Review : OPPO A83 2018 64GB เซลฟี่ชัด หน้าจอเต็ม !!

เฮียแม็พ | 1 มิ.ย. 2561 22:26:32 (อัพเดต 9 มิ.ย. 2561 15:50:49)

18414

VIEWS เฮียแม็พ

Review : OPPO A83 2018 64GB เซลฟี่ชัด หน้าจอเต็ม !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนน้องเล็กรุ่นใหม่ของ OPPO อย่าง OPPO A83 2018 64GB นั่นเอง รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นอัปเกรดที่ออกมาตอบโจทย์เพื่อนๆที่ต้องการสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่ให้ความสามารถเด่นๆของ OPPO มาครบ ทั้งในเรื่องของดีไซน์หน้าจอ Full Screen, กล้องหน้าสวยเนียน หรือบอดี้สีสันสวยๆได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่าอย่ารอช้า เรามาอ่านรีวิวของรุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

แกะกล่องกันก่อนสิ !

ก่อนจะไปดูตัวเครื่องจริงเรามาดูกล่องและอุปกรณ์ข้างในกันก่อน ตัวกล่องของรุ่นนี้ก็มาในทรงมาตรฐานของ OPPO ครับ ตัวกล่องขนาดกะทัดรัดพอดีตัวเครื่อง ด้านหน้ามีรูปเครื่องโชว์เด่นเช่นเคย แต่สีที่โชว์ด้านหน้าจะเป็นสีทองทั้งหมด ถึงแม้เครื่องที่เราได้มาจะเป็นสีอื่นก็เถอะ :P

ตรงมุมกล่องจะมีระบุรุ่นความจุไว้อยู่ซึ่งรุ่นนี้มี 3 โมเดลคือ 4GB + 64GB, 3GB + 32GB, 2GB + 16GB ซึ่งรุ่นที่เราได้มาก็อย่างที่เห็น 4GB + 64GB นั่นล่ะครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดก็มี 5 อย่างดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง OPPO A83 2018
  • คู่มือและใบรับประกัน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • สาย Micro-USB
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ

รอบนี้ไม่มีพวกเคสใสหรือชุดหูฟังมาให้นะครับ ก็มีคราวมาเท่านี้แล ส่วนฟิล์มกันรอยติดมาให้ตั้งแต่ในกล่องเหมือนเคยเน้ออ

ดีไซน์เรียบๆ แต่ได้จอเต็มนะจ๊ะ !

ดูอุปกรณ์กันไปแล้ว มาดูตัวเครื่องกันต่อเลย ดีไซน์ของรุ่นนี้ถึงจะเป็นรุ่นเล็กแต่ก็ได้รูปลักษณ์สวยๆแบบรุ่นใหญ่ก่อนๆมาอยู่นะ OPPO A83 2018 มาพร้อมหน้าจอแบบ Full Screen หรือแบบอัตราส่วนหน้าจอ 18:9 ด้วยเช่นกัน ตรงนี้ก็ดูเป็นมาตรฐานใหม่ที่ควรจะมีในทุกรุ่นแล้วเนอะ

ซึ่งรุ่นนี้ก็ให้หน้าจอ TFT ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ ถือว่าได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ใช้ได้เลยทีเดียว แต่ตัวเครื่องก็จะไม่ใหญ่จนเกินไปด้วยความที่เป็นหน้าจออัตราส่วนแบบนี้เนอะ

การวางตำแหน่งต่างๆก็เหมือนรุ่นทั่วๆไปของ OPPO คือมีกล้องหน้าอยู่เหนือหน้าจอ, ลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์วัดแสงต่างๆ ตัวฟิล์มก็มีการเว้นช่องไว้แบบพอดีพอดีเหลือเกิน ณ จุดนี้ :P

ล่างหน้าจอก็เรียบๆไม่มีปุ่มอะไร แต่ก็ยังเว้นขอบหน้าจอไว้พอประมาณสำหรับจับถือ ตัวฟิล์มกันรอที่ติดมาแต่แรกก็ดูจะมีปัญหากับขอบจอโค้งๆนิดหน่อยๆเพราะจะเห็นว่าติดไม่เต็มซะทีเดียว แอบมีช่องให้พวกฝุ่นเข้าไปด้วย

บอดี้ตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นพลาสติกด้าน เคลือบสีสันมาได้สวยสดทีเดียว อย่างเครื่องที่เราได้มารอบนี้มี 2 สีเลยคือ แดงกับน้ำเงิน สีสันตัวเครื่องต้องบอกว่าสดสะใจดี ผิวสัมผัสก็เป็นแบบด้านๆอย่างที่บอกจับถือได้อย่างดีไม่ลื่นมือเท่าไหร่

ด้านหลังก็ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรเด่นเป็นพิเศษมีเลนส์กล้องวางไว้ที่มุมซ้ายบน และไฟแฟลช LED อยู่ข้างๆ ตัวเลนส์กล้องแอบนูนออกมาจากตัวกล้องนิดหน่อยวางไม่ดีระวังขูดเป็นรอยได้เนาะ

ตัวฝาหลังของตัวเครื่องกับกระจกหน้าจอดูจะแยกออกมาเป็น 2 ส่วนชัดเจน ไม่ได้กลมกลืนกันไปเท่าไหร่ เวลาจับถือจริงๆแล้วแอบบาดมือนิดหน่อย ยิ่งตัวขอบเครื่องก็มีความแหลมขึ้นมาด้วยถ้าจับแบบเต็มมือจริงๆ กำแน่นๆก็เจ็บได้ ถือแบบพอดีพอเนาะ :P

ปุ่มกดแยกกันไว้เป็น 2 ข้างตามสไตล์ค่ายนี้ครับ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ฝั่งซ้าย ปุ่ม Power อยู่ฝั่งขวามือ

ช่องใส่ซิมก็ด้วย รุ่นนี้ให้ถาดซิมแบบ 3 Slot มาเลย ใช้งานได้ทั้ง 2 ซิมและ Micro-SD แล้ว เลือกใส่กันตามสะดวกครับ

พอร์ตการเชื่อมต่ออยู่ด้านล่างตัวเครื่องทั้งหมดทั้ง Micro-USB, ช่องหูฟัง 3.5 มม.ด้วย ส่วนลำโพงวางไว้ที่มุมซ้ายอีกนั่นล่ะครับ

รอบๆตัวก็ประมาณนี้เนาะ สำหรับดีไซน์โดยรวมของ OPPO A83 2018 ก็เหมือนยกเอา OPPO F5 เมื่อปีที่แล้วมาย่อส่วนลงมาหน่อย ตัดตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือออกไปประมาณนั้นเลย ขนาดก็กะทัดรัดจับถือได้อย่างดีครับ

สีสันที่วางจำหน่ายก็มี 3 สีประกอบด้วย แดง, น้ำเงินและทอง แต่จะมีเฉพาะรุ่นความจุคือ 4GB + 64GB มีแดงและน้ำเงิน, รุ่น 3GB + 32GB มีทองและน้ำเงิน และรุ่น 2GB + 16GB มีทองและแดง งงไหมเอ่ย เอาเป็นว่าสีทองจะมีเฉพาะรุ่น 32GB กับ 16GB เท่านั้นนอกนั้นก็แบ่งกันไปแดงกับน้ำเงินเนอะ :P

สเปค OPPO A83 2018

  • รัน Android 7.0 Nougat (ครอบด้วย ColorOS 3.2)
  • หน้าจอ TFT ขนาด 5.7 นิ้วความละเอียด HD+ (1440 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 18:9
  • ซีพียู MediaTek Helio P23 (MT6763T) Octa-core 2.3GHz
  • จีพียู Mali-G71MP2
  • แรม 2GB/3GB/4GB
  • รอม 16GB/32GB/64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3180 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับ 2 ซิม (ถาดซิมแบบ 3 Slot)
  • รองรับสแกนใบหน้า
  • ขนาดตัวเครื่อง 150.5 x 73.1 x 7.7 มม.
  • น้ำหนัก 143 กรัม

ในเรื่องสเปคก็อย่างที่เห็นครับ มีหลายโมเดลความจุให้เหลือกัน โดยหน่วยประมวลผลและสเปคอื่นๆก็จะเหมือนกันหมด โดย A83 2018 จะใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio P23 ที่มาควบคู่กับ GPU Mali-G71MP2 ประสิทธิภาพดีใช้ได้เลย นอกนั้นก็ตามมาตรฐานครับแบตเตอรี่ กล้องอยู่ในระดับกลางๆ

คะแนนทดสอบล่ะ สูงแค่ไหน ?

ต้องบอกก่อนเลยว่าเครื่องรีวิวที่เราได้มาในรอบนี้เป็นรุ่นท๊อปสุดหรือ 4GB + 64GB นะครับ เพราะฉะนั้นคะแนนที่ได้หลังจากทดสอบผ่านแอปก็จะเป็นของรุ่นท๊อปสุดด้วย ในรุ่นที่มีความจุรองลงมาอาจจะมีประสิทธิภาพการทำงานที่ลดหย่อนลงมาบ้างเนาะ ซึ่งรุ่นนี้จากที่เราทดสอบมาคะแนนที่ได้ออกมาสูงทีเดียวที่ 81010 คะแนน ถือว่าสูงทีเดียว ในกลุ่มราคาต่ำหมื่นแบบนี้

ซอฟต์แวร์และการใช้งาน

ในเรื่องของซอฟต์แวร์รุน่นี้ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการตัวก่อนอย่าง Android 7.1.1 Nougat เท่ากับว่าตัว UI ภายในก็ยังคงใช้ ColorOS 3.2 อยู่หน้าตาจะต่างจากรุ่นล่าสุดอย่าง F7 หรือ R15 Pro นิดหน่อยนะครับ

ตัว UI ไอคอนมีความสีสันหลากหลาย แบ่งอย่างชัดเจนเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงครับ หน้า App Drawer ก็ยังไม่มีเหมือนเคย ทุกอย่างที่เราติดตั้งจะมาโผล่ที่หน้า Home Screen ทั้งหมด

แถบแจ้งเตือนด้านบนยังแบ่งเป็นแค่การแจ้งเตือนอยู่เลย ส่วนหน้า Toggle ให้ปรับเปิด-ปิด Wifi อะไรพวกนั้นถูกย้ายมาไว้ที่ล่างหน้าจอแทน การจะเรียกขึ้นมาก็เพียงปาดนิ้วขึ้นมาจากล่างหน้าจอครับ

หน้า Recent App แสดงผลตัวอย่างแอปได้ใหญชัดเจน มีบอกสถานะของแรมที่เหลือใช้อยู่ด้านล่างนี้ด้วย และเราสามารถเคลียร์ทั้งหมดออกได้โดยการกดที่ปุ่มกากบาทด้านล่างครับ ตัวเครื่องแรม 4GB จะเหลือแรมใช้จริงอยู่ราวๆ 2 - 2.3GB ประมาณนี้ครับ ถือว่าเยอะอยู่

การปรับแต่งต่างๆอย่างพวก Theme ก็ยังคงมีให้เลือกปรับตามสไตล์เราเหมือนเคย โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่เลยด้วยว่าจะเลือกเปลี่ยนแบบทั้ง Theme หรือแบบ Wallpaper อย่างเดียว

ในหน้า Lock screen ทาง OPPO ยังคงใช้ Magazine Wallpaper ที่มีรูปสวยๆสลับเปลี่ยนมาให้ดูเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพนางแบบ ภาพวิวสวยๆผลัดเปลี่ยนมาให้ชมตลอดๆ

ฟีเจอร์ Gesture & Motion

ความสามารถด้านการควบคุมต่างๆก็ยังมีมาให้อยู่แต่ก็ตัดพวกที่ไม่จำเป็นออกไปเยอะแบ่งออกเป็น 3 โหมดหลักๆคือ Screen-off Gestures , Quick Gesture และ Smart call ตรงนี้เราสามารถเข้ามาตั้งค่าได้ที่ Settings > Gesture & Motion เลยครับ

Screen-off Gestures

ฟีเจอร์สำหรับตอนหน้าจอปิดอาทิการแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ , วาดสัญลักษณ์ตัว O เพื่อเข้ากล้อง , วาดสัญลักษณ์ตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย

Smart Call

ฟีเจอร์สำหรับการโทรออกและรับสายอาทิรับสายอัตโนมัติเมื่อนำเครื่องมาแนบหู , คว่ำหน้าเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า

Other

อืนๆก็มีเป็นการรูด 3 นิ้วลงมาเพื่อแคปหน้าจอ หรือรูปแบบการปิดการทำงานเมื่อมือไปโดนเซ็นเซอร์วัดแสงป้องกันการหยิบจับโดยไม่ตั้งใจครับ

แบ่งหน้าจอก็ได้นะเออ...อีกฟีเจอร์ที่ใช้งานระบบ Gesture เหมือนกันคือการแบ่งหน้าจอ Split Screen ด้วยความที่อัตราส่วนหน้าจอเป็นแบบ 18:9 หรือ 2:1 การแบ่ง 2 หน้าจอบนล่าจึงเท่ากันอย่างสมส่วนดี เหมาะกับการใช้งานมากๆ ซึ่งวิธีการใช้งานก็แค่รูด 3 นิ้วขึ้นเท่านั้นเอง ตั้งค่าเพิ่มเติมได้ที่ Settings > Split screen ครับ ถ้ารูดแล้วไม่ติดลองเข้ามาดูที่ตั้งค่านี้ก่อนเนาะ :D

ระบบสแกนใบหน้ามีนะจ๊ะ !

ถึงแม้ภายนอกจะเห็นว่าไม่มีตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ แต่ก็ใช่ว่าระบบปลดล็อคเราต้องมากดรหัสผ่านหรือ Pattern เท่านั้น เพราะรุ่นนี้ยังมีฟีเจอร์ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าอยู่ด้วย ซึ่งการทำงานต่างๆก็ทำได้ดีทีเดียว เร็วไม่แพ้เรือธง กดปุ่ม Power ปุ๊บปลดล็อคปั๊บเชียว

ความบันเทิงล่ะไหวแค่ไหน !?

ในเรื่องของการดูหนังฟังเพลง รุ่นนี้ก็ทำได้ดีไม่เลวครับ เพราะด้วยขนาดหน้าจอที่ถือว่าใหญ่พอประมาณแล้ว เอามาดู YouTube ต่างๆก็ไม่ติดขัดอะไร ได้อัตราส่วนแบบใหม่ 18:9 รองรับคอนเทนต์ในอนาคตได้สบายๆ ไม่มีพวกติ่งมาบังเนื้อหาเวลาดูวิดีโอด้วย ส่วนการแสดงผลนี่ก็พอประมาณครับ สีสันอาจจะไม่ได้สวยสดแบบ Amoled แต่ก็ตามราคาแหละเนอะ

ส่วนเรื่องเสียง ลำโพงรุ่นนี้วางไว้ตำแหน่งเดียวกับรุ่นอื่นๆของ OPPO ก็ยังคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะมักจะเอามือไปปิดอยู่บ้าง ทางแก้ก็ลองสลับข้างเล่นดูตรงนี้ก็ช่วยได้ครับ อุ้งมือไม่ไปบังแล้ว แต่เสียงก็จะมาจากมุมซ้ายไม่ค่อยชินนิดหน่อย :P เสียงที่ได้ก็ขับออกมาได้ดังเด่นดี แต่ออกกลางๆไม่ใสและเบสไม่ได้แน่นอะไร

ส่วนเสียงผ่านหูฟังก็มีระบบเสียง Real Sound อีกนั่นแหละครับ ใช้งานได้ดี ขยายย่านเสียงให้กว้างขึ้นไปอีก ช่องหูฟังก็มีพร้อมเลย แต่เสียดายไม่มีหูฟังแถมมาในกล่องอะ ><

เล่นเกมล่ะ !

ในเรื่องของการเล่นเกม จากสเปคที่เห็นไปด้านบนก็ถือว่าแรงพอที่จะเล่นเกมในระดับกลางอยู่ๆ แน่นอนว่าเกมที่เราใช้ทดสอบยังคงเป็น ROV และ PUBG Mobile อีกนั่นแหละ หลายคนก็เล่นอยู่หลักๆเท่านี้ :P

สำหรับ ROV บน A83 2018 64GB ปรับค่าต่างๆได้สูงสุดทั้งหมดตั้งแต่ต้น เฟรมเรตสูงเลือกได้ไม่ต้องกดทริก ค่ากราฟิกก็เลือกมาสูงสุดหมดแล้ว เมื่อเล่นจริงก็ทำได้ดีครับ เฟรมเรตรันสูงสุดราวๆ 40 ปลายๆ จังหวะการตีกันหนักๆก็มีแอบหล่นมาที่ 28 - 30fps บ้าง คือถ้าไม่เน้น 60fps เนียนๆ ปรับเป็นแบบ 30fps นี่สบายใจกว่าครับ ไม่รู้สึกว่าเฟรมเรตหล่นมากเท่าไหร่

สำหรับ PUBG Mobile บน A83 2018 64GB ส่วน PUBG ค่าเริ่มต้นก็เลือกมาให้ต่ำสุดเลย ในการตั้งค่าก็สามารถปรับเพิ่มไปได้อีก แต่ไม่แนะนำเท่าไหร่ แต่เฟรมเรตเลือกได้สูงสุดที่ Medium เท่านั้น เวลาเล่นก็เล่นได้ลื่นไหลในระดับกราฟิกที่ตั้งค่าครับ ภาพอาจจะไม่ได้สวยคมมาก แต่เล่นได้ลื่นๆ 30fps อยู่

กล้องหน้าสวยใสด้วย Smart Selfie

สำหรับกล้องหน้าของรุ่นนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์ของ OPPO ได้เป็นอย่างดี เพราะมีระบบ Beauty มาให้เลือกปรับพร้อมทั้งยังมีระบบ Auto Beauty ที่ช่วยในเรื่องของการปรับระดับของความเนียนใสได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก ในกล้องหน้าของรุ่นนี้ยังมีฟีเจอร์อย่างละลายฉากหลังมาให้ด้วยเลือกที่ไอคอนหยดน้ำด้านบนได้เลย :D

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ OPPO A83 2018 ในเรื่องความเนียนของใบหน้าทำได้ดีทีเดียว ถึงแม้ความละเอียดจะไม่สูงมากนัก (8 ล้านพิกเซล) แต่ OPPO ก็คือ OPPO ครับกล้องหน้าใส่ระดับความเนียนได้อย่างสวยดีทีเดียวล่ะ

กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลใช้ได้อยู่

ในตัวกล้องหลังอาจจะไม่ใช้ไฮไลท์เท่าไหร่ แต่ก็ให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซล พอเหมาะกับใช้งานถ่ายภาพอัปลงโซเชี่ยลได้อย่างดี โหมดการใช้งานต่างๆก็ให้มาตามมาตรฐานครับ มี Time Lapse, Video, Photo (Auto), Beauty, Panorama และ Expert ซึ่งตัว Expert นี่ก็สามารถปรับค่าได้หลายอย่างด้วย ทั้ง White Balance, EV, ISO, Shutter Speed ไปถึงระยะโฟกัสด้วย ถือว่าทำได้ดีทีเดียว

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ OPPO A83 (2018)

นอกจากโหมด Auto แบบปกติแล้ว สำหรับใครที่อยากได้ไฟล์ภาพความละเอียดสูงแบบสุดๆ บน A83 2018 นี้ก็ยังมีโหมด UltraHD ที่จะใช้การรวมไฟล์ภาพจากการถ่ายหลายๆคนต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงทำให้ได้ภาพความละเอียดสูงสุดถึง 52 ล้านพิกเซลไปเลยอีกด้วย ใครที่อยากได้ภาพไฟล์ใหญ่ไว้อัดนี่ก็เลือกมาที่โหมด Expert แล้วกดที่มุมขวาบนได้เลยครับ :D

แบตเตอรี่เป็นไงน้อ ?

ในเรื่องของแบตเตอรี่ของรุ่นนี้ให้ความจุมาที่ 3180 mAh เรียกว่าเหลือๆเลยล่ะสำหรับการใช้งานทั่วๆไป เพราะด้วยสเปคภายในกับหน้าจอที่ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป เท่าที่ลองใช้มาจริงๆก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานครับ ใช้งานได้เพลินๆตลอดวัน เรื่องการชาร์จก็ไม่ได้เร็วมากมายอะไรเพราะไม่รองรับมาตรฐานพวก Quick Charge หรือ VOOC ของ OPPO เอง แต่ด้วยความจุที่ไม่เยอะมาก ค่อยชาร์จไปเรื่อยๆก็โอเคครับไม่ร้อนมากด้วย

ราคาค่าตัวล่ะ ?

อะ มาซะครบแล้ว ปิดท้ายด้วยเรื่องของราคากันเลยดีกว่า OPPO A83 2018 มาด้วยกัน 3 โมเดลอย่างที่ได้บอกไปครับ คือมี 4GB + 64GB, 3GB + 32GB และ 2GB + 16GB เครื่องที่เรารีวิวมาตั้งแต่ต้นนี่คือรุ่นท๊อปสุดนะครับ สำหรับราคาค่าตัวก็ตามด้านล่างนี่เลยครับ :D

รุ่น 4GB + 64GB = 6,990 บาท

รุ่น 3GB + 32GB = 6,490 บาท

รุ่น 2GB + 16GB = 4,990 บาท

สรุป !

ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมดีไซน์และความสามารถไม่แพ้รุ่นพี่ๆเลย อย่างกล้องหน้าเซลฟี่สวยๆเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ก็ใช้ได้ครบ หน้าจอ Full Screen ทรงใหม่ที่เริ่มเป็นมาตรฐานใหม่ก็ให้มาแล้ว หรือจะเป็นเรื่องของระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าติดมาไม่มีขาด หลักๆก็มาครบ ส่วนเรื่องสเปคภายในมีรุ่นแรม 4GB + รอม 64GB มาให้เลือกในราคาที่ไม่ถึง 7,000 บาทแบบนี้ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปใหญ่ รวมๆแล้วก็ถือว่าเป็นรุ่นประหยัดที่ได้หลายๆอย่างมาคุ้มค่าจริงๆ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการมือถือไซซ์พกพาง่ายดีไซน์สวยและกล้องหน้าแจ่มจริงๆครับ :D

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องบางเบาจัถือได้ถนัดมือ
  • สเปคภายในพร้อมใช้งาน
  • กล้องหน้าเซลฟี่สวยเนียน
  • ระบบสแกนใบหน้าทำงานรวดเร็ว
  • รองรับ 2 ซิมพร้อม Micro-SD (ถาดซิมแบบ 3 Slot)

จุดสังเกต

  • ตัวเลนส์กล้องนูนออกมาจากตัวเครื่องนิดหน่อย
  • ไม่มีหูฟังและเคสแถมมาในกล่อง

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite