พาชมห้องแล็บทดสอบสมาร์ตโฟน Huawei กว่าจะเป็นมือถือสักเครื่องต้องผ่านอะไรบ้าง?

ป๋าเอก | 13 ก.ค. 2561 16:03:43 (อัพเดต 16 ก.ค. 2561 09:43:31)

3319

VIEWS ป๋าเอก

:: พาชมห้องแล็บทดสอบสมาร์ตโฟน Huawei กว่าจะเป็นมือถือสักเครื่องต้องผ่านอะไรบ้าง? ::

อย่างที่เราพอจะทราบกันทุกท่านนั่นละครับว่าการที่สมาร์ตโฟนสักเครื่องจะออกวางจำหน่ายส่งตรงถึงมือของทุกคนนั้น ไม่ใช่ว่าอยู่ๆแค่จะประกอบขึ้นมาจากโรงงานให้เสร็จยัดใส่กล่องแล้วออกวางขายเลยเสียเมื่อไหร่ แต่มันยังมีกระบวนการทดสอบอีกมากมายเพื่อให้แน่ใจว่าสมาร์ตโฟนที่ออกวางขายนั้นมีคุณภาพในการใช้งานทุกๆด้านที่น่าพึ่งพอใจเสียก่อน ซึ่งตามปกติแล้วกระบวนการเหล่านี้ก็อาจจะดำเนินการกันอยู่ภายในบริษัทโดยที่ผู้บริโภคทั่วไปอาจจะไม่รู้หรือรู้เพียงแค่ผิวเผินหรอกว่าเขาทำอะไรกันอย่างไร

อย่างไรก็ตามสำหรับวันนี้ผม “ป๋าเอก” ที่ได้เดินทางไปเยี่ยมชมห้องแล็บทดสอบสมาร์ตโฟน (Huawei Device Laboratory) ถึงมหานครปักกิ่ง ประเทศจีน ก็ขอใช้โอกาสนี้มาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบกันว่ากว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน Huawei สักเครื่องหนึ่งนั้น เขาต้องผ่านการทดสอบความ “อึด-ถึก-ทน” อะไรกันมาบ้างครับ!

สำหรับสถาบันวิจัย Huawei Device Laboratory ประจำกรุงปักกิ่งนั้นได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2016 ที่ผ่านมานี่เอง โดยเอาจริงๆแล้วห้องวิจัยเหล่านี้ก็อยู่ในอาคาร Q6 และ Q7 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Huawei ทั้งหมด ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร และประกอบด้วยห้องแล็บทั้งหมด 23 ห้องรองรับการวิจัยมากถึง 9 ประเภท

บอกได้เลยว่าศูนย์วิจัยของ Huawei แห่งนี้สามารถทดสอบสมาร์ตโฟนได้พร้อมกันถึง 5,000 เครื่องพร้อมกัน หรือประมาณ 40,000,000 เครื่องต่อเดือน โดยส่วนใหญ่ก็จะหนักไปที่การใช้เครื่องจักรเข้ามาแทนที่การใช้แรงงานคนสำหรับการทดสอบในหลายๆส่วนนั่นเอง

ว่าแล้วก็ขอเิชญตามไปชมกันต่อเลยครับว่าหลักๆแล้วห้องแล็บทดสอบสมาร์ตโฟนของ Huawei ที่นี่นั้นเขามีอะไรน่าสนใจยังไงบ้าง!

Automation Test Center

ส่วนนี้ก็จะเป็นห้องแล็บที่มีเครื่องทดสอบอยู่กว่า 800 เครื่องซึ่งจะสามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ เอาง่ายๆว่่าตอนที่ผมเข้าไปชมนั้นมีพนักงานที่คอยควบคุมเครื่องจริงๆอยู่ไม่เท่าไหร่เลย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยเพราะอุปกรณ์เหล่านี้สามารถทดสอบสมาร์ตโฟนได้พร้อมกันถึง 5,000 เครื่องในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าความเร็วของการใช้จัักรกลเหล่านี้ก็ไม่ต่างกับการทำงานของพนักงานสัก 10,000 คนที่ต้องทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมงเลยละ

เท่าที่ลองสอบถามมาดูก็เหมือนกับว่าแล็บ Automation Test Center นั้นจะเอาไว้สำหรับทดสอบสมาร์ตโฟนด้วยวิธีการที่คนจริงๆอาจจะทำได้ยากกว่า การเลือกใช้หุ่นยนต์ที่สามารถกำหนดค่าทุกอย่างได้อย่างแม่นยำจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่นการเทสต์หมุนหน้าจอที่หากตัวเครื่องเอียงถึงองศาระดับนึงแล้วหน้าจอก็จะหมุน Auto-rotate อย่างที่เราใช้งานกันจนคุ้น ซึ่งกับอุปกรณ์ในห้องแล็บเหล่านี้เราสามารถกำหนดค่าในการทดสอบได้อย่างง่ายดายและเที่ยงตรง นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าห้องแล็บนี้จะมีไว้เพื่อใช้ทดสอบเรื่องของซอฟต์แวร์ภายในเครื่องด้วยนะครับ

Communication Protocol Test Laboratory

ห้องแล็บต่อมาก็น่าสนใจไม่แพ้กันด้วยหน้าตาที่ชวนให้คิดถึงห้องเซิฟเวอร์ยังไงยังงั้น ซึ่งก็ไม่ผิดแต่อย่างใดเพราะห้องนี้จะเป็นจุดทดสอบสมาร์ตโฟนกับการเชื่อมต่อเครือข่ายในทุกรูปแบบจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย 2G, 3G, LTE รวมไปจนถึงระบบการใช้งานอื่นๆเช่น 4G HD Video Call, VoWiFi, CA หรือ MIMO ก็สามารถทดสอบได้จากที่นี่เลย เพราะเขาสามารถที่จะจำลองรูปแบบเครือข่ายหลักๆจากทั่วโลก ในรูปแบบสถานการณ์ต่างๆได้มากกว่า 1,000 แบบเลยทีเดียว

Reliability Laboratory

มาถึงห้องที่หลายคนน่าจะสนใจกันนั่นก็คือ "ห้องทรมาน" หรือพูดให้รื่นหูหน่อยก็คงต้องบอกว่าเป็นห้องทดสอบประสิทธิภาพความทนทานของสมาร์ตโฟนนั่นเอง โดยในส่วนนี้พอเข้ามาแล้วก็จะพบกับความเอะอะมะเทิ่งอยู่ไม่เบาเพราะเขาต้องทดสอบมือถือกันอย่างเข้มข้นด้วยอุปกรณ์ต่างๆมากมาย อย่างเช่นการทดสอบสมาร์ตโฟนว่าจะงอหรือไม่หากจำลองสถานการณ์เหมือนกับว่าอยู่ในกระเป๋ากางเกงแล้วถูกนั่งทับอีกที, การเสียบแจ็คหูฟังเข้า-ออกวนเวียนไปไม่รู้จบเพื่อดูว่าเครื่องจะยังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ หรือแม้กระทั่งการทดสอบเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ดูสิว่าถ้านานๆแล้วเครื่องจะร้อนหรือไม่เป็นต้น

นอกจากนี้ในส่วนที่ทุกคนน่าจะคุ้นตากันมาจากการดูคลิปเมืองนอกก็เห็นจะเป็นการทดสอบแบบมาตรฐานอย่างเช่น Drop Test ที่เครื่องจะกำหนดความสูงที่ต้องการแล้วปล่อยสมาร์ตโฟนลงมากระแทกพื้น รวมไปจนถึงการนำสมาร์ตโฟนไปใส่เครื่องจักรของเขาแล้วทำการหมุนไปเรื่อยๆ (อารมณ์ประมาณโถภาชนะจับเลขหวย 555+) เพื่อดูว่าเสร็จแล้วเครื่องยังใช้งานได้ตามปกติหรือไม่

อีกส่วนที่ผมชอบมากและเขาแยกมาเป็นอีกห้องนึงเลยก็คือห้องทดสอบความสามารถในการกันน้ำกันฝุ่นที่ก็จะนำมือถือไปวางให้ละอองน้ำฝนหยดพรำๆใส่เครื่องตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการซีลภายในเครื่องที่จะฉีดน้ำสีเข้าไปดูว่าจะเปรอะเปื้อนเข้าไปได้ถึงส่วนไหน ซึ่งส่วนที่เขาซีลไว้อย่างดีก็จะไม่เปื้อนน้ำสีที่ว่าด้วย เป็นอันให้คุณแน่ใจได้ว่าอย่างน้อยๆเรื่องการกันน้ำกันฝุ่นของมือถือ Huawei นี่เขาก็เตรียมการมาดีไม่แพ้ใครเลยนะ! 

Audio Laboratory

ฝั่งแล็บเสียงเองก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะจะเป็นการทดสอบว่าสมาร์ตโฟนที่เราใช้งานกันอยู่นั้นจะสามารถรับสายโทรเข้า-ออกหรือฟังเพลงโดยที่ยังได้รับคุณภาพที่ครบถ้วนหรือไม่ โดยในส่วนนี้จะแบ่งออกเป็นสองห้องหลักๆคือห้องทดสอบเรื่องไมโครโฟนและลำโพงแยกออกจากกันเลย เวลาเข้าไปในห้องนี้หูก็จะวิ้งๆอยู่พอสมควรเพราะภายในบุด้วยวัสดุเก็บเสียงไม่ให้มีเสียงรบกวนจากภายนอกลอดเข้ามา จะว่าไปแล้วห้องแล็บแห่งนี้ยังเป็นที่แรกในเอเชียแปซิฟิคด้วยนะที่ผ่านมาตรฐานลดเสียงรบกวนแบบ 3PASS ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยนะเออ

Antenna Laboratory

ปิดท้ายกันที่แล็บนี้เพราะถ้ามือถือไม่รองรับคลื่นสัญญาณประเภทอื่นๆก็คงไม่โอเคกันแน่ๆ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเปนพื้นที่สำหรับทดสอบในเรื่องของการเชื่อมต่อกับคลื่นสัญญาณต่างๆเช่น GPS หรือ WiFi ด้วยการนำสมาร์ตโฟนเข้าไปทดสอบในห้องที่บุด้วยวัสดุดูดซับคลื่นสัญญาณรบกวนอื่นๆที่หน้าตาดูเหมือนกับถอดมาจากหนังไซไฟยังไงยังงั้น แน่นอนว่าผู้ที่ดูแลเครื่องอยู่ภายนอกก็สามารถกำหนดค่าสร้างสถานการณ์ในแบบต่างๆเพื่อดูว่าสมาร์ตโฟนที่นำมาทดสอบนั้นสามารถใช้งานทุกคลื่นสัญญาณได้ตามปกติหรือไม่

เอาเป็นว่ากว่าจะผ่านกระบวนการวิจัยออกมาเป็นสมาร์ตโฟนที่ทุกท่านใช้งานกันอยู่สักเครื่องนั้นก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกันเลยนะเนี่ย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพราะว่าทาง Huawei นั้นเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับการทดสอบอยู่สูงมากเลยละ ถ้าไม่ได้ตามมาตรฐานที่เขากำหนดก็คงไม่ดีแน่ เพราะสินค้าที่ผลิตออกไปจริงนั้นต้องได้รับการทดสอบอย่างครบถ้วนทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานเข้ากันได้อย่างลงตัวตามมาตรฐานของ Huawei นี่เอง!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite