10 อันดับหนังดังในอดีต ที่กำลังจะครบรอบ 20 ขวบ ในปี้นี้

กู๊ดดรีม | 10 ม.ค. 2562 17:33:23

987

VIEWS กู๊ดดรีม

10 อันดับหนังดังในอดีต ที่กำลังจะครบรอบ 20 ขวบ ในปี้นี้!!

 

เข้าสู่ปี 2019 กันแล้ว เมื่อแต่ละปีผ่านไป อายุคนเราก็ย่อมมากขึ้นตามกาลเวลาเช่นเดียวกับภาพยนตร์ดังในอดีตที่กลายเป็นตำนาน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงถูกพูดถึง และพาให้หวนความทรงจำกลับไปในปี 1999 ดั่งเช่น 10 อันดับภาพยนตร์ดังในอดีตที่เราหยิบยกมาในวันนี้ล้วนเป็นภาพยนตร์อมตะที่เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์หลายเรื่องในปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้จะครบรอบ 20 ปี ตั้งแต่ปีที่ออกฉาย จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น เรามาย้อนความทรงจำไปด้วยกันเลย

1. The Matrix

ฉากหลบกระสุนและเอฟเฟกต์ในตำนาน เป็นต้นแบบภาพยนตร์ไซไฟแนวโรบอท สงครามระหว่างเครื่องจักรกับมนุษย์ โดยเครื่องจักรเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะเหนือเผ่าพันธุ์มนุษย์ พร้อมด้วยแหล่งพลังงานใหม่ที่เครื่องจักรค้นพบซึ่งก็คือพลังงานจากร่างของมนุษย์ ตั้งแต่นั้นมา มนุษย์ก็กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นมาในแคปซูลที่เครื่องจักรเป็นผู้ปกครอง ถูกควบคุมจิตใจด้วยโลกเสมือนจริงที่เรียกว่า เมทริกซ์ เป็นหนังทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่ทุกคนไม่ว่าจะรุ่นไหนๆ ต้องรู้จัก

2. AMERICAN BEAUTY

ก่อนที่ผู้กำกับ แซม เมนเดส จะได้รับความนิยมจากผลงานเรื่อง เจมส์บอนด์ เขาได้เดบิวต์กับภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งมี เควิน สเปซีย์ เป็นนักแสดงนำ เขียนโดย อลัน บอล โดยอเมริกันบิวตี้ถือเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี คว้ารางวัลมากมายทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Academy Awards ในปี 2000

3. The Green Mile

The Green Mile ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ของทอม แฮงค์ ที่รู้จักกันน้อยที่สุด แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อเข้าฉาย ทั้งรายได้และคำวิจารณ์ จนมีชื่อเข้าชิงรางวัลหลายสถาบัน ทั้งลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์ โดยเฉพาะรางวัลออสการ์ มีชื่อเข้าชิงถึง 4 สาขา ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับรางวัลใดเลยก็ตาม

4. American Pie

เป็นภาพยนตร์ตลกเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ ออกฉายในปี ค.ศ. 1999 เขียนบทโดย อดัม เฮิร์ซ กำกับโดยพี่น้องตระกูลไวท์ซ เรื่องราวกล่าวถึงกลุ่มนักเรียนวัยรุ่นชาวอเมริกันที่อยู่ในช่วงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทั้งด้านชีวิต ความรัก และประสบการณ์ทางเพศ โดยมีทั้งหมด 5 ภาคด้วยกัน

 

5. Being John Malkovich

เป็นภาพยนตร์แนวแปลกแหวกแนว เมื่อชายหนุ่มนักหุ่นเชิดได้ค้นพบประตูทางลัดซึ่งสามารถเข้าไปในสมองของดาราฮอลลีวู้ด ได้เป็นเวลา 15 นาทีเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ จนเกิดเป็นธุรกิจทัวร์หัวสมองของดาราฮอลลีวู้ดขึ้น เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของไอเดียที่เฉียบขาด แปลกแหวกแนวพร้อมทิ้งสัญญะไว้ให้ผู้ชมได้คิดตามต่อ

6. Fight Club

Fight Club ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่สร้างความขัดแย้งและได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดจากภาพยนตร์เรื่อง Chuck Palahniuk นำแสดงโดยแบรด พิทท์ และเอ๊ดเวิร์ด นอร์ตัน ภาพยนตร์ตลกร้ายแสนลึกลับ ผลงานของ เดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับ Seven ซึ่งเนื้อเรื่องแทรกไปด้วยปรัชญา และเป้าหมายในการใช้ชีวิต

7. Star Wars: Episode I - The Phantom Menace

เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวมหากาพย์ละครอวกาศ เขียนบทและกำกับโดยจอร์จ ลูคัส แม้จะได้รับคำวิจารณ์ที่หลากหลาย แต่ สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 1 ภัยซ่อนเร้น ก็ประสบความสำเร็จในแง่ของรายรับ ด้วยการทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศจากการเปิดตัว โดยภาพยนตร์ชุดนี้ได้ทำลายสถิติ เดอะ ลอสต์ เวิลด์ จูราสสิค พาร์ค ด้วยรายรับภายในวันเดียวกว่า 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐของวันเปิดตัว 

 

8. Disney's Tarzan

ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส ที่จะพาทุกคนไปผจญภัยในป่าแห่งจินตนาการ ดำเนินเรื่องเริ่มต้นจากเด็กทารกกำพร้า ซึ่งถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวกอริลล่า จนเติบโตเป็นชายหนุ่มแข็งแกร่งในป่าใหญ่ กระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบกับมนุษย์คนอื่นๆ ซึ่งทำให้เขารู้สึกได้ถึงความผูกพัน อันไม่อาจต้านทานได้ด้วยสัญชาตญาณ

9. Eyes Wide Shut

จากภาพยนตร์เรื่องแรกของ Arthur Schnitzler ในปี 1926 โนเวลลา Traumnovelle ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการกำกับภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายสำหรับ ผู้กำกับขั้นเทพในตำนานอย่าง สแตนลีย์ คูบริก ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหารุนแรงกับเรื่องของกามและราคะ แต่ในรายละเอียดแฝงไปด้วยความเป็นศิลปะ ให้อารมณ์ลึกลับและสร้างปริศนาแฝงไว้อย่างน่าตื่นเต้น ทั้งยังมีความงดงามแฝงไว้กับความประณีตในการทำหนังสไตล์คูบริค อย่างเห็นได้ชัด

10. The Sixth Sense

The Sixth Sense เป็นเพียงภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มเล็ก เกี่ยวกับสัมผัสที่หก มีดารานำที่มีชื่อเสียงเพียงคนเดียว คือ บรู๊ซ วิลลิส เท่านั้น อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์ของผู้กำกับหน้าใหม่ คือ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน แต่สามารถทะยานขึ้นสู่บ็อก ออฟฟิศอันดับหนึ่งได้ทันทีในสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย และยืนพื้นเป็นอันดับหนึ่งนานถึง 5 สัปดาห์ ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วสามารถทำรายได้มากกว่า Star Wars Episode I: The Phantom Menace ภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่เข้าฉายในปีเดียวกัน อีกทั้งยังสร้างความนิยมและรายได้ทุกประเทศที่เข้าฉาย

Source: Mashable