Article : #Portraitที่สวยที่สุด กับ OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟน 3 กล้องรุ่นใหม่พร้อม AI Ultra Clear Engine และกล้องอัจฉริยะ !

เฮียแม็พ | 7 ธ.ค 2561 14:02:03 (อัพเดต 7 ธ.ค 2561 17:32:42)

973

VIEWS เฮียแม็พ

Article : #Portraitที่สวยที่สุด กับ OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟน 3 กล้องรุ่นใหม่พร้อม AI Ultra Clear Engine และกล้องอัจฉริยะ !

ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงเรื่องกล้องบนสมาร์ทโฟนนั้นต้องยอมรับเลยว่ามีการพัฒนามาได้ถึงระดับที่หลายคนพกตัวเดียวใช้แทนที่กล้องใหญ่กันไปแล้ว เพราะด้วยคุณสมบัติกล้องที่โดดเด่นจะสเปคหรือฟีเจอร์ต่างๆที่ใส่เข้ามานั้นช่วยให้เราถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น ทั้งภาพบุคคลหรือวิวยามค่ำคืนก็ด้วย เอ้า ! พูดมาแบบนี้ก็เข้าเรื่องของเรากันตรงๆไปเลยละกัน วันนี้เราจะมาพูดถึงสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงเห็นความยิ่งใหญ่ตามหน้าฟีดมาไม่มากก็น้อยกับ OPPO R17 Pro นั่นเอง ! ซึ่งรุ่นนี้ก็มาพร้อมจุดเด่นในเรื่องกล้องทั้งกลางวันและกลางคืนรวมไปถึง โหมด Portrait จนต้องมีแฮชแท็ก #Portraitที่สวยที่สุด ออกมาให้ติดกันตามโซเชี่ยลกันไปเลย ซึ่งวันนี้แน่นอนครับ เราจะมาพูดถึงความสวยที่สุดตรงนี้นี่แหละ ว่าทำไมถึงได้แฮชแท็กนี้ขึ้นมา เริ่มกันเลยไหม !? :D

กล้อง 3 ตัวสุดแจ่ม ใช้งานอะไรบ้างนะ ?

ก่อนจะไปลุยถ่ายรูปจริง เรามาทำความรู้จักกล้องของ OPPO R17 Pro ก่อนว่ามีอะไรบ้าง และแต่ละตัวใช้งานทำอะไรเนาะ สำหรับ OPPO R17 Pro นั้นจะมาพร้อมกับกล้องหลังถึง 3 ตัวด้วยกัน แต่ละตัวมีหน้าที่แตกต่างกันไปแบ่งการใช้งานดังนี้

  • กล้อง TOF (Time of Flight) 3D Camera
    กล้องตัวบนสุด จะเป็นกล้องอินฟราเรดที่ใช้การส่งสัญญาณเพื่อตรวจจับวัตถุในแกน Z ได้ไกล 3 - 5 เมตรเพื่อตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงการถ่ายภาพแบบ 3D ในอนาคตอีกด้วย
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.5, f/2.4 มี OIS
    กล้องตัวนี้จะเป็นกล้องหลักเลยใช้งานถ่ายภาพทั้งหมดร่วมกับอีก 2 ตัวในโหมดต่างๆ มีค่ารูรับแสงอัจฉริยะที่สามารถปรับเองได้เมื่อเจอสภาพแสงต่างๆ เช่น แสงมากๆจะปรับมาที่ f/2.4 แสงน้อยปรับไปที่ f/1.5 ครับ
  • กล้องวัดระยะ (Depth Camera) ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.6
    กล้องตัวล่างสุดจะเป็นกล้องสำหรับวัดระยะในโหมด Portrait หรือภาพหน้าชัด-หลังเบลอควบคู่ไปกับกล้องตัวหลัก เพื่อให้ได้ระยะและการตัดขอบของแบบและวัตถุได้เนียนตามากยิ่งขึ้นครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างนี่แค่สเปคกล้อง 3 ตัวก็บอกเลยว่าไม่ธรรมดาแล้วเนอะ เอ้า ได้เวลามาลงสนามจริงกันเลยดีกว่าครับ !

เปิดโหมด Portrait แล้วลุยกันเลย !

เริ่มถ่ายภาพกันเลยดีกว่าครับอย่าให้เสียเวลา จะถ่ายภาพ Portrait สวยๆด้วย OPPO R17 Pro เริ่มแรกเปิดกล้องแล้วเลื่อนมาที่โหมด Portrait ได้เลยครับ ตัวกล้องจะปรับระยะซูมเข้าไปอีกนิดที่ช่วง 1.4X ทำให้ระยะของภาพดูใกล้ขึ้นและเหมาะกับการถ่ายคนมากขึ้นไปอีกครับ ในพรีวิวบนหน้าจอเราจะเห็นได้ชัดเลยว่ามีการตรวจจับใบหน้าได้อย่างแม่นยำ และเบลอฉากหลังให้เห็นแบบเรียลไทม์กันเลย

ซึ่งในโหมดนี้นอกจากการใส่ฉากหลังละลายแล้ว ยังมีตัวเลือกเอฟเฟกต์แสงให้ปรับทั้งหมดถึง 6 แบบ ประกอบด้วย

  • Natural Light แสงธรรมชาติปกติ
  • Film Light แสงแบบกล้องฟิล์ม
  • Mono-Tone Light แสงแบบขาว-ดำ
  • BI Color Light แสงสะท้อนที่ใบหน้าด้วยสีแดงและสีน้ำเงิน
  • Canvas Light ตัดฉากหลังให้เป็นพื้นขาว
  • Shake Light ตัดฉากหลังให้เป็นสีม่วงพร้อมเพิ่มเอฟเฟกต์สั่น

ซึ่งถ้าเราไม่แน่ใจว่าจะใช้แสงแบบไหนในตอนถ่ายดี แนะนำให้เลือกเป็น Natural Light หรือแสงปกติไว้ก่อนเลย เพราะถ้าเราอยากปรับเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติม ค่อยมาเลือกปรับแสงทีหลังอีกทีก็ไม่มีปัญหาครับ เอามาถ่ายกันเถอะ !

 

โหมด Portrait ของ OPPO R17 Pro นั้นทำได้ดีมาก ด้วยความที่กล้องนั้นจับโฟกัสได้อย่างแม่นยำอย่างที่บอกไปครับ เล็งปุ๊บก็จับใบหน้าให้แล้ว พร้อมกับละลายฉากหลังได้แบบทันทีแถมเนียนมากด้วย ระยะของฉากหลังที่ได้เลนส์ 20 ล้านพิกเซลตัวที่ 3 เข้ามาเสริมตรงนี้ทำได้ดี ทำให้การใส่เอฟเฟกต์ละลายฉากหลังนั้นเนียนตาแบบที่ไม่ฟุ้งจนเกินไป

 

ใบหน้าของแบบก็ทำได้สวยเนียนขึ้นมาอีกเล็กน้อยด้วยการตรวจจับใบหน้าที่แม่นยำของกล้อง TOF ทำให้ได้ทั้งความสว่างและความเนียนใสของใบหน้าได้เป็นอย่างดีเลยครับ ถ่ายสนุกแค่เล็งๆ นางแบบโพสต์มาสวยๆ กดชัตเตอร์แชะๆ ผลลัพธ์สวยหายห่วงเลยครับ

หรือจะเพิ่มลูกเล่นเอฟเฟกต์แสงเพิ่มเติมหลังถ่ายก็ได้ด้วย การปรับเอฟเฟกต์ของแสงก็ไม่ต้องไปหาให้ยุ่งยากครับ กดเข้ามาในหน้า Gallery แล้วแตะที่ไอคอนรูปคนที่มุมขวาล่างได้เลย แต่อันนี้ต้องบอกก่อนนะครับว่าตอนถ่ายนั้นต้องมีการโฟกัสที่ใบหน้าชัดเจน (ขึ้นกรอบเหลืองบนหน้าตอนถ่าย) ไม่งั้นจะไม่สามารถมาปรับแก้ได้ ใช่แล้วครับรวมถึงถ่ายวัตถุอื่นๆที่ไม่ใช่คนเราก็ไม่สามารถปรับเอฟเฟกต์แสงตรงนี้เพิ่มเติมได้ เอฟเฟกต์ไหนเอฟเฟกต์นั้นไปเลยจ้า

พอแตะเข้ามาแล้วก็จะเห็นว่าเอฟเฟกต์ที่มีให้เลือกนั้นเยอะกว่า 6 แบบตอนเราถ่ายซะอีก รวมทั้งหมดเป็น 10 แบบ ประกอบด้วย Natural Light, Film Light, Mono-Tone Light, Rim Light, Face Light, Bi-Colour Light, Shake Light, Local Light, Canvas Light และ Rainbow Light ครับผม เลือกเอาตามความสะดวกเลย

ถ้าปรับเอฟเฟกต์ต่างๆให้เข้ากับภาพนั้นๆได้ก็ยิ่งทำให้ได้ภาพสวยเข้าไปอีก โดยที่ไม่ต้องไปแต่งจากแอปเสริมอื่นๆเลย แค่ตัว 3D Lighting นี่ก็สุดยอดมากๆแล้วล่ะครับ

Auto ก็สวยไม่ต้องเบลอมากก็ได้ !

ในบางโมเมนต์เราก็อยากได้ภาพที่ชัดๆทั้งภาพบ้าง ไม่จำเป็นต้องเบลอไปซะทั้งหมดก็ได้เนอะ ซึ่งในโหมด Auto ปกตินั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าภาพจะออกมาไม่สวยเนียนเพราะเขามีระบบ AI Scene Recognition รวมถึง AI Beauty ที่กล้องหลังมาด้วย แค่เล็งไปที่แบบระบบก็จะขึ้นซีนว่า Portrait เรียบร้อยเลย แต่ไม่ละลายฉากหลังนะจ๊ะ ไม่ต้องกลัว

ช่วงที่ได้ก็จะกว้างออกมาจากโหมด Portrait เล็กน้อยมาอยู่ที่ 1X ที่กว้างที่สุดของตัวช่วงเลนส์ 26 มม. เผื่อเราอยากได้ภาพกว้างๆแบบในตัวอย่างด้านบนก็เก็บได้หมดสวยๆเลย ถ้าอยากเร่งสีให้สดๆหน่อยก็แค่กดที่ PI Color เพิ่มเติมเท่านี้เราก็จะได้ภาพคนสวยๆพร้อมกับวิวมาแล้วจ้า

 

อีกข้อดีของโหมด Auto ก็คือมาพร้อมระบบ RAW HDR ที่บน Portrait นั้นไม่มี ทำให้เวลาเราถ่ายภาพย้อนแสงแล้วอยากได้ทั้งแบบและฉากหลังชัดๆครบๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ อย่างในตัวอย่างด้านบนเห็นชัดเลยว่าถ้าเราปิดโหมด HDR พอกล้องจับหน้าแบบได้ฉากหลังก็จะจ้าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเพราะเร่งให้หน้าของแบบนั้นเด่นจนเสียรายละเอียดของฉากหลังไป แต่ถ้าเราอยากได้ภาพที่ท้องฟ้าชัดๆก็ดันแบบย้อนแสงดำไปซะทั้งหมด วิธีแก้ก็ง่ายนิดเดียวครับเปิด HDR หรือตั้งเป็น Auto HDR ไว้ ตัวกล้องจะเก็บภาพในหลายๆสภาพแสงแล้วประมวลผลรวมกัน ภาพที่ได้ก็จะชัดเจนไปด้วยกันทั้งแบบและฉากหลังครับ สุดยอดไปเลยเนอะ ! *0*

ทำให้การถ่ายภาพย้อนแสงหรือท้องฟ้ายามเย็นคู่กับแบบนั้นสวยและดูดีขึ้นมามากเลย แต่ถ้าไม่อยากได้ภาพแนวนี้ อยากลองเป็น Sillouette  ก็เปิด HDR แล้วจิ้มที่ท้องฟ้าแทนนะจ๊ะ :D

มาต่อที่ช่วงกลางคืนกันบ้าง ในการถ่ายภาพ Portrait หรือคนในเวลากลางคืนตัวกล้องก็ทำได้ดีครับ การจับใบหน้าต่างๆถือว่ายอดเยี่ยมเลย อย่างในภาพนี้เราอยู่กันบนตึกมหานครช่วงกลางคืนมืดซะเกือบจะมองอะไรไม่ค่อยเห็น แต่ตัวกล้องยังสามารถจับหน้านางแบบทั้ง 4 คนได้อย่างชัดเจน ตรงนี้ตัวกล้อง TOF ช่วยได้เยอะเลยล่ะครับ

ส่วนการถ่ายในที่แสงน้อยโหมด Auto ปกติ ในที่แสงน้อยเรายังคงถ่ายภาพคนให้เห็นเด่นชัดขึ้นมาได้นิดหน่อย ด้วยค่ารูรับแสงที่กว้าง f/1.5 ของกล้อง ทำให้ได้ภาพที่ค่อนข้างดีแม้สภาพแสงจริงๆ ณ ตอนนั้นจะมืดไปซะหมดแล้วก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับ Ultra Night Mode เราก็จะเห็นว่ารายละเอียดนั้นดีขึ้นเก็บแสงได้ครบ แต่แบบเองก็ยังไม่เด่นเท่ากับในโหมด Auto และจำเป็นต้องใช้ความนิ่งที่สูงกว่าปกติด้วย

เทคนิคที่จะช่วยให้เราได้ภาพคนสวยๆในเวลากลางคืนแบบนี้ก็คือ เราควรจะมีไฟช่วยสักนิด ในที่นี้ผมลองใช้ไฟแฟลชของมือถือง่ายๆนี่แหละ ส่องไปที่แบบแล้วลองใช้ทั้งโหมด Auto และ Portrait ดู ภาพที่ได้ก็สวยงามอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

หรืออย่างภาพในอาคารแสงไฟจริงๆ OPPO R17 Pro ก็เก็บภาพได้ดีมากๆ ทั้ง White Balance ต่างๆคุมได้ดี รวมไปถึงการใส่เอฟเฟกต์ความเบลอ การตรวจจับใบหน้าเป๊ะไม่แพ้กับแสงปกติในตอนกลางวันเลย

คนสวยวิวก็เด็ดด้วย Ultra Night Mode !

ปิดท้าย ! ไหนๆก็รอมาถึงค่ำๆแบบนี้แล้ว ขอลองตัว Ultra Night Mode เพิ่มเติมอีกสักหน่อยละกันครับ สำหรับ OPPO R17 Pro นอกจากเรื่อง Portrait ที่ดูโดดเด่นสุดๆจนมีแฮชแท็ก #Portraitที่สวยที่สุด แล้วในโหมดกลางคืนก็มี #SeizeTheNight มาให้ติดแท็ก เพราะด้วยโหมดใหม่นี้เราจะสามารถเก็บภาพกลางคืนได้อย่างเหนือชั้นขึ้นไปอีกด้วยระบบ AI Ultra Clear Engine ที่จะมีการประมวลผลภาพในหลายๆสภาพแสงมารวมกันให้รายละเอียดและแสงขอภาพนั้นยิ่งคมชัดเข้าไปอีก

โดยการใช้งานก็ไม่ยากเย็นเลยครับ เปิดมาที่โหมด Night แล้วเล็งมุมดีๆ จากนั้นก็ถือมือถือให้นิ่งๆกดชัตเตอร์ได้แล้วรอกล้องประมวลผล รอชมผลลัพธ์สวยๆได้เลยจ้าา ! *0*

และนี่คือตัวอย่างภาพถ่ายจาก Ultra Night Mode ครับผม

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับตัวอย่างภาพถ่ายทั้ง Portrait และ Ultra Night Mode ต้องบอกเลยว่ารอบนี้ทาง OPPO นั้นจัดเต็มในเรื่องกล้องขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว ทั้งจุดเด่นที่เคยดีอยู่แล้วอย่าง Portrait Mode ก็ปรับให้ใช้งาน ถ่ายสนุกยิ่งกว่าเดิม ส่วนจุดที่เพิ่มเข้ามาจนเห็นผลได้อย่างชัดเจนอย่างโหมดกลางคืนแบบไม่ต้องพึ่งขาตั้งกล้องนี่ก็ทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นสวยงามกว่าที่เคย สมกับแฮชแท็กทั้ง #Portraitที่สวยที่สุด และ #SeizeTheNight จริงๆเลยล่ะ *0*

วางจำหน่ายแล้วนะจ๊ะ !

โชว์รูปเด่นกันซะขนาดนี้แล้ว ก็ขายกันต่อเลยละกัน OPPO R17 Pro นั้นวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ในราคาค่าตัว 24,990 บาท และแน่นอนรุ่นรองเรือธงแบบนี้ก็มาพร้อมสิทธิพิเศษกับ OPPO Premium Service บริการสุดพรีเมียมที่เอาอกเอาใจลูกค้า OPPO R17 Pro โดยเฉพาะ เมื่อเครื่องมีปัญหาจะเปลี่ยนเครื่องให้ทันที ไม่ต้องรอซ่อมรอให้เสียเวลา สามารถรับเครื่องใหม่ไปได้เลยภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดและสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center และศูนย์บริการ OPPO ทั่วประเทศ อีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oppo.com/th/smartphone-r17-pro/

รีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยจ้า !

ถ้ายังไม่จุใจเรามีรีวิวมาฝากกันเพิ่มเติมอีก สำหรับเพื่อนๆที่อยากจะทราบการใช้งานในด้านอื่นๆรวมไปถึงดีไซน์ตัวเครื่องแบบเต็มๆ สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มของ OPPO R17 Pro ได้ที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้เลยครับผม :D

อ่านรีวิว OPPO R17 Pro ได้ที่นี่

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite