ คะแนนทดสอบ AnTuTu และข้อมูลสเปค ก่อนเปิดตัว 24 มี.ค.

Redmi K30 Pro 5G สมาร์ทโฟนเรือธงจากค่าย Redmi มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 24 มีนาคมในประเทศจีน อีกประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งล่าสุดนอกจากจะเปิดเผยวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมาแล้ว ยังมีภาพเรนเดอร์ล่าสุดเปิดเผยออกมา พร้อมกับข้อมูลการทดสอบ Benchmark และสเปคบางส่วนออกมาแล้ว

ไปดูภาพเรนเดอร์กันก่อนครับ โดย Redmi K30 Pro 5G เปิดเผยภาพเรนเดอร์ให้เราเห็นดีไซน์ของรุ่นนี้ ว่าจะมาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัววางอยู่ในกรอบวงกลมพร้อมไฟแฟลช LED ที่ด้านล่าง

ดีไซน์ด้านหลังใช้สีแบบ gradient ฝาหลังเป็นกระจกโค้งมน ที่ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. กล้องหน้าแบบ pop-up และมีเซ็นเซอร์ IR สำหรับใช้เป็นรีโมทได้

ที่ด้านหลังบริเวณกล้อง มีพิมพ์ตัวหนังสือเอาไว้ว่า 64MP ซึ่งตรงกับข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า กล้องหลักของรุ่นนี้จะมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ของ Sony IMX686 แบบเดียวกับที่อยู่บน Redmi K30 5G โดยระบุว่า K30 Pro 5G จะมีเวอร์ชั่นกล้องซูมแบบธรรมดา และแบบ Zoom Edition ที่มีระบบ OIS ป้องกันภาพสั่นไหวด้วยเลนส์ที่กล้องหลัก และกล้อง telephoto อีกด้วย

และจากภาพหลุดก่อนหน้านี้ เผยให้เห็นดีไซน์ด้านหน้าของตัวเครื่องที่ใช้หน้าจอแบบเต็มจอ ไร้รอยบาก มีหน้าจอแบบ OLED ขนาด 6.67 นิ้ว และรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

ต่อมาเป็นข้อมูลการทดสอบ AnTuTu benchmark ซึ่ง Redmi K30 Pro 5G สามารถทำคะแนนได้ผ่าน 6 แสนคะแนนไปได้ที่ 610,296 คะแนน ซึ่งถือว่าสูงในระดับต้นๆ ของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับชิปเซ็ต Snapdragon 865 SoC นั่นเอง

และสุดท้ายเป็นข้อมูลสเปคบางส่วนของ Redmi K30 Pro 5G ครับ ซึ่งเป็นข้อมูลจากภาพทีเซอร์ที่บริษัทยืนยันออกมา ระบุว่ารุ่นนี้จะมาพร้อมระบบ VC liquid cooled heat sink คือระบบระบายความร้อนด้วย heat sink ขนาด 3435 ตารางมิลลิเมตร ที่ช่วยลดความร้อน โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมได้ดียิ่งกว่าเดิม

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีภาพยืนยันอีกว่า Redmi K30 Pro 5G รุ่นนี้จะมาพร้อมหน่วยความจำแบบ UFS 3.1 ที่รองรับการอ่านข้อมูลสูงสุด 750MB/s เลยทีเดียว เทียบกับ UFS 3.0 ที่อ่านอยู่ที่ 400MB/s ถือว่าอัพเกรดขึ้นเกือบเท่าตัวทีเดียวครับ เหมาะกับยุค 5G ที่อาจมีข้อมูลต่างๆ มากขึ้นได้เป็นอย่างดี

source: gizmochina, 2, 3