Article : OPPO ชวน TechXcite เยี่ยมชมโรงงาน กว่าจะได้สมาร์ทโฟนสักเครื่องผ่านอะไรมาบ้าง !!

เฮียแม็พ | 13 ก.ค. 2561 01:51:22 (อัพเดต 15 ก.ค. 2561 15:01:28)

4042

VIEWS เฮียแม็พ

Article : OPPO ชวน TechXcite เยี่ยมชมโรงงาน
กว่าจะได้สมาร์ทโฟนสักเครื่องผ่านอะไรมาบ้าง
!!

ถือว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับเรามานานพอสมควรสำหรับ OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนจีนที่มีบทบาทในตลาดบ้านเราอย่างมาก และในปีนี้ก็ถือว่าเป็นวาระครบรอบ 10 ปีของ OPPO ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งปีนี้ก็ดูมีอะไรยิ่งใหญ่มาให้เราได้เซอร์ไพรส์อย่างมากเลยทีเดียวล่ะ ทั้งสมาร์ทโฟนเรือธงที่ห่างหายไปนานกับ OPPO Find X, โปรโมชั่นพิเศษ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆที่เชื่อว่าคงมีให้เห็นอีกมากแน่นอน และในโอกาสนี้ทาง OPPO ประเทศไทยจึงได้เชิญสื่อไทยไปร่วมชมโรงงานพร้อมกับพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นมาของแบรนด์เพิ่มเติมด้วย เอ้าา ! อย่ารอช้าเลย มาเริ่มกันดีกว่าว่าผมไปเจออะไรมาในทริปนี้บ้าง :D

พาชมโรงงาน เขาทำอะไรกันบ้างล่ะ !?

ก่อนอื่นไหนๆก็มาถึงตึกเขาแล้ว ขอเซลฟี่กับป้าย OPPO กันสักหน่อย ให้รู้ว่ามาถึงแล้วเนอะ รูปนี้ก็ถ่ายด้วย OPPO R15 Pro เนาะ หน้าเนียนพร้อมเก็บรายละเอียดได้ครบทีเดียว (ขายของกันตั้งแต่ต้นบทความเลยวุ้ย :P)

 

เอ้าาา ! มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ก่อนจะเข้าชมโรงงานเราก็ต้องแปลงโฉมกันก่อนนะ เพราะจะเข้าไปทั้งๆชุดของตัวเองเลยไม่ได้ มันไม่ปลอดภัย (หมายถึงโรงงานเขาน่ะไม่ปลอดภัยที่เราเข้าไป :P)ก็ต้องมีการใส่เสื้อคลุม สวมหมวก และคลุมรองเท้าไปให้หมดเลยในทีเดียว แอบชอบที่คลุมรองเท้าของที่นี่นะคลุมไปทั้งรองเท้าเลย น่าเอาใช้เวลาฝนตกจริงๆ :P

พอๆเข้าเรื่องกันดีกว่า มัวแต่ไปสนใจเรื่องชุดอยู่นั่นแหละ เริ่มต้นเขาก็จะพาเรามาดูประวัติศาสตร์คร่าวๆของตัวโปรดักต์ที่เคยผลิตมา หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า OPPO นั้นเป็นแบรนด์ที่เริ่มต้นมาจากเครื่องเล่นเพลงแบบ MP3 อย่างในภาพนี้ก็คือรุ่น X11 ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2004 นู่นแหนะ

ต่อมาก็จะเป็นพวกมือถือปุ่มกดต่างๆ ตรงนี้อาจจะไม่ได้คุ้นหน้าคุ้นตาในบ้านเรานัก แต่ก็ถือว่าเริ่มมีการทำมือถือขึ้นมาในยุคต่อๆมา

จนมาถึงยุคสมาร์ทโฟนซีรีส์ Find ที่สร้างชื่อให้กับ OPPO อย่างมาก เริ่มจาก Finder สมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในยุคนั้น , Find 5 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด Full-HD และ Find 7 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับสเปคที่ครบครันและหน้าจอ Quad-HD (2K)อีกต่างหาก เรียกว่าเห็นตำนานมาวางอยู่ตรงนี้เพียบ แอบกรี๊ดในใจเบาๆ :P

ต่อมาก็เป็นซีรีส์ที่สร้างชื่ออีกคือ OPPO N3 มือถือที่ใช้กลล้องหมุนได้ จริงๆควรมี N1 ที่เป็นรุ่นแรกด้วย แต่ที่โชว์อยู่ก็เป็น N3 รุ่นที่หมุนได้ด้วยมอเตอร์แถมใช้เลนส์ schneider KREUZNACH อีกต่างหาก (รุ่นนี้ก็เคยรีวิวนะ กล้องฟรุ่งฟริ้งมาก)ถัดมาเรื่อยๆก็เป็นซีรีส์ R ที่เริ่มจะมีบทบาทในบ้านเราอย่างมากในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมานี้

ไป ! ไปดูข้างในโรงงานกัน !

เอาล่ะ ได้เวลาเยี่ยมชมโรงงานของเขาจริงๆสักที มัวแต่ชื่นชมสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนๆอยู่นั่นแหละ มาเร็วๆพวกเรามามุงงงง ! ภายในสายการผลิตจริงๆก็จะแบ่งเป็นชิ้นส่วนต่างๆไล่เป็นแถวๆอะนะ เริ่มแรกเขาพามาดูเกี่ยวกับตัว Motherboard กันก่อนเลย แน่นอนว่าตัว Motherboard นี้เป็นฐานของสมาร์ทโฟนเลย เพราะเอาไว้ใส่พวกชิปเซ็ตหรือโมดูลต่างๆมากมาย

ขั้นตอนแรกก็คือการเข้าส่วนของแท่นหล่อสร้างเป็น Motherboard ก่อน ซึ่งก็จะควบคุมการทำงานผ่านเครื่องจักรและมีคนคอยดูควบคู่ไปตลอด

พอได้ Motherboard ออกมาเรียบร้อย ก็เป็นการใส่พวกชิ้นส่วนต่างๆลงไป อย่างชิปเซ็ต หรืออุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็น จากนั้นก็มาตรวจเช็คนะ ว่ามี Defect หรือข้อผิดพลาดอะไรนั้นไหม ถ้าไม่มีก็ผ่านไปสู่ขั้นตอนต่อไป แต่ถ้ามีก็จะมีพนักงานคอยหยิบมาตรวจเช็คเพิ่มเติมครับ

 

ใน Motherboard ที่ใส่ชิ้นส่วนต่างๆไว้ จะมาด้วยกัน 4 ชุด หลังจากที่มีการใส่ชิ้นส่วนต่างๆเรียบร้อยและพบว่าไม่มีปัญหาก็จะมีการมาแยกชิ้น ให้เป็น 4 ชิ้น เพื่อไปทำงานในขั้นตอนต่อไปครับ

ละก็มาต่อในเรื่องของการใส่เฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์เข้าไปในตัวแผง Motherboard ด้วยตัวเครื่องจักรอีกที แยกเป็นแผงๆไป รวมๆแล้วในส่วนของตัวชิ้นส่วนหรือชิปเซ็ตต่างๆจะทำเสร็จในจุดนี้ ต่อแถวจะทำได้ราวๆวันละ 10,000 ชิ้น รวมกว่า 10 แถวก็เป็น 100,000 ชิ้นต่อวัน

จากนั้นไปไหนต่อ ก็ประกอบเข้าเครื่องสิ !

ต่อมาเรามาดูไลน์การผลิตของรุ่นล่าสุดอย่าง OPPO R15 ล่าสุดเท่านี้ก่อน แอบคิดว่าจะได้เห็น Find X ล่ะสิ ยังเขายังไม่ให้ดูนะ :P ก็มาดูที่ตัวเครื่อง R15 ก่อน รุ่นนี้ไม่ได้นำเข้ามาวางจำหน่ายที่ไทย แต่ก็มีความใกล้เคียงกับ R15 Pro ที่วางจำหน่ายอยู่ไม่น้อยนะ ในส่วนนี้เราจะได้เห็นบล็อกของตัวเครื่องออกมาแล้ว ก่อนที่จะมาใส่ชิ้นส่วนและพวกบอร์ดจากห้องแรกที่เราได้ดูไป

ซึ่งตรงนี้ก็ยังเป็นแค่โครงก่อน และยังมีชิ้นส่วนหลายๆอย่างที่มาประกบเข้ากับตัวเครื่องในส่วนนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, กล้อง, แบตเตอรี่ หรือฝาหลัง เป็นต้น ทั้งหมดนี้ก็จะประกอบกันเป็นแถวยาวๆทำงานกันอย่างต่อเนื่องมากเลยล่ะ

หลังจากที่ใส่ชิ้นส่วนประกอบเข้าหากันคร่าวๆเป็นโครงแล้ว ก็ถึงคราวที่มาประกบฝาหลังเข้ากับเครื่องให้เรียบร้อย โดยจะมีเครื่องที่ช่วยยึดตัวฝาหลังให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

เสร็จเป็นเครื่องมาละก็ต้องทดสอบหน่อย !

หลังจากที่มีการประกอบตัวเครื่องได้สมบูรณ์แล้ว ที่เหลือจะเป็นการทดสอบการใช้งานต่อไป โดยตรงนี้จะมีพนักงานคอยเทสด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทัชสกรีนหรือทดสอบกล้อง เขาก็จะหยิบมากดทดสอบการใช้งานเป็นเรื่องๆไปเลย ทั้งหล้องหน้าหล้องหลังก็กดกันแชะๆตรงนี้ก่อนเลย เรื่องเสียงโอเคไหมก็ใส่หูฟังเทสกันตรงนี้แหละ

หลังจากนั้นก็ส่งไปให้เครื่องจักรทำการทดสอบกันอีกทอดหนึ่ง จะมีทั้งการทดสอบในเรื่องของระบบแบบเดียวกับ และลงซอฟต์แวร์ทับเข้าไปอีกชั้น

ทดสอบหลายๆอย่างจนเกือบครบ ก็มาถึงเรื่องที่สำคัญที่ติดมาให้ก็คือติดฟิล์ม อย่างที่ทราบดีว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนส่วนใหญ่มักจะมีฟิล์มกันรอยติดมาให้ตั้งแต่เปิดกล่องเลย และนี่ก็คือขั้นตอนการติดฟิล์มครับ เขาจะมีเครื่อคอยจับมือถือมาวางและส่งฟิล์มลงมาประทับได้อย่างพอดีเป๊ะๆ คือเห็นเครื่องแบบนี้แล้วพนักงานติดฟิล์มตาม MBK คงมีหนาว เพราะทำได้รวดเร็วมาก และเป๊ะสุดๆ :P

แปะฟิล์มเช็คเครื่องให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็ทำการแพ็คเครื่องเข้ากล่องพร้อมส่งต่อไปตามคลังก็ว่าไปครับ หลังจากตรงนี้ก็เป็นเรื่องของเขาแล้วเนอะ :D

พูดคุยกันต่อกับเรื่องเทคโนโลยี VOOC Flash Charge !

หลังจากเยี่ยมโรงงานภายมาแล้ว เราก็มี Session พูดคุยกับคุณ Jeff นักพัฒนาระบบชาร์จไวที่ขึ้นชื่อมากๆของ OPPO อย่าง VOOC Flash Charge ระบบชาร์จเร็วที่ทำความเร็วได้ดีมาก แถมยังมีความปลอดภัยด้วยระบบป้องกันกว่า 5 ชั้นอีกด้วย

ทำไมถึงต้องทำระบบชาร์จไวล่ะ ? พูดถึง Background ต้นกำเนิดของระบบนี้กันก่อนเลยดีกว่า ในเรื่องของระบบชาร์จ แน่นอนว่าในยุคที่มือถือยังคงเป็นระบบ 2G หรือ 3G ไม่ได้มีความสมาร์ทเท่าทุกวันนี้ ตัวแบตเตอรี่ที่ให้มาก็ไม่ได้มีความจุมากเท่าไหร่ การชาร์จก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเยอะ แต่ในยุคนี้ที่อะไรๆก็สมาร์ทไปหมด แบตเตอรี่ก็เพิ่มความจุให้มากขึ้น การชาร์จก็จำเป็นต้องพึ่งเวลาที่มากกว่าเดิม ตัว VOOC Flash Charge จึงออกมาตอบโจทย์ในเรื่องนี้นี่เองครับ

ซึ่งแน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของ VOOC Flash Charge คือ เร็ว และ ปลอดภัย ความเร็วโดยรวมคือเร็วกว่าการชาร์จในแบบปกติถึง 4 เท่า จึงทำให้เราสามารถใช้โทรศัพท์โทรคุยกันได้ต่อเนื่องนานถึง 2 ชม.ในการชาร์จเพียง 5 นาทีเท่านั้น

 

ความปลอดภัยที่ว่า... ก็คืออุปกรณ์ที่รองรับตัว VOOC นั้นได้มาตรฐานและมีการคิดค้นมาอย่างดี อย่างในตัวสาย Micro-USB นั้นก็มีการออกแบบและค้นคว้ารูปแบบมากว่า 50 รูปแบบก่อนที่จะออกมาเป็นทรง 7 Pin ล้ำๆแบบที่เห็นทุกวันนี้

หลักการทำงานของระบบ VOOC ถ้าดูจากสไลด์นี้ก็อธิบายไว้ได้อย่างชัดเจนครับ อย่างที่ทราบว่า VOOC นั้นไม่ได้ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น รุ่นที่สามารถใช้ได้ต้องมีชิปเซ็ตพิเศษที่รองรับติดมาด้วย การทำงานก็จะเชื่อมโยงกันกับตัวอแดปเตอร์ VOOC ด้วย เพราะมีชิปกันทั้ง 2 ฝั่ง คอยเช็คในเรื่องอุณหภูมิและกระแสไฟให้ไม่เกินจนเครื่องร้อน รวมไปถึงความเร็วก็ยังเร่งได้เหมาะสมอีกด้วย

อนาคตจะเป็นยังไง มีอะไรใหม่อีกไหม ?

ในส่วนของระบบการชาร์จ VOOC Flash Charge นี้ก็ถือว่าเปิดตัวมาพักใหญ่แล้ว และทาง OPPO ก็เริ่มมีการคิดค้นระบบใหม่อย่าง Super VOOC ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวก็มีการเปิดตัวครั้งแรกไปตั้งแต่ในงาน MWC2016 นู่น 2 ปีผ่านไป ในงานเปิดตัว Find X ที่กรุงปารีสที่ผ่านมา ก็ได้เผยว่าระบบนี้เริ่มใช้จริงได้แล้วนะจ๊ะ แต่…!

ระบบ SuperVOOC เนี่ยรองรับแค่เฉพาะรุ่นพิเศษอย่าง Find X Lamborghini เท่านั้น ณ ตอนนี้ ซึ่งตัวกระแสที่ปล่อยออกมาได้นั้นสูงสุดจะอยูที่ 10V 5A กันเลยทีเดียว ตรงนี้ทางคุณ Jeff ให้ข้อมูลว่าใน 10 นาทีสามารถชาร์จได้ถึง 2,500mAh กันเลยทีเดียว และอย่างที่เคลมตอนเปิดตัวว่า OPPO Find X Lamborghini Edition นั้นสามารถชาร์จได้เต็มในเวลาเพียง 35 นาทีก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเนอะ

มี OPPO Find X มาให้ลองจับด้วยนะที่นี่ !

ก็อย่างที่ได้ขึ้นบทความแรกสัมผัสให้อ่านกันไปแล้วเนอะ ในทริปนี้เราก็ได้มีโอกาสสัมผัส OPPO Find X เครื่องจริงด้วยนะ (เครื่องคุณ Jeff นั่นแหละ) ละก็ได้ถ่ายภาพมาให้ยลกันสักนิดหน่อยด้วย แต่ด้วยตัวซอฟต์แวร์ภายในอาจจะยังไม่สมบูรณ์มากนักบวกกับตัวเครื่องเป็นภาษาจีนล้วน เลยไม่ได้ลองอะไรเท่าไหร่ แต่สำหรับเพื่อนๆที่อาจจะยังไม่ได้อ่านก็สามารถกดเข้าไปดูที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้ดูได้ครับ แล้วคุณอาจจะหลงรักในความงามของรุ่นนี้ก็ได้ :D

Hands On OPPO Find X

 

แวะชมช้อป OPPO ที่เมืองเซินเจิ้นด้วย

นอกจากเยี่ยมชมโรงงานแล้วทาง OPPO ยังให้เราได้แวะชมช้อปในเมืองเซินเจิ้นด้วย ที่นี่ก็เริ่มมีโปรโมท OPPO Find X กันแล้วเพราะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน ก็มีเครื่องวางโชว์ในตู้สวยๆในเราได้แอบมองกันอยู่ ส่วนรุ่นที่วางขาย ณ ตอนนี้ก็คือ R15 และ R15 Pro ที่บ้านเราก็กำลังฮิตเลยเช่นกันครับ

อีกรุ่นที่เป็นไฮไลท์ตอนนี้ก็คือรุ่น OPPO R15 Nebura Edition ที่ร่วมกับนักออกแบบชื่อดัง Karim Rashid ผลิตขึ้นมาเป็นเวอร์ชั่นไล่สีน้ำเงินกับแดงได้อย่างเข้าก๊านเข้ากัน แถมมีลายเซ็นต์ของคุณ Karim อยู่ที่ด้านหลังด้วย สวยใช้ได้เลยล่ะครับ

ลากันไปก่อนนน !

ก็ถือว่าเป็นทริปที่ได้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตสมาร์ทโฟนของ OPPO มากขึ้น ทั้งในแง่ของแนวคิดและรูปแบบต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยี VOOC Flash Charge ที่มีประโยชน์มากๆนี้อีกด้วย หวังว่าเพื่อนๆจะได้อะไรจากบทความนี้ไปบ้างเนอะ ขอขอบคุณ OPPO ประเทศไทยที่เชิญผมไปร่วมทริปนี้ด้วย ยังไงวันนี้ เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องลาไปก่อน ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ :D

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite