Tip : รู้หรือไม่ !? Live Photo ของ iPhone สามารถเปลี่ยนเป็น Boomerang บน IG Story ได้ด้วย !!

เฮียแม็พ | 24 ธ.ค 2562 15:11:01

23906

VIEWS เฮียแม็พ

Tip : รู้หรือไม่ !? Live Photo ของ iPhone สามารถเปลี่ยนเป็น Boomerang
บน
IG Story ได้ด้วย !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน วันนี้พบกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีทิปเล็ก ๆ สำหรับผู้ใช้งาน iPhone มาฝากกัน เกี่ยวกับการอัป Story บน IG ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ! อย่างที่ทราบกันดีว่า iPhone ตั้งแต่รุ่น 6s ขึ้นมานั้นจะมาพร้อมกับฟีเจอร์การถ่ายภาพที่เรียกว่า Live Photo เข้ามา แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้า Live Photo ที่เก็บภาพเคลื่อนไหวก่อนจะถ่ายภาพมาเก็บนั้นมันสามารถใช้เป็นภาพแบบ Boomerang บน IG Story ได้ด้วย !!? เอ้าแล้วมันทำยังไง มามะเราจะมาบอกเคล็ดลับกัน :D

Live Photo คืออะไร เปิดใช้งานยังไงอะ ?

ก่อนอื่นมาพูดถึงตัว Live Photo กันก่อน สำหรับฟีเจอร์นี้จะเป็นการถ่ายภาพแนวใหม่ของ iPhone ที่เริ่มให้ใช้งานกันตั้งแต่สมัย iPhone 6s และก็มีติดมาให้ใช้งานตลอด ๆ จนถึง iPhone 11 Series นี่แหละ ซึ่งเราจะสามารถบันทึกวิดีโอสั้น ๆ เวลาประมาณ 1.5 วินาทีก่อนที่จะกดชัตเตอร์มาเก็บไว้ได้ ซึ่งเราสามารถเปิดใช้งานได้จากมุมบนขวาในหน้าแอปกล้องนั่นเอง

พอกดเปิดแล้วทีนี้ก็ถ่ายได้เลย โดยตัวกล้องจะเก็บวิดีโอสั้น ๆ ประมาณ 1.5 วินาทีมาไว้ในเครื่องอย่างที่บอกไปครับ และสามารถดูย้อนหลังได้ด้วยการกดค้างไว้ที่รูปบน Gallery นั่นเอง

ใช้เป็น Boomerang บน IG Story ยังไงล่ะ !?

อย่างที่บอกว่ารูปภาพแบบ Live Photo นี้สามารถใช้เป็นไฟล์ Boomerang ได้ด้วย โดยขั้นตอนก็แสนง่าย กดเข้าไปที่หน้า Story ก่อนจะลงก็จะมีตัวเลือกให้เราถ่ายภาพหรือเอารูปจากในเครื่องขึ้นมาอัปโหลดแทน ตรงนี้ก็เลือกที่ Gallery ที่มุมซ้ายล่างได้เลย

หารูปที่เราถ่ายแบบ Live Photo มาสักรูป พอได้รูปโชว์ขึ้นมาก็แตะค้างที่รูป รอครู่หนึ่งหลังจากหมุน ๆ เสร็จ จะมีคำว่า Boomerang ลอยขึ้นมา เท่านี้ไฟล์ Live Photo นั้นก็จะเป็นแบบ Boomerang ให้เราอัปโหลดลง Story หรือส่งให้เพื่อนได้แล้ว สะดวกสุด ๆ เลยใช่ไหมล่ะ

ก็ถือว่าเป็นทิปเล็ก ๆ ที่มาแนะนำให้ทราบกัน เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าทำได้ด้วย ส่วนใครที่ทราบแล้วก็ขอให้เล่น IG Story กันอย่างสนุกสนานละกันครับ ยังไงวันนี้เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องลาไปก่อน บทความหน้าจะมีอะไรมาแนะนำกันอีก รอติดตามกันได้เลย :D

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite