Photography : ไอเดียถ่ายภาพช่วงหน้าฝน แค่มีเลนส์มาโครติดบ้านไว้ ไม่ต้องออกไปไหน พร้อมตัวอย่างจาก Sony FE 90mm F2.8 Macro

น้าป๋วย | 27 ก.ค. 2561 21:01:20

9520

VIEWS น้าป๋วย

Photography : ไอเดียถ่ายภาพช่วงหน้าฝน แค่มีเลนส์มาโครติดบ้านไว้ ไม่ต้องออกไปไหน พร้อมตัวอย่างจาก Sony FE 90mm F2.8 Macro

ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ช่างภาพหลายคนเบื่อที่จะออกนอกบ้าน เพราะนอกจากจะเฉอะแฉะเดินทางไม่สะดวกแล้ว การนำเอาอุปกรณ์ถ่ายภาพออกไปลุยฝนก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรนัก วันนี้น้าป๋วยเลยมีไอเดียดีๆมานำเสนอสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ โดยไม่ต้องออกนอกบ้าน ขอแค่มีเลนส์มาโครสักตัวไว้ใช้งานก็พอแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าน้าป๋วยมีเลนส์ Macro ไว้ใช้งานอยู่แล้วนั่นคือเลนส์ Sony FE 90mm f2.8 G OSS Macro

เลนส์มาโครคืออะไร หลายคนอาจจะสงสัย ก็ขอออธิบายไว้ตรงนี้เลยแล้วกัน เลนส์มาโครเป็นเลนส์ถ่ายภาพประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพวัตถุในระยะใกล้ และให้อัตราขยายสูงกว่าเลนส์ปกติทั่วไป คุณสมบัติเด่นของเลนส์มาโครก็คือ ให้ภาพที่คมชัด เหมาะกับการใช้งานถ่ายภาพวัตถุเล็กๆเช่น แมลง ดอกไม้ พระเครื่อง เครื่องประดับ เป็นต้น ดังนั้นเลนส์มาโครจึงถูกออกแบบมาให้มีชิ้นเลนส์ที่มีคุณภาพสูง แต่มีช่วงความละเอียดในการปรับโฟกัสสูง รวมถึงระยะในการโฟกัสภาพใกล้มากจนถึงระยะอินฟินิตี้ที่มากกว่าปกติ จึงโฟกัสได้ช้ากว่าเลนส์ทั่วไป

ส่วนเลนส์ของ Sony ที่เป็นเลนส์มาโครสำหรับกล้อง Mirrorless ในปัจจุบันมีอยู่ 3 รุ่นด้วยกันคือ Sony E 30mm f3.5 MACRO , Sony FE 50mm f2.8 Macro และ Sony FE 90mm f2.8 G OSS Macro โดยตัว 30mm นั้นใช้งานได้กับกล้องเซ็นเซอร์ขนาด APS-C เท่านั้น ส่วนอีกสองตัวที่เหลือสามารถใช้งานได้กับกล้อง Full Frame และ APS-C

สำหรับน้าป๋วยเอง เลือกใช้งานเลนส์ Sony FE 90mm f2.8 G OSS Macro เพราะมีทางยาวโฟกัสค่อนข้างไกล สามารถใช้ถ่ายภาพพวกแมลงได้โดยไม่ต้องเข้าใกล้มากนัก และยังเอาไว้ใช้เป็นเลนส์ถ่ายภาพ Portrait ได้อีกด้วย แต่ข้อเสียก็คือโฟกัสช้ากว่าปกติและให้ความคมชัดสูง ขุดรายละเอียดบนใบหน้าของตัวแบบออกมามากเกินไป ต้องไปปรับแต่งแก้ไขทีหลัง แต่หากใช้งานถ่ายภาพระยะใกล้แล้วถือว่าเป็นเลนส์ที่มีคุณภาพสูงมาก เพราะเป็นเลนส์เกรด G ซึ่งเป็นเลนส์เกรดโปรของ Sony รองลงมาจากตระกูล GM ตัวเลนส์ออกแบบมาให้มีระบบขับเคลื่อนโฟกัสภายใน หน้าเลนส์จึงไม่ขยับเมื่อโฟกัส พร้อมมีปุ่มสวิตซ์เลือกระยะโฟกัสว่าจะให้ทำงานที่ Infinity - 0.5 เมตร หรือ 0.5 เมตร - 0.28 เมตร ลดการลากโฟกัสได้ดีกว่าการใช้งานที่ Full รวมถึงมีสวิตซ์เปิด-ปิด กันสั่นที่เลนส์ เอาไว้ใช้ได้อย่างสะดวกเวลาต่อขาตั้งกล้องแล้วต้องปิดใช้งาน เพื่อไม่ให้กล้องสับสนในเรื่องระบบกันสั่น


 

เอาล่ะ...เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องเลนส์มาโคร มาถึงตอนนี้แล้ว น้าป๋วยก็ขอเสนอไอเดียการถ่ายภาพในช่วงหน้าฝนอย่างที่เกริ่นไปตอนแรก ว่าเราสามารถถ่ายภาพที่บ้านได้ ไม่ต้องลุยฝน ขอแค่มีเลนส์มาโครไว้ใช้งาน โดยไอเดียแรกที่ขอนำเสนอก็คือ

1. การถ่ายภาพของเล่นให้สวยงามด้วยฉากหลังหน้าจอ

การถ่ายภาพของเล่นกระจุกกระจิกที่บ้าน เป็นไอเดียที่ง่ายและประหยัดมาก ถามว่าทำไมต้องใช้เลนส์มาโคร ก็เพราะว่าของเล่นต่างๆนั้นมักมีขนาดเล็ก ยากต่อการโฟกัสระยะใกล้หากใช้เลนส์ทั่วไป การใช้เลนส์มาโครจะช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น โดยไอเดียที่นำมาเสนอนี้จะช่วยสร้างสรรค์ฉากหลังให้ดูน่าสนใจในแบบที่ไม่ต้องลงทุนมากมายนัก รับรองได้เลยว่าไอเดียนี้จะช่วยให้ได้ภาพสวยๆดึงดูดใจกว่าการวางของเล่นแล้วถ่ายเฉยๆแน่นอน

อุปกรณ์ที่จำเป็น

  • ของเล่น หรือสิ่งของขนาดเล็กที่จะถ่าย
  • คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค หรือหน้าจอต่างๆที่มีขนาดใหญ่กว่าสิ่งที่จะถ่าย
  • ไฟสำหรับจัดแสง
  • แผ่นกระดาน แผ่นไม้ หรืออะครีลิคสำหรับวางของเล่นหรือสิ่งที่จะนำมาถ่ายภาพ
  • กล้องและเลนส์มาโคร

เริ่มเตรียมอุปกรณ์สำหรับการ่ายภาพ โดยสามารถใช้สิ่งของในบ้านมา DIY ได้ไม่ต้องไปซื้อใหม่ให้เสิยเงิน เช่น โคมไฟอ่านหนังสือ สามารถใช้แทนไฟสตูดิโอราคาแพงได้ จากนั้นก็จัดวางอุปกรณ์ต่างๆที่เตรียมไว้ โดยน้าป๋วยใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในการถ่ายภาพครั้งนี้ ซึ่งมีการวางแผ่นกระดานสีดำโดยมีแผ่นโฟมช่วยหนุนให้พ้นขอบจอ เวลาถ่ายภาพจะได้ไม่ติดขอบจอด้านล่าง

การเซ็ตอัพทำได้ง่ายๆ โดยคุณสามารถเรียนรู้การจัดแสงไปด้วยในตัว เพราะการถ่ายภาพลักษณะนี้เป็นการถ่ายภาพแบบเดียวกับการถ่ายภาพ Packshot เพียงแต่เราอาศัยหน้าจอมาช่วยสร้างฉากหลังแค่นั้น โดยคุณต้องมีการเตรียมภาพสวยๆที่จะนำมาเป็นฉากหลังเอาไว้ด้วย และเปิดรูปภาพให้เต็มหน้าจอขึ้นมา ทั้งนี้คุณสามารถเลือกว่าจะใช้ภาพฉากหลังแบบไหนให้เข้ากับของเล่นหรือสิ่งของที่คุณจะถ่าย

จากนั้นก็วางของเล่นไว้ด้านหน้าจอ โดยตั้งกล้องจัดองค์ประกอบภาพให้สวยงามและระมัดระวังเรื่องขอบจอภาพที่อาจติดเข้ามาในเฟรม จากนั้นก็จัดไฟตามต้องการให้ออกมาสวยงาม แล้วใช้เลนส์มาโครจ่อเข้าใกล้ ในการถ่ายภาพคุณสามารถเลือกใช้งานแบบออโต้โฟกัสได้ จากนั้นเปิดค่ารูรับแสงให้แคบลงสักหน่อยเพื่อควบคุมระยะชัด หากมีขาตั้งกล้องก็จะสะดวกในการถ่ายภาพมากขึ้น แค่นี้ก็สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาให้น่าสนใจได้แบบง่ายๆผ่านฉากหลังจากหน้าจอที่จะช่วยให้ภาพดูดีขึ้นในแบบที่ใครเห็นก็ต้องทึ่ง

จากภาพตัวอย่างจากเลนส์ Sony FE 90mm f2.8 G OSS Macro กับการถ่ายภาพโมเดลของเล่น เมื่อใช้งานร่วมกับ Sony A7RIII ต้องบอกว่าระบบออโต้โฟกัสทำงานได้รวดเร็ว โดยขั้นตอนการถ่ายภาพ น้าป๋วยใช้การปรับจุดโฟกัสเป็นแบบจุดเดียวเพื่อความแม่นยำ จากนั้นก็ปรับรูรับแสงประมาณ f11 เพื่อคุมระยะชัด แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเข้าใกล้วัตถุ ฉากหลังในส่วนหน้าจอก็จะเบลอจนไม่เห็นลายเส้นหน้าจอ และได้ภาพที่สวยงามกว่าการถ่ายภาพฉากหลังขาวหรือฉากหลังดำทั่วๆไป แถมยังสร้างสรรค์งานได้หลากหลายแบบตามจินตนาการ หรือจะเลือกภาพเป็นภาพโบเก้สวยๆเอามาเป็นฉากหลัง ก็เก๋ไปอีกแบบ

สำหรับเลนส์ Sony FE 90mm f2.8 G OSS Macro ที่นำมาใช้งานนี้ต้องบอกว่าใช้งานได้ดีมากๆ เพราะนอกเหนือจากเรื่องความคมชัดแล้ว ต้องบอกว่าตัวเลนส์เองยังรองรับการใช้งานกับกล้องความละเอียดสูงอย่าง Sony A7RIII ที่มีความละเอียดพิกเซลสูงถึง 42 ล้านพิกเซลได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

และถ้าคุณเป็นคนชอบถ่ายภาพแนว Packshot ลองหาสิ่งของอื่นๆมาถ่ายภาพดูบ้าง อย่างเช่นภาพนาฬิกาที่เห็น น้าป๋วยวางไอเดียคอนเซปต์ให้เป็นนาฬิกาดำน้ำประสิทธิภาพสูง จึงใส่ไอเดียเกี่ยวกับการดำน้ำลงไปในภาพทั้งหยดน้ำที่เกาะอยูที่ตัวเรือน และเลือกฉากหลังหน้าจอเป็นภาพนักดำน้ำ บวกกับการจัดแสงแบบง่ายๆ เอามาประกอบกันจนได้ภาพที่มีคอนเซปต์สินค้าที่สวยงาม


 

2. การสร้างสรรค์ควันเทียมด้วยเชือก

เทคนิคนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นยังไง เรามาดูกันดีกว่า สำหรับการสร้างควันเทียมนั้น เกิดจากการที่น้าป๋วยอยากถ่ายภาพแนวสต็อคที่เกี่ยวกับอาหาร แล้วอยากได้ควันสวยๆ แสดงให้เห็นถึงความน่ากิน น่ารับประทานของอาหารร้อนๆ แต่ปรากฏว่าไอน้ำระเหยเร็วเกินกว่าที่จะตั้งกล้องถ่ายภาพเสร็จ เลยหาวิธีถ่ายภาพควัน จนได้พบกับเทคนิคการใช้เชือกสร้างควันเทียม

อุปกรณ์ที่จำเป็น

  • สิ่งของที่จะถ่ายภาพร่วมกับควัน เช่น แก้วกาแฟ
  • เชือกสีขาว เช่น เชือกผูกรองเท้า หรือ สายหูฟังสีขาวก็ได้
  • ไฟฉาย 2-3 ดวง
  • ฉากหลังสีดำหรือสีเข้ม
  • ขาตั้งกล้อง
  • กล้องและเลนส์มาโคร

การเตรียมอุปกรณ์ก็หาได้ง่ายๆในบ้าน อย่างเช่น ไฟฉาย สามารถใช้ไฟจากสมาร์ทโฟนได้ ส่วนเชือกสีขาวก็หาไม่ยากเกินไปนัก หรือจะใช้สายหูฟังสีขาวแทนก็ได้เหมือนกัน ส่วนฉากหลังสีดำหรือสีเข้มจำเป็นต้องใช้ เพื่อให้เราสามารถบันทึกภาพควันที่เราสรางสรรค์ขึ้นมาได้อย่างชัดเจน หากเป็นฉากหลังสีขาวหรือสีอ่อน แม้จะถ่ายควันจริงๆก็มองแทบไม่เห็นเช่นกัน

ขั้นตอนต่อมาก็คือการถ่ายภาพ น้าป๋วยเลือกใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพ เพราะสามารถเข้าใกล้วัตถุได้มาก การถ่ายภาพแนวนี้หากไม่มีเลนส์มาโครก็จะถ่ายได้ยาก บางครั้งองค์ประกอบภาพก็หลวมเกินไป เพราะต้องตั้งกล้องไว้ห่างจากวัตถุเพื่อให้สามารถโฟกัสภาพได้ แถมภาพที่ได้ก็ไม่คมชัดเท่าเลนส์มาโครอีกด้วย

พูดแต่เรื่องเลนส์เดี๋ยวจะเบื่อซะก่อน มาดูขั้นตอนการถ่ายภาพควันเทียมดีกว่า ว่าทำอย่างไร ตามนี้

1. ปิดไฟในห้องให้มืดพอสมควร เพราะต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ

2. ใช้ไฟฉายส่องนำไปที่ตัววัตถุที่จะถ่ายช่วยโฟกัสและเปิดเงาด้านหน้า

3. เอาเชือกหรือสายหูฟังสีขาวที่เตรียมไว้มาผูกกับไฟฉายอีกตัว

4. ตั้งค่ากล้องเป็น M เปิดความเร็วชัตเตอร์ 8-10 วินาที ส่วนรูรับแสงและ ISO ตั้งค่าตามสภาพแสงหรือตามความต้องการ

5. ขณะถ่ายภาพให้เอาไฟฉายผูกเชือกแกว่งไปมารอบๆเพื่อให้เกิดการเคลื่อนที่โดยมีแสงไฟตกกระทบลงบนเชือก โดยกล้องต้องอยู่บนขาตั้งกล้อง

6. ดูผลลัพธ์ ไม่พอใจถ่ายใหม่! ไม่ร้อน ไม่ต้องกลัวควันจาง!!

ลองทำตามขั้นตอนนี้ง่ายๆก็จะได้ภาพควันสวยๆแล้ว เพราะเชือกสีขาวของเราแกว่งขณะถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำจนได้ภาพที่มีลักษณะเหมือนควันจริงๆ ส่วนภาพด้านบนที่เห็นมีประกายสีทองเหมือนไฟ เกิดจากขั้วแจ็คหูฟังที่เป็นสีทอง เมื่อเกิดการแกว่งก็ดูคล้ายเป็นประกายไฟ เรียกได้ว่าเทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ไม่ยาก ได้ภาพสวยด้วยเลนส์มาโครในแบบที่ใครเห็นก็ต้องร้อง "ว้าว" เมื่อได้รู้เบื้องหลัง และแน่นอนว่าเลนส์ที่น้าป๋วยใช้ก็ช่วยให้ถ่ายภาพได้สนุกมาๆ เพราะได้ภาพคมชัดแบบไม่ต้องมาปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม จบหลังกล้องได้เลย


 

3. สนุกไปกับการหักเหของแสง

สำหรับไอเดียการถ่ายภาพนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เลนส์มาโครโดยเฉพาะ เพราะต้องเข้าใกล้เป็นพิเศษ เพราะเราจะมาถ่ายภาพหยดน้ำที่มีการหักเหของแสงจนได้ภาพแปลกตาอย่างไม่น่าเชื่อว่าเป็นเทคนิคที่ง่ายสุดๆ อย่างน้อยก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียเก็บเอาไว้ถ่ายภาพในบ้านเวลาฝนตก ออกไปไหนไม่ได้

อุปกรณ์ที่จำเป็น

  • แผ่นพลาสติกใส เช่น กล่องใส่ซีดี
  • หลอด
  • ถ้วย หรือ กระดาษ
  • วัตถุชิ้นเล็กๆ สีสันสดใส เช่น ลูกกวาด เป็นต้น
  • ขาตั้งกล้อง
  • กล้องและเลนส์มาโคร

สำหรับไอเดียนี้ เป็นไอเดียที่สนุก ง่าย และได้ภาพสวยงามอย่างน่าทึ่ง ข้อสำคัญคือต้องใชเลนส์มาโครเท่านั้น รวมถึงการใช้งานร่วมกับขาตั้งกล้อง เพราะจำเป็นต้องโฟกัสในระยะที่ใกล้มาก จึงอาจเกิดการสั่นไหว ไม่คมชัดขึ้นมาได้ โดยการเตรียมขั้นตอนการถ่ายภาพ แค่นำลูกกวาดสีสวยๆ หรือวัตถุขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงามมาใส่ไว้ในถ้วยที่เราเตรียมไว้ หรือใช้กระดาษมาม้วนห่อไว้เป็นทรงกระบอกคล้ายแก้ว

จากนั้นใช้หลอดค่อยๆหยดน้ำลงไปบนแผ่นพลาสติกใส โดยตัวพลาสติกใสนั้นวางซ้อนอยู่ด้านบนของถ้วยที่เราจัดเตรียมไว้ตั้งแต่แรกนั่นเอง ซึ่งตอนนี้เราจะสังเกตเห็นว่าหยดน้ำทำหน้าที่หักเหแสงจนเกิดภาพสะท้อนขึ้นในแต่ละหยด

จากนั้นก็ถึงขั้นตอนการจัดวางและถ่ายภาพ ซึ่งเคล็ดลับหนึ่งที่ใช้ในการถ่ายภาพมาโครแบบนี้ก็คือ ควรใช้ระบบโฟกัสแบบ Manual จะดีกว่า เพราะจะโฟกัสได้แม่นยำกว่าออโต้โฟกัส และควรใช้ค่ารูรับแสงแคบ เพื่อให้หยดน้ำอยู่ในระยะชัดไม่หลุดโฟกัส เห็นเงาสะท้อนได้สวยงาม จากนั้นก็วัดแสงปกติแล้วลองถ่ายภาพดูได้เลย

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเทคนิคไอเดียการถ่ายภาพนี้ น่าจะเป็นไอเดียที่ง่ายและสร้างสรรค์เองได้ไม่ยาก หากฝนตกจนออกไปท่องเที่ยวถ่ายรูปไม่ได้ นี่ก็น่าจะเป็นอีกตัวอย่างของการถ่ายภาพที่สนุก และเป็นการใช้งานเลนส์มาโครเพียงตัวเดียวเท่านั้น ไม่ต้องพึ่งพาการตัดต่อภาพ หรือเทคนิคที่ซับซ้อนยุ่งยากพิสดารจนทำให้คุณอาจเบื่อการถ่ายภาพในบ้านไปซะก่อน


 

4. ถ่ายภาพแสงสะท้อนจากแผ่นซีดี

แผ่นซีดีเก่าๆที่บ้านก็เอามาใช้ถ่ายภาพให้สวยงามได้ เราคงเคยเห็นช้างผูกแผ่นซีดีไว้ที่หาง เพราะตัวแผ่นซีดีสามารถสะท้อนแสงได้ และแน่นอนว่าการสะท้อนแสงของแผ่นซีดีนั้นมีหลากหลายสีสัน น้าป๋วยจึงขอนำเสนอไอเดียแก้เบื่อยามฝนตกอยู่บ้าน ลองรื้อแผ่นซีดีเก่าๆมาถ่ายภาพสวยๆกัน น่าจะดีกว่าอยู่บ้านเซ็งๆ

อุปกรณ์ที่จำเป็น

  • แผ่นซีดี
  • หลอด
  • ไฟฉาย
  • ขาตั้งกล้อง
  • กล้องและเลนส์มาโคร

สำหรับเทคนิคการถ่ายภาพนี้คล้ายๆกับการถ่ายภาพก่อนหน้าที่เราเล่นเรื่องการหักเหของแสง แต่รอบนี้เราจะถ่ายสเปคตรัมของแสงที่เกิดจากการกระจายแสงที่สะท้อนบนแผ่นซีดีแทน โดยอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานคือขาตั้งกล้อง เพราะจำเป็นต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ รวมไปถึงเลนส์มาโครที่เป็นพระเอกของเรานั่นเอง เพราะรอบนี้จำเป็นต้องถ่ายภาพหยดน้ำอีกเช่นกัน

น้าป๋วยเตรียมเอาแผ่นซีดีมาวางบนโต๊ะ แล้วก็จัดการเอาหลอดจุ่มน้ำ ค่อยๆหยดลงบนแผ่นซีดีให้ทั่ว จากนั้นก็ตั้องกล้องบนขาตั้งกล้องให้เรียบร้อย โดยตั้งค่าโฟกัสเป็นแบบ Manual เช่นเดิม และต้องใช้เลนส์มาโครเพื่อโฟกัสไปที่หยดน้ำในระยะใกล้ เปิดค่ารูรับแสงแคบเอาไว้เพื่อให้ได้ระยะชัดลึกที่เพียงพอ รวมถึงใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำประมาณ 2-5 วินาที โดยสภาพห้องควรให้มืดพอสมควร

จากนั้นก็นำไฟฉายมาส่องวนรอบแผ่นซีดี ลองสังเกตตำแหน่งของแสงไฟที่ตกกระทบ ดูว่าตำแหน่งใดทำให้เกิดสีสันขึ้นบนแผ่นซีดี เพราะเราจะบันทึกแสงสีเหล่านั้น ในขณะที่กล้องบันทึกภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ขณะถ่ายภาพอย่าลืมแกว่งไฟฉายหมุนไปด้วย แล้วภาพที่แปลกตาแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ง่ายๆจบหลังกล้องก็ได้ หรือจะเอาไปแต่งภาพต่อก็ตามสะดวก ไม่เห็นต้องออกจากบ้านไปลุยฝนให้ตัวเปียกที่ไหน ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ แถมยังได้ภาพเอาไว้โพสต์โชว์อีกต่างหาก 

 

แถมทิ้งท้ายนิดนึงเรื่องเลนส์ ด้วยคุณสมบัติของเลนส์ Sony FE 90mm f2.8 G OSS Macro ตัวนี้ที่มีอัตราขยาย 1:1 สามารถเข้าใกล้ถ่ายหยดน้ำได้มากจริงๆ จึงเห็นหยดน้ำใหญ่สะใจ เรียกได้ว่าเป็นเลนส์ที่น้าป๋วยแนะนำว่าควรมีไว้สักตัว หากคุณอยากได้ภาพแนวนี้ยังไงก็ต้องหาซื้อเลนส์มาโครมาใช้งานจริงๆครับ ส่วนคราวหน้าจะมีเทคนิคอะไรมาแนะนำอีก โดยเฉพาะผู้ใช้งานกล้องและเลนส์ Sony ต้องติดตามกันดูที่ TechXcite เท่านั้น