Review : Samsung Galaxy Tab S4 แท็บเล็ตเรือธงคู่ปากการุ่นใหม่ ทำงานได้ครบ เครื่องเดียวจบครับ !!

เฮียแม็พ | 7 ต.ค. 2561 20:27:16

4478

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Samsung Galaxy Tab S4 แท็บเล็ตเรือธงคู่ปากการุ่นใหม่
ทำงานได้ครบ เครื่องเดียวจบครับ
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับแท็บเล็ตเรือธงรุ่นล่าสุดของ Samsung อย่าง Galaxy Tab S4 นั่นเอง รอบนี้ก็ยังมาพร้อมจุดขายในเรื่องของความสามารถที่ครบครันพร้อมปากกา S Pen อีกเช่นเคย แน่นอนว่ามาพร้อมจุดเด่นเรื่องปากกามาด้วยแบบนี้ก็เน้นไปที่การทำงานที่จริงจังมาขึ้น ส่วนจะจริงจังค่ไหน เดี๋ยวเรามาอ่านรีวิวไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

แกะกล่องกันก่อนนะ

เริ่มต้นกันด้วยเช็คอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนเลย (เพราะรอบนี้เราได้กล่องมาด้วย :P)ตัวกล่องก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปจากรุ่นก่อนครับ ด้านหน้ามีระบุชื่อรุ่นชัดเจนว่า Tab S4 สีน้ำเงินเด่นๆ

มีระบุรุ่นความจุอยู่ที่มุมกล่องด้วยซึ่งแน่นอนว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในไทยนั้นเป็นรุ่น 64GB/LTE นำเข้ามาโมเดลเดียวและสีเดียวคือสีดำครับ

เปิดกล่องออกมาก็แน่นอนว่าเจอตัวเครื่องไซส์บิ๊กพอดีกล่องก่อนเลย และอุปกรณ์อื่นๆก็วางไว้ด้านล่างอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งอุปกรณ์ในกล่องทั้งหมดก็มีดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง Galaxy Tab S4
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ (รองรับ Fast Charge)
  • สาย USB Type-C
  • หูฟัง
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • S Pen
  • หัวปากกา S Pen สำรอง

ใช่แล้วครับ Galaxy Tab S4 มาพร้อมจุดเด่นในเรื่องการทำงานและมีแถม S Pen มาให้ในกล่องพร้อมใช้งานเลย ไม่จำเป็นต้องซื้อแยกทีหลังเนาะ

ดีไซน์สวยขึ้น บางเฉียบและไร้ปุ่มโฮม

ต่อกันที่เรื่องของดีไซน์กันเลย หน้าตาโดยรวมของรุ่นนี้บอกเลยว่าเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน (Tab S3)พอสมควร ด้วยการตัดปุ่มโฮมแบบกดที่เป็นเอกลักษณ์ของ Samsung ในยุคก่อนๆออกไปเรียบร้อย ใช้พื้นที่หน้าจอได้มากขึ้น พร้อมกับขอบจอที่บางเฉียบขึ้นไปอีก

เลยทำให้ตัวเครื่องที่มีขนาดใกล้เคียงกับรุ่นเดิมแต่ได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมาเป็น 10.5 นิ้วเลยล่ะครับ ตัวชนิดหน้าจอก็แน่นอนรุ่นท็อปแบบนี้ใช้หน้าจอ Super Amoled ที่เป็นจุดเด่นของทาง Samsung มาอยู่แล้ว การแสดงผลก็ทำได้สวยงามเต็มตาเอามากๆเลยล่ะ

อัตราส่วนปรับมากลับมาให้เป็นแบบมาตรฐานแท็บเล็ตคือ 16:10 ความละเอียด WQXGA 2560 x 1600 พิกเซล เหมาะกับการใช้งานแนวนอนมากขึ้น จะดูหนังหรือใช้งานแอปในแนวนอนก็ดูเข้ารูปเข้ารอยกว่าแบบ 4:3 ของรุ่นก่อน ที่อาจจะขัดใจเวลาเราดูหนังได้

ด้านหน้ารอบนี้ก็เรียบๆนอกจากไม่มีปุ่มโฮมแบบกดแล้ว โลโก้ Samsung ก็ไม่ได้ใส่มาให้เช่นกัน เรียบๆแบบเดียวกับที่เห็นบนสมาร์ทโฟนของ Samsung เลยล่ะ เหนือหน้าจอบนสุดจะเป็นที่วางตำแหน่งของเลนส์กล้องหน้าและเซ็นเซอร์ต่างๆซึ่งบนรุ่นนี้ก็มี Iris Scanner หรือเซ็นเซอร์สแกนม่านตามาด้วยนา ไม่ธรรมดา

ตัวเครื่องมาพร้อมความบางเฉียบเพียง 7.1 มม. เท่านั้น ในการจับถือใช้งานปกติต้องบอกว่าบางมาก บวกกับน้ำหนักเพียง 483 กรัม เรียกว่าเป็นแท็บเล็ตไซส์หน้าจอใหญ่ที่บางและเบาเอามากๆเลยล่ะครับ

รอบๆเครื่องยังคงวางตำแหน่งของพอร์ตได้อย่างคุ้นเคย ตัวปุ่มกดวางไว้ที่ด้านขวามือของตัวเครื่องมีทั้งปุ่ม Power และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

พอร์ตการเชื่อมต่อจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่องแบ่งเป็นพอร์ต USB Type-C และช่องหูฟัง 3.5 มม. ครับ

ลำโพงหลังของตัวเครื่องก็อยู่ที่มุมด้านล่าง รวมถึงที่ด้านบนของตัวเครื่องด้วยเช่นกัน ใช่แล้วครับรุ่นนี้มาพร้อมกับลำโพง 4 ตัวที่มีการปรับแต่งเสียงจาก AKG เช่นเคย

สำหรับตัว POGO Pin ที่ไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมวางไว้ที่มุมซ้ายของตัวเครื่องหรือจะเรียกว่าด้านล่างเวลาวางนอนก็ได้เช่นกัน เป็นพอร์ตทองแดง 4 จุดที่เห็นนี่แหละครับ

ฝาหลังรอบนี้ยังคงใช้วัสดุเป็นกระจกเหมือนกับรุ่นที่แล้ว ให้ความรู้สึกที่หรูหราและจับถือได้ดีเมื่อเทียบกับความบางที่บางมากๆของตัวเครื่องอย่างที่บอกไป

กล้องหลังยังวางตำแหน่งไว้ที่ด้านบนตรงกลางของตัวเครื่องเหมือนเคย ถึงแม้ตัวเครื่องจะบางมากๆแต่เลนส์กล้องก็ไม่ได้นูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเท่าไหร่นัก

ตรงมุมล่างนี้ยังมีการสกรีนคำว่า Tuned by AKG เพื่อให้ทราบกันชัดๆเลยว่าตัวลำโพงของรุ่นนี้นั้นผ่านการปรับแต่งมาจาก AKG อีกด้วยนะจ๊ะๆ เสียงดีแน่นอน :D

รวมๆแล้วตัวดีไซน์ของ Galaxy Tab S4 ก็ถือว่ามีการปรับโฉมขึ้นมาจากรุ่นที่แล้วพอสมควร ถึงแม้มองเผินๆจะเป็นแท็บเล็ตไซส์ใหญ่ที่เกือบจะคล้ายกันก็ตามแต่การที่ตัดเอาปุ่มโฮมแบบกดออกไปและเพิ่มขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นนี่ก็น่าสนใจขึ้นแล้ว แถมยังได้เรื่องความบางและเบาของตัวเครื่องเข้ามาทำให้เป็นอีกหนึ่งแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่น่าสนใจมากๆรุ่นหนึ่งเลยทีเดียวครับ

สเปค Samsung Galaxy Tab S4

  • หน้าจอ Super Amoled 10.5 นิ้ว ความละเอียด WQXGA 2560 x 1600 พิกเซล (16:10)
  • ซีพียู Snapdragon 835 Octa-core 2.35GHz
  • จีพียู Adreno 540
  • แรม 4GB
  • ความจุ 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 512GB
  • แบตเตอรี่ 7300 mAh
  • รองรับ Fast Charge
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า
  • รองรับระบบสแกนม่านตา
  • รองรับลำโพง 4 ตัวปรับจูนเสียงโดย AKG
  • รองรับการใช้งานปากกา S Pen
  • รองรับ LTE
  • รัน Android 8.1 Oreo ครอบด้วย Samsung Experience 9.0
  • ขนาดตัวเครื่อง 249.3 x 164.3 x 7.1 มม.
  • น้ำหนัก 483 กรัม
  • วางจำหน่ายเฉพาะสีดำ
  • ราคา 23,900 บาท

ในเรื่องของสเปคก็ต้องบอกว่ามีการอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นปีที่แล้วอยู่หลายอย่าง หลักๆเลยก็คือตัวหน่วยประมวลผลที่ใช้เป็น Snapdragon 835 ชิปเซ็ตเรือธง (ของปี 2017), แรมให้มา 4GB, ความจุรุ่นที่ขายในไทยเลือกเอารุ่นเริ่มต้น 64GB เข้ามาวางจำหน่ายอาจจะดูน้อยไปนิดสำหรับรุ่นเรือธงแต่ก็ยังสามารถเพิ่ม Micro-SD ได้สูงสุดถึง 512GB ครับ, แบตเตอรี่ก็เพิ่มเข้ามาเป็น 7,300mAh (จากเดิม 6,000mAhเรียกว่าใช้งานได้ยาวนานขึ้น ส่วนจุดเด่นที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาในปีที่แล้วก็ยังไม่หายไปใช้งานปากกา S Pen กับรุ่นนี้ได้เหมือนเคยครับ

สเปคแบบนี้ยังแรงแค่ไหน !?

เห็นสเปคของรุ่นนี้อาจจะดูไม่ใช่สเปคของเรือธงปีนี้สักเท่าไหร่นัก แต่ด้วยตัวขุมพลัง Snapdragon 835 เดิมก็ถือว่ายังคงเร็วแรงอยู่ถึงแม้จะผ่านมาปีหนึ่งแล้วก็ตาม ซึ่งเมื่อนำมาทดสอบคะแนนผ่านแอป AnTuTu Benchmark ก็จะได้คะแนนออกมาที่ 201,409 คะแนนเลยล่ะครับ

ซอฟต์แวร์ตัวใหม่ไฉไลสุดๆ

สำหรับตัวระบบปฏิบัติการ Galaxy Tab S4 มาพร้อมกับระบบ Android 8.1 Oreo ครอบทับ Samsung Experience 9.0 ซึ่งถือว่าเป็นตัวใหม่ล่าสุดของทาง Samsung แล้ว หน้าตาก็คล้ายกับบน Galaxy S9 หรือ Note 9 เลยล่ะ ไอคอนต่างๆเป็นชุดเดียวกันหมด

ตัวเครื่องสามารถแสดงผลได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอนแต่หลักๆน่าจะเน้นไปที่แนวนอนซะมากกว่า รูปแบบยังคงใช้งานได้ง่ายเหมือนกับบนสมาร์ทโฟนครับ เราสามารถเรียกหน้ารวมแอป(App Drawer)ได้จากการเลื่อนหน้าจอขึ้น

ตัวปุ่มกดต่างๆเมื่อไม่มีปุ่มโฮมแบบกดและปุ่มสัมผัสที่นอกหน้าจอแล้ว การควบคุมต่างๆจึงใช้ปุ่ม Navigation Bar แบบเสมือนหรือ On Screen Button เข้ามาแทนที่เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Samsung ในปีนี้ครับ

อีกจุดที่เป็นจุดเด่นของแท็บแล็ตของ Samsung ก็คือตัวเครื่องนั้นสามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ด้วย แต่ด้วยความใหญ่ขนาดนี้จะให้ใช้คุยแนบหูก็กระไรอยู่ เอาไว้ใช้งานคู่กับหูฟังเพื่อคุยโทรศัพท์แบบปกติได้อยู่นะครับ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Samsung เขาล่ะเนอะ

ระบบรักษาความปลอดภัยใหม่เหนือชั้นยิ่งขึ้น !

ด้วยความที่ตัวเครื่องตัดปุ่มโฮมแบบกดออกไป นั่นเท่ากับว่าเครื่องก็ตัดปุ่มสแกนลายนิ้วมือออกไปด้วยน่ะสิ ใช่แล้วครับรุ่นนี้ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ แต่ให้เป็นเซ็นเซอร์สแกนม่านตามาแทนเลย โดยเป็นมาตรฐานเดียวกับที่อยู่บนสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง Galaxy S9 หรือ Note 9 นั่นแหละ

สำหรับการใช้งานก็เหมือนกันครับ หลังจากที่มีการกดปลุกจอตัวไฟ Infrared และระบบสแกนม่านตาจะทำงานให้เรามองไปที่ไฟนั้นได้เลย แต่ยังมีจุดที่แอบขัดใจเล็กๆตรงที่เมื่อเราใช้งานแนวนอนการสแกนม่านตาอาจจะใช้งานควบคู่กันไปไม่ได้ต้องยกเครื่องขึ้นมาให้เป็นแนวตั้งซะก่อนถึงจะวางตำแหน่งของตาได้ตรงเนอะ

S Pen ใหม่หรูขึ้นความสามารถแจ่ม !

อย่างที่ได้บอกไปครับว่ารุ่นนี้มาพร้อมกับปากกา S Pen ที่เลื่องชื่อของ Samsung แถมมาให้ในกล่องพร้อมใช้งานเลย ทำให้เจ้า Galaxy Tab S4 นี้ดูเป็นแท็บเล็ตที่เน้นการทำงานมากขึ้นไปอีกเลย ตัวปากกา S Pen ในรอบนี้ปรับโฉมภายนอกใหม่ให้ดูเป็นปากกาสำหรับทำงานมากขึ้นและคล้ายกับปากกาลูกลื่นหรูๆสักด้ามเลยล่ะ

ตัวด้ามจะเป็นแบบมันๆดูหรูหราขึ้นมาอีกหน่อย ในขนาดที่ใกล้เคียงกับปากกาจริงๆ ส่วนตัวชอบขนาดแบบนี้มากเพราะเวลาเราจับถือนั้นจะให้ความรู้สึกที่คุ้นชินกับมือ ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไปครับ

ที่ตัวปากกาก็ยังมีปุ่มกดสำหรับใช้งาน Air Command อยู่เช่นเคย หัวปากกามีขนาดที่เล็กและใกล้เคียงกับปากกาจริงๆมาก ข้อดีของปากกาหัวเล็กแบบนี้ก็คือเวลาเราขีดๆเขียนๆนั้นจะเหมือนกับที่เราใช้ปากกาเขียนบนกระดาษมากเขียนสนุกขึ้นแถมยังรองรับแรงกดได้มากถึง 4096 ระดับอีกต่างหาก

อย่างที่ทราบกันดีว่าปากกา S Pen นั้นไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตฯแต่อย่างใดด้วยความที่หัวปากกาใช้เทคโนโลยีแบบแม่เหล็กในการขีดๆเขียนๆ และรุ่นนี้ก็ไม่ได้รองรับ Bluetooth แบบ S Pen ของ Note 9 นะครับเพราะฉะนั้นไม่ต้องแอบเอาไปกดไกลๆแล้วคิดว่าจะเปิดกล้องได้ล่ะ :P

ส่วนในเรื่องการใช้งานต้องบอกว่า S Pen ก็ยังคงเป็น S Pen ที่ยอดเยี่ยมเหมือนเคยครับ ในเรื่องการขีดๆเขียนๆหรือจดๆทำได้ยอดเยี่ยมมาก นำมาใช้งานจดโน้ตแบบด่วนหรือ Screen off Memo ก็ทำได้ง่ายและสะดวกเพียงแค่กดที่ปุ่มบนปากกาและมาจิ้มบนหน้าจอตอนล็อคก็พร้อมให้จดได้ทันที

หรือจะใช้งานควบคู่กับ Samsung Notes ที่พักหลังก็มีฟีเจอร์ใช้งานมากขึ้น ทั้งการจดที่ดีอยู่แล้วหรือจะเป็นการวาดที่ก็มีตัวเลือกต่างๆให้ใช้งานค่อนข้างครบเลยล่ะครับ

ปิดท้ายด้วยการวาดรูปแบบจริงๆจังๆก็แนะนำว่าโหลดตัว SketchBook มาใช้งานกันเพิ่มเติมได้ครับ ซึ่งตอนนี้ก็แจกฟรีเป็นเวอร์ชั่นเต็มแล้วบน Playstore ใช้งานหัวปากกาได้ครบ แยกเลเยอร์ได้ตามที่สเปคเครื่องไหวเลย แน่อนนว่าพอได้แอปดีๆแบบนี้มาก็วาดอะไรได้เพลินมากขึ้นไปอีกเนอะ

สรุปแล้วในเรื่องการใช้งานปากกา S Pen บน Galaxy Tab S4 ต้องบอกว่าทำงานได้ยอดเยี่ยมเหมือนเคยครับ ขีดเขียนได้อย่างดี ทันมือเส้นสวยคม ตัวปากกาก็ดูจับถนัดมือมากขึ้นยิ่งใช้บนหน้าจอใหญ่ๆระดับนี้ยิ่งเห็นผลได้อย่างชัดเจนครับ ใครที่ชอบจดๆขีดๆเขียนๆนี่รุ่นนี้เหมาะมากๆครับ :D

จะทำงานทั้งทีก็ให้ครบไปเลย

มีปากกาจริงๆก็ว่าทำงานได้ดีระดับหนึ่งแล้วนะ แต่ถ้ามีตัวเคสคีย์บอร์ดเข้ามาด้วยนี่ยิ่งเหมาะเข้าไปใหญ่ ซึ่งตัวเคสก็สามารถเชื่อมต่อกับตัวเครื่องได้โดยตรงผ่าน POGO Pin ที่ด้านใต้ของตัวเครื่อง เชื่อมต่อปุ๊บก็ใช้งานได้ทันทีไม่มีอะไรยุ่งยากครับ

ตัวปุ่มกดบนคีย์บอร์ดให้ความรู้สึกเวลาที่พิมพ์ได้ดี เหมาะกับการเอามาใช้พิมพ์งานได้เป็นอย่างดีด้วยความที่ตัวเครื่องนั้นเน้นในเรื่องการทำงานเป็นหลัก เมื่อใช้งานคู่กับคีย์บอร์ดก็ดูจะเข้ากันดี เราสามารถหาเมาส์แบบ Bluetooth มาเชื่อมต่อกับตัวเครื่องเพื่อใช้งานควบคู่กันไปได้ด้วยครับ

แต่เท่านั้นยังไม่พอ ! เพราะรอบนี้ทาง Samsung ยังเพิ่มระบบ Dex มาให้ใช้งานในตัวโดยไม่ต้องเชื่อมกับหน้าจอได้แล้วด้วย ซึ่งเราสามารถเลือกสลับโหมดไปเป็น Dex โหมดได้ทันทีที่มีการเชื่อมต่อกับตัวเคสคีย์บอร์ด ซึ่งเมื่อสลับมาแล้วตัวระบบจะมีการเซ็ตหน้าใหม่ให้คล้ายกับโน้ตบุ๊คเล็กๆสักเครื่องหนึ่งเลย (แต่ระบบจริงๆยังเป็น Android นะ) เท่านี้การใช้งานก็ดูจะเหมาะกับการทำงานขึ้นแล้วเนาะ

นอกจากจะใช้งาน Dex โหมดได้ในตัวแล้ว ในการเชื่อมต่อกับจอมอนิเตอร์ด้วยสาย Type-C to HDMI ก็ยังฉายจอขึ้นบนมอนิเตอร์ได้เช่นเดียวกับที่ทำได้บน Note 9 เลยล่ะครับ และการทำงานเราสามารถแยกเป็น 2 จอ จอมอนิเตอร์ทำงานในรูปแบบ Dex ไป จอ Tab S4 ก็ใช้งานหน้าจอแบบ Android ไปก็ทำได้เช่นกันครับ ประสิทธิภาพตรงนี้เหลือๆพอที่จะจัดการได้เลยล่ะ

ดูหนัง ฟังเพลงบน Tab S4 ล่ะสะใจรึเปล่า !?

ทำงานกันไปครบและ มาเข้าสู่การคลายเครียด ถ้าจะใช้เจ้า Tab S4 มาดูหนังฟังเพลงล่ะสุดแค่ไหน สำหรับการใช้งานด้านความบันเทิงรุ่นนี้ก็ไม่ได้ทิ้งเช่นเดียวกันเพราะให้หน้าจอขนาดใหญ่ 10.5 นิ้วความละเอียดถึง 2560 x 1600 พิกเซล (2K)แสดงผลด้วยชนิดจอแบบ Super Amoled สวยสุดๆไปเลย แถมอัตราส่วนหน้าจอยังดูเข้าที่กว่าเดิมเป็นแบบ 16:10 แล้ว เวลาดูวิดีโอทั่วๆไปบน YouTube หรือหนังแบบปกติก็จะเหลือขอบดำนิดหน่อย

ส่วนเรื่องเสียงจัดมาให้เต็มที่กับลำโพง 4 ตัวที่ปรับแต่งโดย AKG เสียงที่ได้มีมิติและกระหึ่มมากๆเลยล่ะ เป็น Stereo ออกมาชัดเจน ใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งหูฟังกันเลย แถมรุ่นนี้ยังรองรับระบบเสียง Dolby Atmos เปิดแล้วเสียงดีขึ้นไปอีกนะ

เล่นเกมล่ะ สเปคนี้ไหวแค่ไหนเอ่ย !?

มาต่อในเรื่องการเล่นเกม รุ่นนี้ให้สเปคจัดเต็มมาด้วยชิปเซ็ตเรือธงรุ่นปีที่แล้ว แต่หลายคนอาจจะแอบคิดว่าแล้วมันจะไหวแค่ไหนถ้าเทียบกับเกมในปีนี้ ซึ่งเกมที่เราจะมาทดสอบให้ดูก็คือเกมฮิตที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปีก่อนๆแล้ว :P อย่าง ROV และ PUBG เชื่อว่าหลักๆก็อยากรู้ว่าเล่นเกมพวกนี้ลื่นรึเปล่าล่ะเนอะ และเท่าที่ทดสอบมาก็ได้ผลตามนี้ครับ

เล่น ROV บน Tab S4

ROV ถือว่าเป็นเกมที่ออกมาพักใหญ่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องการปรับแต่งให้เข้ากับชิปเซ็ตรุ่นต่างๆคงไม่ต้องเป็นห่วงเท่าไหร่ ยิ่ง Snapdragon 835 เป็นชิปเรือธงของปีที่แล้วด้วย ลากยาวมาถึงปีนี้ก็ยังเล่นเกมได้สบายๆอยู่นั่นแหละครับ สำหรับ ROV ก็ปรับค่าต่างๆได้สูงสุดอยู่แล้ว เฟรมเรตในเกมที่เล่นจริงๆก็จะวิ่งที่ราวๆ 50 - 57fps ถือว่าทำได้ลื่นๆตามมาตรฐานของแอนดรอยด์ในยุคนี้

เล่น PUBG บน Tab S4

ส่วน PUBG นี้ก็เริ่มมาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่การปรับแต่งต่างๆก็ทำได้ดีครับ ด้วยชิปเซ็ตระดับเรือธงแบบนี้การปรับค่าก็ได้สูงสุดที่ HDR ค่าเฟรมเรตไปได้ที่ Ultra ไปเลย เท่าที่ลองเล่นจริงๆตัวเฟรมเรตถือว่านิ่งดีจริงๆ ไม่เจออาการกระตุกจนเล่นไม่ไหว ทำได้อย่างราบรื่นดีครับ แถมได้จอใหญ่ๆเสียงลำโพงดีๆเล่นบนรุ่นนี้นี่อย่างสะใจเลยล่ะ

กล้องถ่ายภาพดีใช้งานได้

ในเรื่องของกล้องบนแท็บเล็ตก็คงไม่ได้เน้นหนักเท่าไหร่ แต่บน Galaxy Tab S4 ก็ให้ความละเอียดกล้องมาอย่างดีพร้อมใช้งานดีทีเดียว โดยให้กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล คุณภาพทำได้ดีครับ ด้วยความง่ายของ Samsung เองที่ Auto ค่อนข้างฉลาด

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Galaxy Tab S4

แบตเตอรี่เป็นไง ?

ปิดท้ายเข้าเรื่องของแบตเตอรี่กันอีกเช่นเคย รุ่นนี้ให้แบตฯมาที่ 7300mAh ถือว่าให้มาเยอะดีทีเดียวถ้าเทียบกับไซส์หน้าจอและหลายๆอย่าง และจากการทดสอบใช้งานจริงก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ วาดรูปต่อเนื่องได้หลายชม.อยู่ เล่นเกมติดต่อกันก็พอได้ ในเรื่องระบบการาร์จไฟรุ่นนี้ก็มี Fast Charge มาให้ด้วย ทำได้ดีเลยในเรื่องการชาร์จใช้อแดปเตอร์ของพวก S9 หรือ Note 9 มาใช้ควบคู่กันได้เลยไม่ต้องพกอันใหญ่มากมายอะไร :D

สรุป !

สำหรับ Samsung Galaxy Tab S4 นี้ก็ถือว่าเป็นแท็บเล็ตแอนดรอยด์อีกรุ่นที่น่าสนใจด้วยความครบที่ให้มา หน้าจอ Super Amoled 10.5 นิ้วที่ใหญ่สะใจและแสดงผลได้สวยงามเอามากๆ บวกกับสเปคภายในที่ให้มาครบครันถึงแม้จะไม่ได้ใหม่ล่าสุดแบบสุดๆก็เถอะ แบตเตอรี่พร้อมใช้งานได้ทั้งวันพร้อมรองรับระบบ Fast Charge ส่วนจุดเด่นอย่างเรื่องปากกา S Pen ก็ใช้งานได้อย่างดีในขนาดหน้าจอที่ใหญ่ยักษ์ รวมถึงการรองรับอุปกรณ์เสริมอย่างเคสคีย์บอร์ดหรือสาย DeX Cable ที่ช่วยเปลี่ยนแท็บเล็ตแอนดรอยด์ให้เหมือนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเข้าไปทุกที รวมๆแล้วใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่มีความคล่องตัวและประสิทธิภาพสูงอยู่เจ้าตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยครับ ! :D

ราคาค่าตัวของ Galaxy Tab S4 อยู่ที่ 23,900 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอ Super Amoled แสดงผลยอดเยี่ยม
  • อัตราส่วนแบบ 16:10 เหมาะกับการใช้งานด้านความบันเทิง
  • สเปคภายในยังเร็วแรงเหลือเฟือ
  • รองรับปากกา S Pen ให้สร้างสรรค์ผลงานได้อีกเยอะ
  • ตัวเครื่องบางเบา เหมาะกับการพกพา
  • รองรับการใช้งานโทรศัพท์
  • รองรับอุปกรณ์เสริมให้ใช้งานได้มากขึ้น (เคสคีย์บอร์ด, DeX Cable)

จุดสังเกต

  • หน่วยความจำภายในให้มาเพียง 64GB (แต่ยังรองรับ Micro-SD)
  • ไม่มีช่องเก็บปากกา S Pen ที่ตัวเครื่อง

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite